27thNovember

27thNovember

27thNovember

 

November 01,2022

‘ลุงแดง’ สิทธิพล จิตรภูมิศักดิ์ จาก ‘เด็กสมอราย’บินไกลสู่ ‘โคเปนเฮเกน’ ปลุกปั้นร้านอาหาร ‘บ้านไทยอีสาน’ โด่งดัง

 

“แดง” หรือ “สิทธิพล จิตรภูมิศักดิ์” คนโคราชแท้ๆ เป็นเด็กแถววัดสมอราย เขตเทศบาลนครนครราชสีมา สนใจเรื่องเหตุบ้านการเมืองมาแต่ไหนแต่ไร เคยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) นครนครราชสีมา และเป็นเจ้าของ หจก.สีมาฟ้าหลวง ธุรกิจรับเหมาไม่เล็กไม่ใหญ่ กระทั่งในการเลือกตั้งเทศบาลฯ เมื่อประมาณปี ๒๕๔๓ ตั้งกลุ่ม “โคราช ๒๐๐๐” ขึ้นมาเพื่อลงสนามเพื่อหวังจะทอฝันคนเมือง แต่ก็ต้องพลาดหวัง จากนั้นเขาก็ใช้ชีวิตอยู่เมืองโคราชทำอาชีพรับเหมาไปพลางๆ พร้อมกับเลี้ยงลูกสาวน่ารักสองคน “น้องขอบฟ้า-น้องฟายดาว”
 

เมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสม ก็หอบลูกสาวทั้งสอง ซึ่งคนโตเพิ่งจะเรียนอนุบาล ๓ บินลัดฟ้าสู่ “กรุงโคเปนเฮเกน” ประเทศเดนมาร์ก หลังจากที่แม่ น้องสาว น้องชาย และภริยา เดินทางล่วงหน้ามาก่อนแล้วระยะหนึ่ง เพื่อเปิดร้านอาหาร โดยร้านของน้องสาวชื่อ “ร้านอาหารไทยบ้านแก้ว” ส่วนร้านน้องชายชื่อ “ร้านอาหารไทยอยุธยา” ส่วน “พี่แดง” หรือ “ลุงแดง” และครอบครัวก็ร่วมกันปลุกปั้นร้านอาหารจนโด่งดัง ในชื่อ “บ้านไทยอีสาน” ตั้งอยู่ข้างสถานีตำรวจกรุงเคเปนเฮเกน ขายอาหารไทย อาหารอีสาน หลากหลายเมนูให้เลือก ภายในร้านไม่เล็กไม่ใหญ่แต่ถูกตกแต่งจัดเรียงโต๊ะเก้าอี้อย่างลงตัวและเป็นระเบียบ สะอาดสวยงาม ในขณะที่ฝาผนังมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แสดงถึงความจงรักภักดีของเจ้่าของร้าน

นายสิทธิพล จิตรภูมิศักดิ์ เจ้าของร้านบ้านไทยอีสาน


 

สำหรับรสชาติอาหารคงไม่ต้องพูดถึง เพราะ “ลุงแดง” บอกเล่าให้ฟังเมื่อช่วงที่เดินทางกลับโคราชครั้งล่าสุด (กรกฎาคม-สิงหาคม ๒๕๖๕) ว่า “แม้แต่เชฟระดับมิชลินของเดนมาร์กยังติดใจ เพราะมานั่งกินผักบุ้งไฟแดงกับลาบหมูที่ร้าน แล้วไปให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่าอร่อย ทำเอาขายดีระเบิดระเบ้อ” 
 

นอกจากนี้ ยังมีรายการทางช่องยูทูปมาขอถ่ายทำ ทั้งที่ช่วงนั้นร้านไม่ค่อยว่าง   แต่ลูกสาวบอกว่าเลื่อนเขามาหลายครั้งแล้ว ถึงที่สุดแล้วก็ต้องยอม จึงจัดเมนูส้มตำไทยให้ พอคลิปปล่อยออกไป แทบจะต้องตำส้มตำ  ทั้งอาทิตย์จนแขนหล่อย (หมดแรง) 
 

ในขณะที่บรรดาตำรวจในสถานีโคเปนเฮเกน ก็มักจะสั่งไปกินที่ทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเมนูแพนง แกงเผ็ด เนื้อทอดกระเทียม ผัดไท ผัดซีอิ๊ว ข้าวผัด เป็นต้น 

 


 

“ลุงแดง” บอกว่า ร้านอาหารไทย ขายดี เพราะกินข้าวแล้วอิ่ม แม้อาหารไทยจะทำยาก เครื่องปรุงเยอะ แต่ด้วยความเป็นอาหารไทย รสชาติแบบไทยๆ ที่ครบรส  หวาน มัน เค็ม จึงทำให้อาหารไทยขายดี ใครๆ ก็อยากเปิดร้านอาหารไทย
 

สำหรับร้าน “บ้านไทยอีสาน” ของครอบครัว “ลุงแดง” นั้น การบริหารจัดการทุกอย่างเกิดขึ้นจากคนภายในครอบครัว ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ ปรุงอาหาร ดูแลร้านแม้กระทั่งเรื่องความสะอาดของห้องน้ำก็ต้องลงมือทำเอง โดยให้ความสำคัญในเรื่องห้องน้ำ ซึ่งสวยสะอาดไม่แพ้โรงแรมดัง ฝรั่งยังชม 

 

“ลุงแดง” เล่าอย่างภูมิใจว่า “ร้านของเราจะทันสมัยตลอด เพราะลูกสาวจะคอยปรับให้ดี ทั้งเรื่องภาชนะต่างๆ ไม่ว่าจาน ช้อน ที่จะมีการเปลี่ยนให้สวยงามอยู่ตลอด รวมทั้งเรื่องรสชาติอาหารก็มีมาตรฐาน เพราะอาหารแต่ละอย่างต้องมีสัดส่วนของเครื่องปรุงที่ชัดเจน รสชาติแทบจะไม่มีเพี้ยน เพราะมีสูตรที่เสมอต้นเสมอปลาย ปริมาณอาหารแต่ละจานก็มาก 
 

ไม่ต้องบอกว่า ขายดีแค่ไหน รู้แค่ว่า บ้านไทยอีสานใช้ข้าวสารเปลืองถึงอาทิตย์ละ ๒๐ กระสอบนี่แค่เฉพาะเมนูข้าวนะไม่นับรวมผัดไทย และเมนูอื่นๆ อีก เรียกว่าทำอาหารมือเป็นระวิงกันทีเดียว


 

“ยืนตั้งแต่กลางวัน ถ้ามีกุ๊กมาช่วยก็จะเข้าร้านตอนเที่ยง จากนั้นก็ปรุงอาหารเลย แต่ถ้าไม่มีใครมาช่วยก็ต้องไปถึงร้านประมาณ ๙-๑๐ น. เพราะร้านเปิดเที่ยง พอเปิดร้านปุ๊บลูกค้าก็เข้าปั๊บ บางคนก็มายืนรอก่อนแล้ว” พี่แดงบอก 
 

สำหรับช่วงที่ “โควิด-๑๙” ระบาด ก็ยังมีการทำอาหารส่ง เป็นเดลิเวอรี่ โดยมีลูกสาวขับรถส่งอย่างแข็งขันซึ่งในสถานการณ์โรคระบาดนี้ทางรัฐบาลเดนมาร์กก็ช่วยเหลือเยียวยาเกือบสองแสนโครน (ปัจจุบันโครนละประมาณ ๔.๙๗ บาท) โดยรัฐบาลจะดูจากยอดขายแต่ละร้านด้วย แต่ห้ามลดเงินเดือนพนักงานเด็ดขาด 
 

หลังจากที่ไปอยู่ที่เดนมาร์กได้ประมาณ ๑๐ ปี “ลุงแดง” ก็เดินทางกลับมาพักร้อนที่ประเทศไทยเกือบทุกปี เพื่อเป็นการพักผ่อนหลังจากหลังขดหลังแข็งกับการหาเงินมาทั้งปี พากันท่องเที่ยวในที่ที่อยากไป บางปีขึ้นเหนือ บางปีล่องใต้ไปเล่นน้ำทะเล แต่ก็ไม่ลืมบ้านเกิด “โคราช” เพราะทั้ง “ลุงแดง-ป้าเอียด” ต้องกลับมาเยี่ยมยามญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง และมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนที่ขาดแคลนด้วย 
 

สำหรับปีนี้ นับเป็นการเดินทางกลับมาเมืองไทยในรอบ ๓ ปี ด้วยสถานการณ์ของโควิด-๑๙ ทำให้การเดินทางทั่วโลกต้องชะงักงัน มีการปิดประเทศ สายการบินทั้งหลายต้องยกเลิกการบินชั่วคราว ตั๋วการบินไทยที่จองไว้กว่า ๓ ปี จึงเพิ่งได้ใช้ในปีนี้ และเมื่อจบทริปท่องเที่ยวพักผ่อนจากทะเลเมืองไทยที่สวยกว่าทะเลไหนๆ แล้ว ในวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ก็ยกคณะไปมอบทุนการศึกษาแก่ เด็กนักเรียนในพื้นที่อำเภอโชคชัย (จ.นครราชสีมา) จำนวน ๑๐๐ ทุนๆ ละ ๑,๐๐๐ บาท นอกจากนี้ นายก อบจ.นครราชสีมา สมทบ ๒๐ ทุน รวมทั้งพี่ๆ คนโคราชซึ่งเดินทางจากเดนมาร์กมาด้วยกันสมทบอีก ๑๐ ทุน รวมเป็น ๑๓๐ ทุน แถมยัง มีข้าว ๒๐๐ กล่อง ไอศกรีม ๒ ถัง น้ำดื่ม ๕๐ โหล โดยมีเพื่อนรักอย่าง “ส.ส.ปื๊ด” อภิชา เลิศพชรกมล มาเป็นประธาน 


 

ในส่วนของ “น้องขอบฟ้า-น้องฟายดาว” ลูกสาวคนเก่งของ บ้านไทยอีสานนั้น นอกจากจะทำงานเก่ง ทั้งงานนอกบ้าน และกิจการของครอบครัวแล้ว สองสาวยังเรียนจบปริญญาโททั้งคู่ สร้างความปลาบปลื้มใจให้กับครอบครัวยิ่งนัก “ลุงแดง” บอกว่า “การมีลูกสาวเก่งและดี มีแต่คนชื่นชม”
 

เมื่อถึงเวลาบินกลับ “ลุงแดง-ป้าเอียด” ก็ขนบรรดาวัตถุดิบต่างๆ จากเมืองไทยไปปรุงให้คนต่างชาติรับประทาน ซึ่งอนาคต เราก็อาจจะเห็น “ข้าวพิมาย” ไปวางขายที่นั่นด้วย

 

“ลุงแดง” บอกว่า พลเมืองเดนมาร์กจะเกษียณอายุการทำงานตอนอายุ ๖๕ ปี (ตอนนี้ลุงแดงอายุ ๕๗ ปี) ซึ่งเมื่อเกษียณแล้วก็คาดว่าจะกลับมาอยู่โคราช อาจจะมาใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ขับรถจี๊ป คันโปรดที่ซื้อไว้ ๒-๓ คันไปทำสวนที่ซื้อและบุกเบิกปลูกไม้ป่าและไม้ผลไว้บ้างแล้ว หรืออาจจะนั่งเขียนหนังสือ เพราะเป็นคนชอบอ่าน ในห้องนอนทุกวันนี้จึงเต็มไปด้วยหนังสือ ชอบอ่านทุกแนว เหมือนเป็นคลังสมอง เรียกว่า ใครพูดเรื่องอะไรมา “ลุงแดง” ก็สามารถคุยได้ทุกเรื่อง รวมทั้งอาจจะบินไปมาระหว่างไทยกับเดนมาร์กอยู่บ้าง 
 

ท้ายสุด “ลุงแดง” ให้ข้อคิดว่า ถ้าอยากยกระดับฐานะโดยการบินไปทำงานต่างประเทศ ก็ต้องมีความตั้งใจ ขยันทำงาน และอย่าสร้างหนี้

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                     wiwien : เรื่อง

นสพ.โคราชคนอีสาน ฉบับพิเศษ ปีที่ ๔๘ ฉบับที่ ๒๗๔๖ วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕


42 4690