7thDecember

7thDecember

7thDecember

 

July 15,2022

‘สท.จอหอ’จี้สอบการใช้งบ หลังเงินสะสมเหลือ ๑๑ ล.


ส.ท.ตำบลจอหอ บุกพบประธานสภาเทศบาลฯ ขอทราบการเบิกจ่ายปี ๒๕๖๔-๒๕๖๕ หลังพบเงินสะสมเหลือเพียง ๑๑ ล้านบาท อ้างไม่ได้จับผิดหรือโจมตี แต่ทำเพื่อความโปร่งใส ชาวจอหอจะได้มั่นใจและความสบายใจ ที่เงินภาษีถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด


เมื่อเวลา ๑๐.๓๐ น. วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ที่สำนักงานเทศบาลตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา สมาชิกสภาเทศบาลตำบลจอหอ (ส.ท.) ประกอบด้วย นายเสน่ห์ สุขนาคินทร์ นายเทียบ แพทย์เกาะ และนายโยธิน สุนทรชัย เดินทางมายื่นหนังสือให้นายธัชธรรค์ชน มะเริงสิทธิ์ ประธานสภาฯ เพื่อขอทราบรายละเอียดการเบิกจ่ายงบประมาณปี ๒๕๖๔-๒๕๖๕ พร้อมขอตรวจเอกสารและหลักฐานการเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมสภาให้เกิดความโปร่งใสในการบริหารจัดการงบประมาณเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนในพื้นที่

นายเสน่ห์ สุขนาคินทร์ ส.ท.ตำบลจอหอ เขต ๑ เปิดเผยว่า “หลังฝ่ายสภาได้สอบถามถึงการบริหารจัดการงบประมาณจากฝ่ายบริหารหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ต้องการจับผิดหรือโจมตี เพื่อให้เกิดความโปร่งใสไม่ต้องการให้เป็นเทศบาลสีเทามีภาพไม่สะอาด แต่เป็นการยืนยันความโปร่งใส เที่ยงตรงในการบริหารจัดการงบประมาณในช่วงเกิดสถานการณ์วิกฤตโควิด-๑๙ แพร่ระบาด การใช้จ่ายงบประมาณในการจัดซื้อวัสดุ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ป้องกันโรครวมทั้งการจัดซื้อจัดจ้างน้ำยาดับกลิ่นบ่อขยะมีราคาเป็นไปตามที่ขายในตลาดทั่วไปหรือไม่ อย่างไรก็ตามภายในเดือนสิงหาคมจะมีการเปิดประชุมสภาฯ หากมติที่ประชุมดำเนินการรับญัตติจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการบริหารจัดการงบประมาณตามกระบวนการทันที”

นายธัชธรรค์ชน มะเริงสิทธิ์ ประธานสภาฯ กล่าวว่า “สท.มีข้อกังขาการเบิกจ่ายงบบริหารจัดการใช้งบประมาณประจำปี ๒๕๖๔ วงเงินประมาณ ๖๐ ล้านบาท ล่าสุดเหลืองบสะสม ๑๑ ล้านบาท ส่วนต่างที่ใช้จ่ายไปแล้วประมาณ ๔๙ ล้านบาท จึงขอให้ผู้บริหารชี้แจงต่อสภาได้นำไปใช้เพื่อประโยชน์ของท้องถิ่นอย่างไรบ้าง ในฐานะฝ่ายสภามีความจำเป็นและมีหน้าที่ต้องตรวจสอบให้เกิดความกระจ่างชัดเจนและต้องโปร่งใสมากที่สุด เพื่อให้ชาวจอหอ มั่นใจและมีความสบายใจเงินภาษีได้นำไปใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด”


นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๘ ฉบับที่ ๒๗๓๕ ประจำวันพุธที่ ๑๓ - วันอังคารที่ ๑๙ เดือนกรกฎาคม พุทธศักราช  ๒๕๖๕


202 1404