4thOctober

4thOctober

4thOctober

 

August 27,2022

จับการ์ดยิงหน้าผับได้แล้ว ๑๓ คน อีกครึ่งร้อยเร่งพิจารณาความผิด

 

ออกหมายจับคดีวัยรุ่นยิงหน้าผับกลางเมือง อุบลฯ รวม ๑๙ คน จับแล้ว ๑๓ คน อายัดนอนรักษาตัว ๑ คน และหลบหนี ๕ คน ส่วนที่เหลืออีก ๗๐-๘๐ คน กำลังพิจารณาทำความผิดส่วนเจ้าของผับต้นเหตุ ๒ แห่ง หากมีหลักฐานดำเนินการด้วย


จากกรณีการ์ดวัยรุ่นสองฝ่ายของร้านอาหารกึ่งผับเอกมัย ๔๘๗ และพญายอ ตั้งอยู่ลานจอดรถตลาดนิกรธานี หรืออุบลสแควร์ อ.เมืองอุบลราชธานี ขัดแย้งนำปืนนานาชนิดไล่ยิงกันมีผู้เสียชีวิต ๒ คน บาดเจ็บ ๗ คนนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา ๑๑.๐๐ น.วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๕ ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงความคืบหน้ากรณีเหตุกราดยิงหน้าร้านพญายอ ต่อเนื่องร้านเอกมัย ๔๘๗ บริเวณลานจอดรถตลาดนิกรธานี อุบลสแควร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เมื่อคืนวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๕ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต ๒ คน ได้รับบาดเจ็บ ๗ คน พบปลอกกระสุนจำนวน ๑๔๙ ปลอก ถูกยิงมาจากอาวุธปืนกว่า ๑๕ กระบอก ทั้งอาวุธปืนสงคราม และอาวุธปืนอื่นๆ กราดยิงต่อสู้กันในพื้นที่ โดยไม่สนใจว่ามีประชาชนผู้บริสุทธิ์ในบริเวณใกล้เคียงอาจได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเหตุสะเทือนขวัญ ส่งผลให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องที่เกิดขึ้น จึงสั่งตั้งคณะทำงานเร่งคลี่คลายคดี โดยขณะนี้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด ๑๙ คน จับกุมตัวผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้แล้ว ๑๓ คน อายัดตัวนอนรักษาที่โรงพยาบาล ๑ คน ยังหลบหนี ๕ คน ได้แก่ ๑.นายยศพันธ์ สืบสวน หรือปอ (พญายอ) ๒.อนุชิต ขาวดง หรือเอ็มลาย (เอกมัย ๔๘๗) ๓.อธิพงษ์ ทองศรี หรือปอนด์ (เอกมัย ๔๘๗) ๔.นายอัฐพงษ์ แก้วคำพันธ์ หรืออาร์ตซ่า (เอกมัย๔๘๗) และ ๕.นายมูฮัมหมัดรูขลี กาหลง สุมิตร (พญายอ)

โดยผู้ต้องหาทั้ง ๕ คน ถูกแจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พกพาอาวุธปืนเข้าไปในเมืองหรือที่สาธารณะ ร่วมกันชุลมุนต่อสู่กันตั้งแต่สามคนขึ้นไป และซ่องโจร พร้อมตรวจยึดปืนมาตรวจสอบได้ทั้งหมด ๒๐ กระบอก รวมทั้งปืนอาร์ก้าที่ใช้ก่อเหตุวันนั้นด้วย

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง กล่าวว่า ยังมีบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอยู่ระหว่างสืบสวนอีก ประมาน ๗๐-๘๐ คน รวมถึงเจ้าของร้านต้นเหตุทั้ง ๒ ร้าน หากมีพยานหลักฐานครบถ้วนจะดำเนินการตามกฎหมายเพิ่มเติมอีก ระหว่างนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงจัดชุดเฉพาะกิจ ทำการตรวจสถานบันเทิงในพื้นที่เพื่อตรวจค้นสิ่งของผิดกฎหมาย และเป็นการป้องกันการก่อเหตุซ้ำ

“ขอฝากถึงพี่น้องประชาชน ท่านใดมีเบาะแสกลุ่มขบวนการ บุคคลที่อาจช่วยเหลือให้ที่พักพิงบุคคลตามหมายจับ หรือกลุ่มคนใดที่มีพฤติการณ์มีและใช้อาวุธปืน หรือเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี หรือกองบังคับการปราบปราม เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปกวาดล้างไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเช่นนี้ขึ้นมาอีกด้วย” ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวท้ายสุด

อนึ่ง เมื่อช่วงบ่ายวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับทีมสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการสืบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค ๓ กองบังคับการปราบปรามวางกำลังดักซุ่มจับตัวนายนิกร หรือเหม่า ทองพันธ์ อายุ ๓๑ ปี วัยรุ่นกลุ่มการ์ดพญายอ ซึ่งใช้ปืนอาร์ก้ายิงตอบโต้ในคืนปะทะกันระหว่างเดินทางข้ามกลับจากประเทศ สปป.ลาว และหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่อำเภอเขมราฐ หลังถูกจับตัวนายนิกร หรือเหม่า หนองมะนาว รับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านพญายอ บริเวณลานประลอง ตลาดนิกรธานี อุบลสแควร์ ข้างห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาอำเภอเมืองอุบลราชธานี

โดยผู้ต้องหายอมรับว่า เป็นคนใช้ปืนอาร์ก้ายิงปะทะกับการ์ดฝั่งร้านเอกมัย ๔๘๗ คู่กรณีจริง แต่ปืนดังกล่าวไม่ใช่ของตัวเอง แต่เป็นของนายอพลรัตน์ หรือแห พันธ์กว้าง อายุ ๓๕ ปี น้องนายเป็ด หัวหน้าการ์ดพญายอที่เสียชีวิต นำมาซ่อนไว้ในร้านก่อเกิดการยิงกัน ซึ่งก่อนเกิดเหตุนายนิกร ได้มานั่งดื่มกินภายในร้านกับกลุ่มวัยรุ่นฝั่งเดียวกัน เมื่อเกิดการยิงกันขึ้น จึงวิ่งเข้าไปหลังร้านที่เก็บปืนไว้ และนำปืนออกมายิงตอบโต้เปิดทางนำตัวนายโชคทวัตร พันธุกว้าง หรือเป็ด บ้านขาม หัวหน้าการ์ดพญายอที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เพื่อนำส่งโรงพยาบาล โดยเป็นการยิงตอบโต้ขึ้นฟ้า ไม่มีเจตนายิงใส่คู่กรณี และสาเหตุที่สามารถใช้ปืนดังกล่าวได้ เนื่องจากอดีตเคยเป็นอาสาสมัครทหารพรานประจำการอยู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนลาออกและกลับมาอยู่บ้าน

ฃหลังทำแผนเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายนิกรดำเนินคดีตามหมายจับของศาลจังหวัดอุบลราชธานี ในข้อหาพยามยามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร ยิงปืนและมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ใช้ได้


นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๘ ฉบับที่ ๒๗๔๑ วันพุธที่ ๒๔ - วันอังคารที่ ๓๐ เดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕

 


59 1113