8thAugust

8thAugust

8thAugust

 

June 25,2022

เชิดเงินเทศบาลกว่า ๓๑ ล. ตำรวจเร่งล่าตัวสาวการเงิน

 

ตำรวจเร่งล่าตัวสาวการเงินสุดแสบ ยักยอกโอนเงินของเทศบาลฯ กว่า ๓๑ ล้านบาท ด้านนายกเทศมนตรีอ้าง ไม่มีความรู้เรื่องระบบเบิกจ่ายเงินแบบออนไลน์ จึงมอบรหัสผ่านให้ไป รู้ตัวอีกทีเงินหายไปแล้ว


จากกรณีที่ นายวรพจน์ บุตรมาตร นายกเทศมนตรีตำบลบุณฑริก อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่า ถูกพนักงานการเงินของเทศบาลแอบยักยอกโอนเงินของเทศบาลฯ จำนวน ๓๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท โดยตรวจสอบพบความผิดปกติเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายนที่ผ่านมานั้น

ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เทศบาลตำบลบุณฑริก พบเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่นๆ ยังคงมาทำงานตามปกติ เหลือว่างอยู่เฉพาะโต๊ะทำงานของ ส.อ.หญิงมยุรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ ๓๖ ปี เจ้าหน้าที่การเงินที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยยักยอกเงินฝากของเทศบาลฯ ที่ฝากไว้กับธนาคารกรุงไทย (มหาชน) จำกัด สาขาอำเภอบุณฑริก ไปกว่า ๓๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท และไม่ได้มาทำงานเป็นเวลา ๒ สัปดาห์แล้ว

จากการสอบถามเพื่อนร่วมงานเล่าว่า “ส.อ.หญิงมยุราพื้นเพเป็นคนอำเภอบุณฑริก เดิมทำงานเป็นทหารฝ่ายการเงิน และขอโอนย้ายมาทำงานที่เทศบาลแห่งนี้เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ระหว่างทำงานก็ไม่ได้ทำตัวหรูหรา มีผิดปกติช่วงระยะ ๑-๒ เดือนหลัง รู้สึกดูสวยกว่าตอนมาแรกๆ ยังคิดว่าอาจมีการไปเสริมแต่งมาบ้าง ส่วนจะเอาเงินมากขนาดนั้นไปใช้อะไร พวกตนไม่เคยทราบมาก่อน”

นายวรพจน์ บุตรมาตร นายกเทศมนตรีตำบลบุณฑริก กล่าวถึงช่องว่างที่เป็นสาเหตุให้พนักงานการเงินสาวรายนี้ยักยอกเงินออกไปว่า “การโอนย้ายเงินฝากของเทศบาลไปใส่ในบัญชีของตัวเองนั้น มาจากระบบการจ่ายเงินที่กระทรวงมหาดไทยให้ใช้วิธีการจ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์ แทนการเบิกจ่ายผ่านเช็คแบบเก่า โดยเริ่มใช้ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา ซึ่งตนไม่มีความรู้ จึงได้มอบรหัสในส่วนของตนที่เป็นนายกฯ ไว้กับ ส.อ.หญิงมยุรา เพื่อสะดวกในการสั่งจ่ายเงินต่างๆ ของเทศบาลฯ โดยที่ผ่านมาก็ไม่พบปัญหา กระทั่งวันที่ ๑๐ มิถุนายนที่ผ่านมา ส.อ.หญิงมยุราไม่มาทำงาน บอกกับป้าที่อยู่ด้วยว่าจะเดินทางไปหาเพื่อนที่ต่างจังหวัดและก็ไม่กลับมาเลย”

“กระทั่งวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๕ ฝ่ายการคลังก็ได้ไปขอ Statement (รายการเดินบัญชี) จากธนาคารกรุงไทย (มหาชน) จำกัด เพื่อนำมาตรวจสอบยอดการใช้จ่ายเงินรอบเดือนของเทศบาลฯ พบว่า มีการเบิกเงินของเทศบาลฯ ระหว่างเดือนพฤษภาคมกับมิถุนายน ครั้งละ ๒๐๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณ ๔๗ ครั้ง คิดเป็นยอดเงินกว่า ๓๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท จึงรู้ว่า ส.อ.หญิงมยุราแอบถอนเงินออกจากบัญชีก่อนจะหลบหนีไป โดยหลังเกิดเรื่องผมได้เข้าแจ้งความและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบเรื่อง ส่วนการแก้ปัญหาการเบิกจ่ายเงินใช้จ่ายของเทศบาลฯ ในช่วงนี้ โดยเฉพาะเรื่องเงินเดือนของพนักงานคงต้องอาศัยอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งจ่ายไปก่อน” นายวรพจน์ กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ศาสตรา นันชนะ ผกก.สภ.บุณฑริก กล่าวถึงการสืบสวนว่า “พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างประสานกับทางธนาคาร เพื่อขอเอกสารการเบิกจ่ายเงินทั้งหมดใช้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกเงินของทางราชการ และข้อหาอื่นๆ ที่ตรวจพบในภายหลัง ส่วนแรงจูงใจให้กระทำผิด เบื้องต้นยังไม่ทราบว่านำไปใช้จ่ายอะไร และคาดว่า ผู้ต้องหาหลบหนีออกจากพื้นที่แล้ว ซึ่งชุดสืบสวนอยู่ระหว่างแกะรอยตามจับตัวมา สอบสวนปากคำ ถึงแรงจูงใจที่แอบยักยอกเอาเงินของราชการไปครั้งนี้”

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้เดินทางไปยังบ้านของป้าที่ ส.อ.หญิงมยุรา พักอาศัยอยู่ด้วย แต่ป้าไม่เปิดเผยใดใด ขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย


นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๗ ฉบับที่ ๒๗๓๒ วันพุธที่ ๒๒ - วันอังคารที่ ๒๘ เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๕


60 3309