30thSeptember

30thSeptember

30thSeptember

 

August 06,2022

ค้านขุดหาแร่‘ป่าสงวนเขาคอก’ แหล่งภูเขาไฟบุรีรัมย์

แสดงพลังประท้วง ๒ บริษัทเอกชน ไม่ให้เข้าไปสำรวจขุดเจาะหาแร่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาคอก แหล่งภูเขาไฟ  ๑ ใน ๖ ลูกของบุรีรัมย์ หวั่นสร้างความ เสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ กระทบโบราณสถาน และวิถีชีวิตประชาชน


ตามที่เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๕ ตัวแทนประชาชน หมู่ ๑ และหมู่ ๑๕ ต.เขาคอก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ รวมตัวกันออกมาแสดงพลังถือป้ายประท้วงคัดค้านไม่ให้ ๒ บริษัทเอกชน เข้าไปสำรวจขุดเจาะหาแร่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาคอก ต.เขาคอก อ.ประโคนชัย ซึ่งเป็นแหล่งภูเขาไฟ ๑ ใน ๖ ลูกของจังหวัด หลังทราบว่า ๒ บริษัทเอกชนยื่นหนังสือขออนุญาตทางเทศบาลตำบลเขาคอก เพื่อจะนำเครื่องจักรเข้าไปดำเนินการขุดเจาะสำรวจหาแร่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนเขาคอก เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๕ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ประชาชนไม่มีใครรู้มาก่อนว่าจะมีการสำรวจแร่ในพื้นที่ และต่อมาเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕ อุตสาหกรรมจังหวัดบุรีรัมย์ลงพื้นที่เข้ามาชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน กรณีที่ ๒ บริษัทซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ที่ ๑๘/๒๕๖๔ และ ๒๑/๒๕๖๔  ขอเข้าสำรวจพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาคอก โดยมีผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้บุรีรัมย์ ปลัดอำเภอประโคนชัย กำนันตำบลเขาคอก และผู้แทนบริษัททั้ง ๒ บริษัทเข้าร่วมด้วย

ในการประชุมชี้แจงนั้น ประชาชนม่ได้เห็นด้วยและคัดค้านไม่ให้มีการสำรวจแร่ แต่กังวลว่าอาจจะมีการล็อบบี้กัน แล้วเข้ามาขุดเจาะสำรวจโดยไม่ฟังเสียงชาวบ้าน จึงพากันออกมาแสดงพลังคัดค้าน เพราะเกรงว่าหากปล่อยให้มีการขุดเจาะสำรวจหาแร่ในพื้นที่ป่าสงวนเขาคอก จะสร้างความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ กระทบแหล่งโบราณสถาน และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน จึงต้องการให้ยุติโครงการสำรวจหาแร่ดังกล่าว

นางอำไพ อินยุง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลเขาคอก เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนว่าจะมีการเข้ามาสำรวจหาแร่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาคอก กระทั่งทางบริษัทได้ทำเรื่องขออนุญาตเทศบาลฯ เพื่อจะนำเครื่องจักรเข้ามาดำเนินการขุดเจาะสำรวจ จึงมีการนำเรื่องเข้าที่ประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕ แต่มติเสียงส่วนใหญ่ในสภาก็ไม่ได้เห็นชอบอนุญาตให้ขุดเจาะสำรวจ เกรงว่าจะส่งผลกระทบกับทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งภูเขาไฟ ๑ ใน ๖ ลูกของจังหวัดบุรีรัมย์ที่มอดดับสนิทมาแล้วนับแสนปี แต่ปัจจุบันยังมีร่องรอยของปากปล่องภูเขาไฟที่ยังคงสมบูรณ์อยู่ ทั้งยังเป็นแหล่งโบราณสถาน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือ และป่าเขาคอกก็เป็นเหมือนชีวิตลมหายใจของชาวบ้าน เพราะมีทั้งแหล่งอาหาร พืชสมุนไพร จึงไม่ต้องการให้มีการขุดเจาะสำรวจ แต่หากบริษัทยังจะเดินหน้าหาทางสำรวจขุดเจาะ ชาวบ้านยืนยันว่าจะเคลื่อนไหวคัดค้านจนถึงที่สุดเช่นกัน

นายประสิทธิ์ ประเมินชัย ตัวแทนประชาชน กล่าวเสริมว่า หากมีการสำรวจขุดเจาะหาแร่ในป่าสงวนแห่งชาติเขาคอก จะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งน้ำที่สะอาดก็จะไม่มี และกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านอย่างแน่นอน ชาวบ้านในพื้นที่ต่างต้องการให้คงสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ไว้เหมือนเดิม ซึ่งป่าเขาคอกเป็นแหล่งอาหารที่ชาวบ้านทั้งในพื้นที่และต่างพื้นที่สามารถเข้าไปหากินได้ทั้งปีโดยไม่ต้องทำลายป่า อยากฝากให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้เล็งเห็นความสำคัญของป่าเขาไม่อนุญาตให้มีการเจาะสำรวจ

เช่นเดียวกับนายสมพงษ์ มิตรชอบ ราษฎรอายุ ๗๘ ปี บอกว่า ไม่อยากให้มีการขุดเจาะสำรวจหรือทำเหมืองแร่ อยากให้ชาวบ้านอยู่แบบมีความสุข เพราะป่าเขาคอกถือเป็นแหล่งทำมาหากินของชาวบ้านทั้งเห็ด ดอกกระเจียว และพืชสมุนไพรหลายชนิด ที่ชาวบ้านเข้าไปเก็บประกอบอาหารบริโภคได้ตลอดทั้งปี แต่ถ้าปล่อยให้สำรวจขุดเจาะทุกอย่างที่เคยมีตามธรรมชาติก็จะหายไปอย่างแน่นอน  จึงไม่อยากให้มีการสำรวจขุดเจาะใดๆ ทั้งสิ้น

ล่าสุดในวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๕ ตัวแทนประชาชนได้รวมตัวกันเดินทางมาถือป้ายประท้วง ด้วยข้อความต่างๆ ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อยื่นหนังสือให้กับนายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเดินหน้าคัดค้านการเข้าสำรวจแร่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาคอก    

นายประสิทธิ์ ประเมินชัย และนายชำนิจ ดีมาก ตัวแทนประชาชน กล่าวว่า ชาวบ้านทั้งสองหมู่บ้าน ไม่เห็นด้วยและคัดค้านไม่ให้มีการสำรวจแร่ ซึ่งถ้าหากมีการขุดเจาะหรือทำเหมืองแร่ เกรงว่าจะส่งผลกระทบกับทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ เพราะพื้นที่ป่าเขาคอกก็เป็นเหมือนชีวิตลมหายใจของชาวบ้าน เพราะมีทั้งแหล่งอาหาร ทั้งเห็ด หน่อไม้ป่า ผักหวานป่า ดอกกระเจียว ทุ่งผักติ้ว พันธุ์ไม้ป่า และพืชสมุนไพร จึงไม่ต้องการให้มีการขุดเจาะสำรวจ แต่หากยังจะเดินหน้าหาทางสำรวจขุดเจาะ ชาวบ้านก็ยืนยันว่าจะเคลื่อนไหวคัดค้านจนถึงที่สุด

ต่อมา นายชุมพล ภูผานิล ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ มารับหนังสือร้องเรียนจากประชาชน เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงเบื้องต้นว่า กระบวนการที่ร้องเรียนไปถึงขั้นตอนใด ถูกต้องตามระเบียบกฎหมายหรือไม่ เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาตามที่มีการร้องเรียนต่อไป ในการยื่นเรื่องร้องเรียนปกติก็ต้องเร่งรัดการดำเนินการโดยเร็ว แต่ต้องดูข้อเท็จจริงว่าเป็นข้อเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับระเบียบกฎหมายหรือไม่ ซึ่งต้องดูกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

ภายหลังชาวบ้านยื่นหนังสือ และรับฟังคำชี้แจงจากจังหวัดบุรีรัมย์ ประชาชนต่างพอใจ จึงสลายตัวกลับ รวมทั้งจะเดินทางไปยื่นหนังสือยังที่ว่าการอำเภอประโคนชัย และเทศบาลตำบลเขาคอกด้วย


นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๘ ฉบับที่ ๒๗๓๘ วันพุธที่ ๓ - วันอังคารที่ ๙ เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕


83 496