4thOctober

4thOctober

4thOctober

 

September 11,2022

๒ ผู้การกองบิน ๑ โคราช ร่วมภารกิจสุดท้าย Snowy บินเจรจาสหรัฐฯ ซื้อ F-35

 

“ผบ.ทอ.” ปฏิบัติภารกิจสำคัญก่อนเกษียณ เตรียมนำนักบินคุณภาพ “๒ ผู้กองบิน ๑ โคราช” บินไปสหรัฐฯ เดินสายสร้างความเชื่อมั่น ไทยมีความพร้อมทุกด้านในการจัดซื้อเครื่องบินโจมตี F-35 หวังสหรัฐฯ ขายให้ไทย เพื่อเสริมศักยภาพกองทัพอากาศไทย


ตามที่กองทัพอากาศไทย (ทอ.) เสนอความจำเป็นในการจัดซื้อเครื่องบินรบ F-35 A โดยระบุว่า เพื่อทดแทนเครื่องบินที่กองทัพอากาศกำลังจะปลดประจำการ เนื่องจากเครื่องเก่ามีค่าซ่อมบำรุงสูง โดยกำหนดแผนจัดซื้อ ๑๒ เครื่อง แบ่งออกเป็น ๓ เฟส (๒-๔-๖ ลำ) โดยผูกพันตามแผน ๑๒ ปี กําหนดความต้องการระยะ ๑๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๓–๒๕๗๓) ได้แก่ ระยะที่ ๑ ผูกพันงบประมาณ ๔ ปี (ปี ๒๕๖๖-๒๕๖๙) จํานวน ๒ ลำ วงเงิน ๗,๓๘๒ ล้านบาท, ระยะที่ ๒ ผูกพันงบประมาณ ๔ ปี (ปี ๒๕๖๙-๒๕๗๑) จํานวน ๔ ลำ วงเงิน ๑๔,๖๒๘ ล้านบาท และระยะที่ ๓ ผูกพันงบประมาณ ๔ ปี (ปี ๒๕๗๒-๒๕๗๕) จํานวน ๖ ลำ วงเงิน ๒๑,๙๒๔ ล้านบาท วงเงินรวมทั้งสิ้น ๔๓,๙๓๕ ล้านบาท ซึ่งต่อมา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๖ ชุดใหญ่อนุมัติให้จัดซื้อเครื่องบินโจมตี F-35 A จำนวน ๒ ลำ ตามที่กองทัพอากาศอุทธรณ์มาของบประมาณ ๓๖๙.๑ ล้านบาท จาก ๗๓๘.๒ ล้านบาทนั้น

สำหรับความคืบหน้าในการจัดซื้อนั้น เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๕ “วาสนา นาน่วม” สื่อมวลชนสายทหารชื่อดังได้เผยแพร่คลิปผ่านช่องยูทูป “WassanaNanuam” หัวเรื่อง “The Last Mission of Snowy : ผบ.ทอ.เตรียมนำทีมนักบินขับไล่มือหนึ่ง ทอ.ไทย บินสหรัฐฯ เดินสายแจงพร้อมมี F35” ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ (บิ๊กป้อง) หรือ Snowy จะเกษียณราชการในอีกไม่กี่วัน แต่ว่ายังมีภารกิจสำคัญที่จะต้องสานต่อโครงการ F-35  ซึ่งบิ๊กป้องเป็นผู้ริเริ่มก้าวแรกและเข้าสู่ก้าวที่สองในการจัดซื้อ F-35 ตั้งแต่เสนอ ครม.ขออนุมัติเรียบร้อยและผ่านสภาแล้ว ผ่าน กมธ.งบประมาณแล้ว ถึงแม้จะถูกตัดลงเหลือ ๕% หรือประมาณ ๓๐๐ กว่าล้านบาท สำหรับการผ่อนจ่ายงวดแรก F-35 จำนวน ๒ เครื่องแรก และก่อนที่บิ๊กป้อง (snowy) จะเกษียณราชการก็ต้องการทำ Mission สุดท้ายสำเร็จ เพื่อให้มีความมั่นใจว่า อย่างน้อย สิ่งที่ได้เริ่มไว้โครงการ F-35 จะมีความสำเร็จตามมา

พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ (บิ๊กป้อง) หรือ Snowy ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)

The last Mission ที่ว่านี้ คือพล.อ.อ.นภาเดช จะเดินทางไปที่สหรัฐอเมริกาในช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ เป็นเวลา ๑ สัปดาห์ (๑๐-๑๙ กันยายน)เพื่อเดินสายพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติโครงการ F-35 จะไปที่วอชิงตัน ดีซี โดยเฉพาะในส่วนของเพนตากอนที่จะพูดคุยกับ DSCA (Defense Security Cooperation Agency) ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานสำคัญของกระทรวงกลาโหม สหรัฐฯ ที่จะมีส่วนในการชี้ว่า จะขายเครื่องบิน F-35 ให้กับกองทัพอากาศไทยหรือไม่ ว่ากันว่า ทางสภาคองเกรส ก็จะต้องฟังทั้งจากกระทรวงกลาโหมและกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ นอกจากนั้น ยังจะเดินสายไปพบกับ Senator (วุฒิสมาชิก) คือแทมมี ดักเวิร์ธ เพื่อให้ช่วยทำความเข้าใจกับสมาชิกสภาคองเกรส ให้อนุมัติ F-35 ให้กับประเทศไทย

สำหรับการเดินทางไปครั้งนี้ พล.อ.อ.นภาเดช ยังมีทีมพิเศษร่วมเดินทางไปด้วย ซึ่งถือว่าเป็นความหวังของกองทัพอากาศไทย โดยจัดเป็น Young Generation ถือเป็นคลื่นลูกใหม่ของกองทัพอากาศที่เป็นนักบินเครื่องบินรบ จบจากสหรัฐอเมริกาและเป็นนักบินชั้นแนวหน้าของกองทัพอากาศไทย นำโดย “J-Knight” พล.อ.ต.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย (เสธ.แจ๊ค) เสนาธิการโรงเรียนนายเรืออากาศ อดีตผู้บังคับการกองบิน ๑ และอดีตผู้ฝูงกริพเพ่น รวมถึง Tonic “ผู้การอ๋า” น.อ.เจริญ วัฒนศรีมงคล” ผู้บังคับการกองบิน ๑ แห่งฝูงบิน F-16 และเคยอยู่กองบิน ๗ ฝูงบินกริพเพ่น ที่สุราษฎร์ธานี รวมทั้งทีมงานอีกประมาณ ๓-๔ คน โดยทีมนี้ต้องยอมรับเป็นคลื่นลูกใหม่ Young Generation ที่จะเดินสายไปพูดคุยกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจว่า กองทัพอากาศไทยมีความพร้อมแค่ไหน โดยเฉพาะมีบุคลากรที่มีคุณภาพที่เดินทางมาด้วยตัวเอง เพราะว่า พล.อ.ต.จักรกฤษณ์จบจากสหรัฐฯ จบนายร้อยจาก VMI (Virginia Military Institute) และโรงเรียนนายเรืออากาศสหรัฐฯ (United States Air Force Academy : USAFA) ได้รางวัลด้วย (สอบได้ลำดับที่ ๑ ของทุกวิชา) เรียกได้ว่าเป็นที่ฮือฮา และถือว่าเป็นคนเก่งของกองทัพอากาศไทย ดังนั้นบิ๊กป้องจึงคัดตัวทั้งคนที่จบจากสหรัฐอเมริกาและคนที่เป็นนักบินเก่งๆ ร่วมทีมไปด้วย เพื่อไปพูดคุยว่า กองทัพอากาศไทยมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน เป็นการแสดงถึงศักยภาพนักบินรบของกองทัพอากาศไทย

พล.อ.ต.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย (เสธ.แจ๊ค) เสนาธิการโรงเรียนนายเรืออากาศ อดีตผู้บังคับการกองบิน ๑ -- “ผู้การอ๋า” น.อ.เจริญ วัฒนศรีมงคล” ผู้บังคับการกองบิน ๑

แม้ว่าจากการพูดคุยครั้งล่าสุดกับพล.อ.อ. นภาเดช ใจหนึ่งครึ่งหนึ่งก็ไม่ค่อยมั่นใจนักว่า สหรัฐอเมริกาจะขาย F-35 ให้ไทยหรือไม่ พูดได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นเรื่องยากและมีโอกาสน้อยมาก แต่ก็จะพยายามอย่างเต็มที่ในการเดินทางไปในครั้งนี้ ซึ่ง พล.อ.อ.นภาเดช กล่าวในตอนหนึ่งว่า มองไปหลายๆ ประเทศ แม้แต่เพื่อนบ้านเรา เขาซื้อเครื่องบินรบกันทีละ ๕๐-๖๐ ลำ เช่น อินโดนีเซียซื้อเครื่องบินรบจำนวนมาก แต่ประเทศไทยซื้อได้ทีละ ๒ ลำ และยังถูกตัดงบงวดแรกลงอีกครึ่ง แต่ก็ต้องเข้าใจสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองของไทยด้วย ดังนั้น การที่สภาฯ อนุมัติงบประมาณปี ๒๕๖๖ ให้ ก็ถือว่าฝ่ายการเมืองมีความเข้าใจ และทำให้โครงการนี้เดินหน้าได้ แต่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับกองทัพอากาศสหรัฐฯ แต่กองทัพอากาศไทยก็ต้องทำให้ดีที่สุดในทุกๆ เรื่อง ทุกด้าน แต่ว่า ท้ายที่สุดก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาคองเกรสว่าจะอนุมัติให้หรือไม่ คาดว่าประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ก็จะได้รู้ว่า จะขายให้ไทยหรือไม่ จากการตอบเรื่อง P&A (Performance Appraisal : การประเมินผลการปฏิบัติงาน) เรื่องของราคา และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทุกอย่าง

บิ๊กป้องบอกว่า ถ้าเขาตอบรับเรื่อง P&A ก็มีแนวโน้มว่า จะขายให้ไทย แต่ถ้าไม่ตอบรับ นั่นก็หมายความว่า ไทยก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจ และอย่างที่ได้สัญญาเอาไว้ว่า ถ้าโครงการ F-35 ไม่ผ่านการพิจารณาของสภาคองเกรส ก็จะคืนงบประมาณในส่วนที่ได้อนุมัติมาให้ในปี ๒๕๖๖

“วาสนา นาน่วม” ระบุว่า ในขณะนี้ F-35 ราคาลดลงแล้ว ในส่วนของ Cost of Operating ก็ลดลงด้วย เพราะว่าเป็นหลักการตลาด เมื่อมีการซื้อจำนวนมาก การผลิตอะไหล่หรือการดูแลต่างๆ ก็จะมีราคาลดลงด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับ Destiny (โชคชะตา) จริงๆ ว่า กองทัพอากาศไทยจะได้จัดซื้อ F-35 หรือไม่ สหรัฐฯ จะขายให้หรือไม่ แม้ว่าเราจะเป็นพันธมิตรที่ยาวนานกว่า ๑๘๐ ปีก็ตาม แต่ถ้าเทียบกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้แล้ว เราก็อาจจะยังไม่เป็นที่ไว้วางใจของสหรัฐฯ มากนัก รวมทั้งเรื่องความสัมพันธ์ของไทยกับจีน และการที่ไทย Balance of Power (ทฤษฎีดุลแห่งอานาจ) กับทั้งสองฝั่งนั้น สหรัฐฯ ก็คิดอยู่เหมือนกัน เราเป็นประเทศเอกราช ไม่ขายก็ไม่ขาย ก็เป็นการวัดใจไทยกับสหรัฐอเมริกา

โดยในคลิปวิดีโอนี้ ทิ้งท้ายว่า “ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ ชื่อของ พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผบ.ทอ.คนที่ ๒๘ ของไทย ก็ถูกบันทึกไว้ว่า เป็นผู้ที่ริเริ่มและผลักดันให้เกิดโครงการจัดซื้อ F-35 ถ้าสำเร็จก็เดินต่อไป เป็นภารกิจของผบ.ทอ.คนต่อไปที่จะสานต่อ รุ่นต่อรุ่น แต่หากไม่สำเร็จก็ต้องพักไว้ก่อน แล้วค่อยพยายามกันใหม่”


นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๘ ฉบับที่ ๒๗๔๓ วันพุธที่ ๗ - วันอังคารที่ ๑๓ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๕


42 1120