8thAugust

8thAugust

8thAugust

 

July 08,2022

นักเรียนบุกยื่นหนังสือผู้ว่าฯ หลังไล่ผอ.ไม่จ้างครูต่างชาติ

นักเรียนไล่ ผอ. เก็บเงินค่าจ้างครูสอนภาษาคนละ ๔๐๐ บาท รวม ๒ เทอมเป็นเงินกว่า ๒ ล้านบาท แต่ไม่จ้างครูมาสอน อ้างคุณสมบัติคนที่จะมาสอนไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด นักเรียนไม่เชื่อ เดินหน้าร้อง ผวจ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะคาดจะช่วยเหลือกันเอง

 

จากกรณีที่เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๕ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดอุบลราชธานี รายงานว่า แกนนำนักเรียนโรงเรียนเดชอุดม จ.อุบลราชธานี รวมตัวปราศรัยโจมตีการทำงานของนายพิทักษ์ บุญยอ ผู้อำนวยการโรงเรียน และขับไล่ให้ออกจากโรงเรียน โดยแกนนำของนักเรียนกล่าวว่า หลังจากนายพิทักษ์ มาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนได้ไม่นาน ก็มีอาการป่วยต้องรักษาตัวอยู่นานกว่า ๑ ปี ไม่ได้มาทำงาน จนสิ้นปี ๒๕๖๔ หลังหายจากอาการป่วย ก็เริ่มกลับเข้ามาทำงาน และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็สั่งตัดต้นคูนและไม้อื่นๆ อายุ ๒๐-๓๐ ปี ที่เป็นต้นไม้ประจำโรงเรียนให้ร่มเงากับเด็กนักเรียนทั้งหมด นอกจากนี้ ระหว่างกลับเข้ามาทำงานใหม่ ก็เอาเงินที่เก็บเพิ่มเป็นค่าจ้างครูต่างชาติมาสอนภาษาจากเด็กนักเรียนกว่า ๓,๒๐๐ คนๆ ละ ๔๐๐ บาท แต่ไม่จ้างครูต่างชาติมาสอน ทำให้เด็กนักเรียนเสียโอกาสในการเรียน พร้อมสั่งเปลี่ยนสีเสื้อกาวน์นักเรียนจากสีแดงเลือดนก เป็นสีแดงสด ซึ่งคณะกรรมการโรงเรียนก็คัดค้านไม่เห็นด้วย เพราะทำให้นักเรียนได้รับความเดือดร้อน ที่จะต้องซื้อเสื้อชุดใหม่ แต่ก็ไม่ฟัง และยังเตรียมเอาเงินสหกรณ์ของโรงเรียนไปซื้อรถตู้ประจำตำแหน่งคันใหม่ รวมทั้งเอาเงินสะสมของโรงเรียนที่ใช้จัดกิจกรรมให้เด็กนักเรียนไปใช้จ่ายส่วนตัว จนไม่มีการจัดกิจกรรมระหว่างเรียน จึงไม่ต้องการให้นายพิทักษ์ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนต่อไป เพราะนักเรียนเสียโอกาสที่ไม่สนใจดูแลด้านการศึกษาของเยาวชน

ว่าที่ร้อยตรีฉัตรชัย แก้วคำปอด ศิษย์เก่าของโรงเรียน กล่าวว่า ทราบว่าผู้อำนวยการโรงเรียนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ส่อไปทางทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภายในโรงเรียน จึงไม่เหมาะที่จะเป็นผู้บริหารที่โรงนี้ต่อไป โดยต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงสำนักงานพื้นที่เขตการศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๙ จ.อุบลราชธานี มาตรวจสอบมีการทุจริตตามที่กล่าวหาจริงหรือไม่ เพราะคณะครูพร้อมให้หลักฐาน โดยขอให้ย้ายผู้อำนวยการออกไปจากโรงเรียนก่อน

ผู้สื่อข่าวพยายามขอทราบข้อเท็จจริงจากนายพิทักษ์ ปรากฏว่า ได้ยื่นหนังสือลากิจตลอดทั้งสัปดาห์นี้ เมื่อพยายามสอบถามไปยังสำนักงานพื้นที่เขตการศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๙ จ.อุบลราชธานี ก็ไม่สามารถติดต่อผู้อำนวยการ สพม.เขต ๒๙ ได้เช่นเดิม

ต่อมารองผู้อำนวยการโรงเรียน ได้เรียกแกนนำเด็กนักเรียนไปพูดคุยหารือ โดยระบุว่า สำนักงานพื้นที่เขตการศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๙ จ.อุบลราชธานี จะส่งคณะกรรมการเข้ามาสอบสวนข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนในบ่ายวันนี้ เมื่อได้ข้อสรุปจะแจ้งผลให้เด็กนักเรียนทราบ พร้อมพูดจาขอโอกาสให้ผู้อำนวยการคนนี้ ได้มีโอกาสแก้ตัว เพราะจะเกษียณปี ๒๕๖๖ และทราบว่า ปลายปีอาจขอย้ายตัวเองไปอยู่โรงเรียนอื่นด้วย (โดยเจ้าตัวประสงค์ขอเข้ามาเป็น ผอ.รร.เบญจะมะมหาราช หรือไม่ก็โรงเรียนนารีนุกูล ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัด)

โดยกลุ่มนักเรียนที่ออกมาเคลื่อนไหวระบุว่า จะรอฟังผลการสอบสวน หากไม่เป็นไปตามข้อร้องเรียน ก็จะเคลื่อนไหวนำหนังสือร้องเรียนไปยื่นกับนายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดต่อไปด้วย

ทั้งนี้ มีรายงานว่า เมื่อปี ๒๕๕๘ สมัยที่นายพิทักษ์ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอพิบูลมังสาหาร ก็ถูกนักเรียนเดินขบวนขับไล่ เพราะไม่พอใจนำเงินของโรงเรียนไปจัดซื้อจัดจ้าง โดยไม่ผ่านคณะกรรมการบริหารโรงเรียน พร้อมนำเงินอุดหนุนการศึกษาที่รัฐบาลให้ซื้อชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนคนละ ๖๐๐ บาท ไปรวมกับงบใช้ปรับปรุงซ่อมแซมทาสีอาคารเรียน โดยไม่จ่ายให้กับผู้ปกครองนักเรียน ทำให้นักเรียนเสียประโยชน์ และยังไม่จัดงานวันไหว้ครู ทำให้นักเรียนต้องจัดกันเองมาแล้วครั้งหนึ่งด้วย

ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ ที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนมัธยมอำเภอเดชอุดม และกลุ่มศิษย์เก่าของโรงเรียน นำหนังสือร้องเรียนจำนวน ๑๔ ข้อ มายื่นร้องเรียนกับนายพงษ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้สอบสวนตามข้อร้องเรียนของกลุ่มนักเรียน เพราะได้รับความเดือดร้อนจากการบริหารงานของนายพิทักษ์ บุญยอ ผู้อำนวยการโรงเรียนที่ผ่านมาตามข้อที่ได้ร้องเรียนมา

ต่อมาเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดที่ได้มาพบ และรับหนังสือร้องเรียนระบุว่า จังหวัดทราบเรื่องของเด็กนักเรียนที่ออกมาประท้วงที่สื่อนำเสนอเป็นข่าว จึงจะรีบนำเรื่องแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบตามหลักฐานที่นักเรียนมานำร้องเรียน จากนั้น ก็จะรีบดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และแจ้งให้ตัวแทนนักเรียนที่มายื่นเรื่องโดยเร็วที่สุด

ตัวแทนนักเรียนกล่าวว่า เมื่อวานได้รับคำชี้แจงจากผู้บริหารโรงเรียน แต่ไม่มีความชัดเจน ทั้งเรื่องการเปลี่ยนสีเสื้อของโรงเรียน การนำเงินไปเทปูนทางเข้าโรงเรียน หรือการจัดซื้อเครื่องเสียงเหล่านี้ ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน พร้อมมีแนวโน้มช่วยเหลือกันเอง ส่วนเรื่องการเก็บเงินจากนักเรียนใช้จ้างครูต่างชาติมาสอนภาษา หากนักเรียนไม่เคลื่อนไหว คงไม่มีการดำเนินการอะไร เพราะเทอมที่แล้วก็ไม่มีครูมาสอน เมื่อนักเรียนออกมาประท้วง จึงจะมีการประกาศจ้างครูต่างชาติ ทำให้ที่ผ่านมาโรงเรียนและนักเรียนเสียประโยชน์เรื่องนี้เป็นอย่างมาก

ว่าที่ร้อยตรีฉัตรชัย แก้วคำปอด ศิษย์เก่าของโรงเรียนระบุถึงการเคลื่อนไหวครั้งนี้ต่อ เพราะเมื่อทางสำนักงานพื้นที่เขตการศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๙ จ.อุบลราชธานี ส่งเจ้าหน้าที่มาสอบข้อเท็จจริงแล้ว ทางผู้บริหารและคณะกรรมการสถานศึกษาให้ความเห็นกับคณะกรรมการที่มาสอบ เรื่องที่เด็กนักเรียนออกมากล่าวหาผู้อำนวยการเป็นเรื่องไม่จริง ทั้ง ๑๔ ข้อ ทั้งที่ทุกเรื่องมีใบเสร็จ แต่เด็กไม่ได้รับประโยชน์ สิ่งนี้เป็นการช่วยกันหรือเปล่า และน้องๆจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมายื่นร้องเรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษาเพิ่มเติมวันนี้

สำหรับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวาน หลังนักเรียนรวมตัวประท้วงขับไล่ผู้อำนวยการโรงเรียน สำนักงานพื้นที่เขตการศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๙ จ.อุบลราชธานี ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาสืบข้อเท็จจริงจากผู้บริหารโรงเรียน คณะกรรมการการศึกษา และนักเรียน ซึ่งผู้บริหารชี้แจงในที่ประชุมว่า ข้อร้องเรียนทั้งหมดของนักเรียนไม่เป็นจริง เพราะบางเรื่องผู้อำนวยการโรงเรียนต้องการพัฒนาโรงเรียนไปอย่างรวดเร็ว จึงไม่ได้มีการขออนุญาตตามขั้นตอน ซึ่งเรื่องการเก็บเงิน ๔๐๐ บาท แต่ไม่จ้างครูต่างชาติมาสอนภาษาให้นักเรียนรวม ๒ เทอม เป็นเงินกว่า ๒ ล้านบาท มีการประกาศรับสมัครครูผู้สอน แต่ปรากฏคนที่มายื่นใบสมัครมีคุณสมบัติไม่ครบตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด จึงยังไม่ได้ครูมาสอน ส่วนเงินค่าจ้างที่เก็บจากนักเรียน โรงเรียนยังเก็บไว้ และจะมีการประกาศรับสมัครครูสอนภาษาใหม่อีกครั้ง โดยครั้งนี้จะลดคุณสมบัติ เพื่อให้ได้ครูต่างชาติมาสอนต่อไป

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๗ ฉบับที่ ๒๗๓๓ วันพุธที่ ๒๙ เดือนมิถุนายน - วันอังคารที่ ๕ เดือนกรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕


55 265