7thJuly

7thJuly

7thJuly

 

June 20,2022

ฉีดวัคซีนโควิดเข็มแรกเสียชีวิต สปสช.เยียวยาเบื้องต้น ๔ แสน

พ่อแม่หัวใจสลายลูกสาวเพิ่งสอบติดมหาวิทยาลัยในฝัน กลัวไม่ได้เข้าเรียน ยอมฉีดวัคซีนโควิดเข็มแรก ผ่านไป ๓ สัปดาห์เสียชีวิต หมอระบุกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ด้าน สปสช.เขต ๙ เร่งนำเรื่องเข้าที่ประชุม พร้อมมีมติให้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ๔๐๐,๐๐๐ บาท

เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๕ นายนพรัตน์ กล้าหาญ อายุ ๕๓ ปี และนางมารินทร์ (กล้าหาญ อายุ ๔๘ ปี สามีภริยาชาวอ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ออกมาร้องขอความเป็นธรรม หลังจากนางสาวมลฑิรา กล้าหาญ หรือน้องพลอย อายุ ๑๘ ปี ลูกสาวซึ่งเพิ่งสอบติดมหาวิทยาลัยชื่อดังตามความใฝ่ฝัน ดังนั้น  ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๕ จึงตัดสินใจไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-๑๙ เข็มแรก ยี่ห้อไฟเซอร์ (Phizer) ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่ เพราะกลัวจะไม่ได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยดังกล่าว แต่เมื่อฉีดวัคซีนได้ประมาณ ๓ สัปดาห์ ลูกสาวเริ่มมีอาการผิดปกติ ทั้งแน่นหน้าอก เจ็บท้อง และอาเจียน กระทั่งช่วงบ่ายวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ พาลูกสาวไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ หมอบอกว่าเกิดจากอาการลำไส้อักเสบให้ยามากินแล้วกลับบ้าน แต่ช่วงเวลาประมาณ ๕ ทุ่มอาการกลับหนักขึ้นกว่าเดิม จึงพาลูกกลับไปโรงพยาบาลประจำอำเภออีกครั้ง รอบนี้หมอเจาะเลือดตรวจ และผู้เป็นพ่อก็บอกหมอว่าลูกเพิ่งจะฉีดวัคซีนมาประมาณ ๓ สัปดาห์ ทางโรงพยาบาลจึงได้ส่งตัวน้องไปที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดภายในคืนนั้น เมื่อไปถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัดก็ถูกนำตัวเข้าห้องผู้ป่วยวิกฤตโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด (CCU) หลังจากหมอตรวจแล้วก็ระบุว่าน้องเป็นกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ   

นางมารินทร์ กล้าหาญ เล่าว่า จากนั้นวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๕ ลูกก็ยังอาการไม่ดีขึ้น แม่จึงถามหมอว่าถ้าเป็นกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ จะผ่าตัดรักษาได้หรือไม่ แต่หมอตอบว่าเครื่องเสียอาจจะยังผ่าตัดไม่ได้ ตนจึงบอกว่าถ้าเครื่องเสียจะขอย้ายลูกไปที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดนครราชสีมาได้หรือไม่ แต่หมอบอกว่าให้รอดูอาการก่อน จากนั้นตอน ๒ ทุ่มก็ไม่อนุญาตให้เยี่ยม แต่ในช่วง ๕ ทุ่มหมอโทรมาหาบอกว่าให้รีบมาโรงพยาบาลเพราะลูกสาวอาการหนัก เมื่อมาถึงไม่นาน ประมาณตี ๒ ลูกสาวก็เสียชีวิต

โดยผู้เป็นแม่ได้จุดธูปบอกวิญญาณลูกสาวว่า เสียใจที่ลูกไม่มีโอกาสได้เรียนต่อตามที่ใฝ่ฝัน ไม่คิดจะจะจากไปเร็วขนาดนี้ ถ้ารู้จะส่งต่อไปให้เร็วกว่านี้ แม่พยายามขอย้ายโรงพยาบาลแล้วแต่เขาไม่ให้ย้าย และถ้ารู้ว่าลูกจะจากไปแบบนี้จะไม่ให้ลูกฉีดวัคซีนเลย

นางมารินทร์ เล่าอีกว่า ตนและคนในครอบครัวไม่มีใครฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-๑๙ เพราะกลัวจะเกิดผลข้างเคียงอย่างที่เคยเห็นข่าวในหลายพื้นที่ เมื่อปีที่ผ่านมาลูกสาวเคยขอไปฉีดแต่ตนก็บอกไม่ให้ฉีด ซึ่งไม่ได้ต่อต้านวัคซีนแต่แค่กลัวผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น แต่เมื่อลูกสาวเรียนจบ ม.๖ แล้วสอบติดมหาวิทยาลัยชื่อดัง จึงตัดสินใจไปฉีดวัคซีนเข็มแรกที่ รพ.สต.ในพื้นที่ เพราะกลัวว่าถ้าไม่ฉีดแล้วทางมหาวิทยาลัยอาจจะไม่ให้เข้าศึกษา ตนจึงตัดสินใจพาลูกไปฉีด หลังจากฉีดก็ถามลูกตลอดว่ามีอาการผิดปกติอะไรหรือไม่ โดยได้ ๒–๓ วันแรกลูกบอกว่ามีอาการเจ็บหน้าอกแต่พอนอนพักอาการก็จะดีขึ้น หลังจากนั้นก็คอยถามลูกตลอด กระทั่งวันที่ ๙ มิถุนายน ลูกมีอาการแน่นหน้าอก เจ็บท้อง และอาเจียน เข้าโรงพยาบาลประจำอำเภอถึง ๒ รอบ ก่อนจะถูกส่งต่อไปที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด นอนรักษาเพียงคืนเดียว กลางดึกคืนต่อมาก็เสียชีวิต ซึ่งตนมั่นใจว่าลูกเสียชีวิตเพราะผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิดแน่นอน เพราะลูกเป็นคนสุขภาพแข็งแรงไม่เคยมีโรคประจำตัว แต่เมื่อฉีดวัคซีนได้ไม่กี่วันก็เสียชีวิต  

ขณะที่นายนพรัตน์ กล้าหาญ ผู้เป็นพ่อ บอกว่า ลูกสาวเป็นคนตั้งใจเรียนมาก กระทั่งสอบติดมหาวิทยาลัยดังตามที่ลูกใฝ่ฝันแต่พอลูกไปฉีดวัคซีนโควิด-๑๙  เพราะกลัวเขาจะไม่ให้เข้าศึกษาหากยังไม่ได้ฉีดวัคซีน แต่ลูกสาวก็ต้องมาจบชีวิตลง ซึ่งตนมั่นใจว่าเกิดจากผลข้างเคียงที่ลูกไปฉีดวัคซีนแน่นอน ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็คงจะไม่ให้ลูกฉีด ซึ่งตนกับภริยาก็ไม่ได้ฉีดเหมือนกันเพราะกลัว แต่สุดท้ายสิ่งที่กลัวก็มาเกิดกับลูกสาว ทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียลูกสาวที่กำลังจะมีอนาคต ที่ผ่านมาตนยอมไปกู้ยืมเงิน อดหลับอดนอนทำงานหนักเพื่อหาเงินให้ลูกเรียนจบสูงๆ จะได้มีงานที่มั่นคงทำ และเป็นที่พึ่งของพ่อแม่ในอนาคต แต่ก็ต้องมาจากไปแบบนี้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วย

ล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๕ เฟซบุ๊กเพจ “สปสช.เขต ๙ นครราชสีมา” ได้โพสต์ข้อความว่า “สปสช.เขต ๙ พร้อมหน่วย ๕๐ (๕) หนองหงส์ และหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง รุดเยี่ยมให้กำลังใจพ่อแม่นักเรียนสาวจากข่าวรับวัคซีนโควิดเสียชีวิต พร้อมเร่งเยียวยาทันทีในวันนี้ ทั้งนี้ จากกรณีข่าวการเสียชีวิตของนักเรียนสาว ม.๖ หลังจากฉีดวัคซีนเข็มแรก  สปสช.เขต ๙ และผู้เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดตามเยี่ยมญาติผู้เสียชีวิต พร้อมให้คำแนะนำยื่นคำร้องกรณีได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนป้องกันโควิด-๑๙

“วันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๕ เจ้าหน้าที่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต ๙ นครราชสีมา ผู้แทน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ หน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง และหน่วยรับเรื่องร้องเรียนอื่นที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเรียนตามมาตรา ๕๐(๕) อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ติดตามให้กำลังใจพ่อแม่และญาตินักเรียนสาวที่เสียชีวิตจากกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบที่บ้าน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ พร้อมนำแบบยื่นคำร้องให้ญาติบันทึกรายละเอียด และแนบหลักฐานต่างๆ เพื่อขอรับการช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนโควิด-๑๙ โดยพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตแจ้งว่า หลังจากลูกสาวได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-๑๙ เข็มแรกประมาณ ๓ สัปดาห์ก็เริ่มมีอาการผิดปกติ ทั้งแน่นหน้าอก เจ็บท้อง และอาเจียน จากนั้น ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ และต่อมาถูกส่งต่อไปที่โรงพยาบาลจังหวัด กระทั่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ตามที่เป็นข่าว ในวันเดียวกันนี้ (๑๔ มิ.ย.) สปสช. เขต ๙  ครราชสีมา ได้จัดประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาคำร้องวัคซีนโควิด-๑๙ฯ และได้นำกรณีดังกล่าวเข้าที่ประชุมทันที โดยเภสัชกรสายชล พิมพ์เกาะ รองผู้อำนวยการ สปสช.เขต ๙ ได้รับมอบหมายทำหน้าที่เลขาฯ ที่ประชุม ได้กล่าวว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาคำร้องวัคซีนโควิด-๑๙ มีมติให้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีนักเรียนสาวจำนวน ๔๐๐,๐๐๐ บาท   

“หากเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการได้รับวัคซีนโควิด-๑๙ สามารถขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นได้จาก สปสช.หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ใน ๓ กรณี คือ ๑.คนไทยทุกสิทธิที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีนโควิด-๑๙ ๒.ต้องเป็นวัคซีนที่จัดหาโดยรัฐ และ ๓.กรณีที่ได้รับบริการ ต้องไม่เสียค่าบริการหรือค่าวัคซีน” เภสัชกรสายชล กล่าวฯ

“ทั้งนี้ กรณีเสียชีวิตหรือทุพลภาพถาวรมีอัตราการช่วยเหลือเบื้องต้นไม่เกิน ๔ แสนบาท ทั้งนี้ เป็นไปตามดุลยพินิจของอนุกรรมการ  และหากไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณา สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน ๓๐ วัน”


นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๗ ฉบับที่ ๒๗๓๑ วันพุธที่ ๑๕ - วันอังคารที่ ๒๑ เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๕


34 1161