27thNovember

27thNovember

27thNovember

 

November 18,2022

‘สุดที่รัก’ ลุย ปธ.หอการค้า ทำงานเคียงคู่‘ผู้ว่าฯสยาม’

 

 

 

พร้อมลุยประธานหอการค้าโคราช ‘เสี่ยฮั่น-สุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ’ คาดเป็นประธานหนุ่มที่สุด ทำงานเคียงคู่ผู้ว่าฯ ที่หนุ่มที่สุด พร้อมเดินหน้าพัฒนาหอการค้าฯ ให้มั่นคงทุกด้าน สร้างการเรียนรู้ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจโคราชให้ยั่งยืน มีผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน เชื่อไม่มีการแข่งขันและแบ่งพรรคแบ่งพวก


ตามที่คณะกรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมาสมัยปัจจุบันซึ่งนำโดยนายศักดิ์ชาย ผลพานิชย์ ประธานหอการค้าฯ หมดวาระลง และอยู่ระหว่างรักษาการนั้น ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่า หลายคนเสนอตัวและได้รับการสนับสนุนให้เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดฯ คนต่อไป ซึ่งคาดว่าจะมีการเลือกตั้งประมาณวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๖

ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ปรากฏชื่อของนายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกสหกรุ๊ป จำกัด และกรรมการบริหารบริษัท คลังคาซ่า จำกัด เป็นหนึ่งในผู้จะเข้ามาร่วมชิงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดฯ รวมทั้งในเฟซบุ๊กส่วนตัวยังโพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “เปิดตัวทีมผู้สมัครกรรมการหอการค้าปี ๖๖ ครับ ทีมนี้ profile ดีทุกคน แรงเยอะพร้อมลุยเพื่อโคราช ขอฝากเนื้อฝากตัวกับเพื่อนๆ พี่ด้วยนะครับ”

“โคราชคนอีสาน” สัมภาษณ์นายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ ในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ประเด็นการอาสาลงสมัครเป็นประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นกรรมการหอการค้าฯ หลายสมัย และธุรกิจส่วนตัวก็ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการเปิดเผยว่า “ผู้ใหญ่หลายท่านอยากให้ขึ้นมาดูแลในฐานะประธานหอการค้าฯ ซึ่งความจริงคณะกรรมการหอการค้าฯ หลายท่านก็มีความเหมาะสมที่จะเป็นประธานหอการค้าฯ มากกว่าผม แต่เนื่องจากความพร้อมบางอย่าง ท่านจึงไม่ได้ลงสมัครประธานหอฯ ในสมัยนี้ อีกทั้ง อย่างที่ทราบว่าผมเป็นกรรมการหอการค้าฯ มาหลายสมัย จึงอาจจะถึงเวลา ซึ่งจริงๆ ด้วยอายุของผมก็อาจจะรอได้อีก ๒-๓ ปีแล้วค่อยขึ้นประธานฯ จึงจะดูดีกว่า แต่ทั้งนี้ด้วยความพร้อมของผมในหลายๆ เรื่อง เมื่อเหมาะสม มีความพร้อมและจำเป็นต้องขึ้นเป็นประธานหอการค้าในปีนี้ก็พร้อมที่จะขึ้น รวมทั้งมีผู้ใหญ่หลายท่านก็ร่วมผลักดัน”

ปีนี้นายสุดที่รักอายุ ๔๗ ปี ถือว่าเป็นประธานหอการค้าโคราชที่หนุ่มที่สุด โดยนายสุดที่รักยบอกว่า “ไม่ค่อยแน่ใจแต่คาดว่าเป็นไปได้ แต่ถ้าอายุ ๕๐ ปี ก็กำลังสวย”

นายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ

“ในการอาสาเข้ามาทำงานนี้ มีหลายท่านให้การสนับสนุน มีทั้งคณะกรรมการชุดปัจจุบันและอดีตประธานหลายท่านก็ให้การสนับสนุนเช่นกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ ด้วยหน้าที่การงาน ผมก็มีความเป็นห่วงในเรื่องธุรกิจที่ดูแลอยู่ ทำให้เวลาค่อนข้างรัดตัว แต่เมื่ออาสามาทำงานในส่วนนี้แล้วก็ต้องปรับเวลาให้ได้” นายสุดที่รัก กล่าว

เมื่อถามว่า มีนโยบายในการบริหารและทำงานหอการค้าฯ อย่างไร? นายสุดที่รัก เปิดเผยว่า “ต้องการขับเคลื่อนหอการค้าโคราชให้เคียงคู่กับหอการค้าไทย ต้องการทำให้หอการค้าโคราชมีความมั่นคงในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นในด้านการบริหาร การเงิน และการดูแลสมาชิกหอการค้าฯ ในภาพรวม ให้มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น และในวาระนี้จังหวัดนครราชสีมาก็มีผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ที่ค่อนข้างหนุ่ม (นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา อายุย่าง ๔๙ ปี) และในปีหน้าถ้าไม่มีอะไรพลาดก็จะได้ประธานหอการค้าโคราชที่ค่อนข้างหนุ่มด้วย น่าจะทำโปรเจ็กต์ด้วยกันได้ดีในหลายๆ เรื่อง ซึ่งผมก็มีโอกาสคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ค่อนข้างเยอะ คาดว่าปีหน้าบทบาทของหอการค้าใน Creative Economy (เศรษฐกิจสร้างสรรค์) จะมีมากขึ้น”

ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ที่จะเข้ามาเป็นประธานหอการค้าจังหวัดฯ นอกจากจะมีความรู้ความสามารถแล้ว ยังต้องมีความพร้อมในด้านสถานะทางการเงิน โดยในบางครั้งอาจจะต้องใช้ทุนส่วนตัวเข้ามาสนับสนุนหอการค้าฯ ด้วย นายสุดที่รัก เปิดเผยในประเด็นนี้ว่า “ก่อนที่จะมารับหน้าที่นี้ ผมได้ดูเรื่องความพร้อมในด้านสถานะทางการเงินของหอการค้าฯ แล้ว ซึ่งก็เห็นว่า สถานะของหอการค้าจังหวัดฯ ขณะนี้มีความพร้อมค่อนข้างมาก ดังนั้น ในเรื่องของการจัดกิจกรรมและงานต่างๆ ในปีหน้าก็มีการวางแผนไว้ในบางส่วนแล้ว เป็นกิจกรรมที่จะทำให้หอการค้าของเรามีความมั่นคงทั้งสถานะทางการเงินและหลายๆ ด้านเยอะขึ้นเยอะ เพราะว่า สิ่งที่เราจะทำในช่วงปีหน้าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสนับสนุนหอการค้าฯ ให้มีความยั่งยืนมากขึ้นสำหรับโคราชของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราจะมีการจัดกิจกรรมร่วมกับ YEC มากขึ้นด้วย กิจกรรมต่างๆ ที่เราจะทำไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างการเรียนรู้ให้คนในพื้นที่ เป็นกิจกรรมที่สร้างเงินทุนหมุนเวียนให้เกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจบ้านเรา ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้หอการค้าฯ ก็ไม่ได้ทำขึ้นตามลำพังยังร่วมกับทางจังหวัดและหน่วยงานอื่นด้วย”

 

สำหรับข่าวเรื่องความไม่ปรองดองที่เกิดขึ้นในหอการค้าฯ ในช่วงที่ผ่านมานั้น นายสุดที่รัก เปิดเผยว่า “เรื่องนี้ผู้ใหญ่ทั้งสองท่านเคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็เรียบร้อยดี ไม่มีอะไร เป็นเรื่องที่เข้าใจกันผิด และได้มีการปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว”

เมื่อ “โคราชคนอีสาน” สอบถามในประเด็นที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า มีกรรมการหอการค้าฯ คนอื่นต้องการเสนอตัวเป็นประธานหอการค้าจังหวัดฯ ด้วย ขณะนี้ยังมีอยู่อีกหรือไม่? นายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ กล่าวว่า “หลายๆ ท่านก็ให้การยอมรับผม และก็คิดว่า เรามาเพื่ออาสาทำงานให้กับหอการค้าโคราช เพื่อคนโคราช จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องมีแข่งขันกันหรือแบ่งพรรคแบ่งพวก ซึ่งเท่าที่ดูแล้วหลายท่านก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกัน ใครจะเป็นประธานหอฯ ก็เหมือนกัน ถึงแม้จะไม่ใช่ผม แม้จะเป็นท่านอื่นก็เหมือนกัน ในวันนี้เรามีการพูดจาพูดคุยร่วมกันพอสมควรเพื่อวางแผนในการทำงานสำหรับปีหน้า จึงพร้อมที่จะรับอาสาเข้ามาเป็นประธานหอการค้าฯ”

สำหรับการดูแลสมาชิกและยกระดับสมาชิกหอการค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีในภาวะเศรษฐกิจซบเซาและภาวะเงินเฟ้อที่กำลังประสบอยู่ในปัจจุบันนั้น นายสุดที่รักเปิดเผยว่า “เอสเอ็มอีโคราชมีปริมาณมากและต้องการการพัฒนาในหลายด้าน ซึ่งหอการค้าฯ จะร่วมมือกับภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้ข้อมูล การให้ Know-how การให้แนวทาง หรือแม้กระทั่งเป็นตัวกลางในการประสานงานระหว่างภาครัฐเพื่อให้อำนวยความสะดวกให้กับเอสเอ็มอี สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราตั้งใจจะทำและวางแผนเอาไว้”

นายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ กล่าวถึงธุรกิจส่วนตัวในโอกาสที่ต้องเข้ามารับบทบาทประธานหอการค้าจังหวัดฯ ว่า “ในเอกสหกรุ๊ปมีทีมงานดูแลในทุกส่วนอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยมีความน่าเป็นห่วง เพราะแต่ละท่านก็มีประสบการณ์มากกว่าสิบปี ไม่ว่าจะเป็นด้านรถยนต์ หรือว่าอสังหาฯ ก็ตาม และมีประสบการณ์ที่ทำงานร่วมกับผมมากกว่าสิบปีทุกคน จึงไม่ค่อยเป็นห่วงเรื่องนี้”

 

สำหรับทิศทางธุรกิจยานยนต์นั้น นายสุดที่รักมองว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์ยังอยู่คู่คนไทยไปเรื่อยๆ ปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเราก็รียมช่างที่มีความรู้ความสามารถในด้านงานไฟฟ้า เพราะรถยนต์ตัวใหม่ที่ออกมาในปัจจุบันจะมีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น จึงเตรียมคนไปในทิศทางนั้นไว้เรียบร้อย มีการทำข้อตกลงทวิภาคีกับหลายสถานศึกษา เพื่อเตรียมคนให้พร้อมในด้านนี้ บุคลากรทางด้านรถยนต์จะเริ่มต้องการน้อยลงเรื่อยๆ แต่จะเป็นความต้องการด้านไฟฟ้ามากขึ้น”

ในขณะที่ด้านอสังหาฯ นั้น นายสุดที่รักเปิดเผยว่า “ปัจจุบันโครงการของเรา (ซิตี้ลิงค์) เน้นทำแนวดิ่ง ซึ่งก็ถือว่าเราเป็นเจ้าตลาด โดยคอนโดมิเนียมขึ้นไปแล้ว ๑๓ แท่ง กำลังมีการสร้างคอมมูนิตี้ให้เกิดขึ้นภายในโครงการซิตี้ลิงค์ ลูกค้ารู้จักซิตี้ลิงค์มากขึ้น เรามีเมย์แฟร์มาร์เก็ตอยู่แล้ว และกำลังเปิดตัวเมย์แฟร์อเวนิว ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี มีเข้ามาเซ็นสัญญาแล้วมากกว่า ๑๐ ร้าน คิดว่าแนวโน้มการเติบโตของอสังหาฯ น่าจะไปได้ดี”

นายสุดที่รัก กล่าวทิ้งท้ายว่า “ขอโอกาสให้ทีมหอการค้าฯ ชุดใหม่ ซึ่งนำทีมโดยผม นายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ ให้ได้เข้ามาพัฒนาหอการค้าเพื่อคนโคราชของเรา”  

 

อนึ่ง นายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ หรือ “ฮั่น” อายุ ๔๗ ปี จบการศึกษาปริญญาตรีจาก University of Southern California USA. ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท เอกสหกรุ๊ป จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ในจังหวัดนครราชสีมาหลายแบรนด์ ได้แก่ ฟอร์ด มาสด้า นิสสัน และ GWM นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ดำเนินการโดยครอบครัวในนามคาซ่าเอสเตท และดำเนินการร่วมกับกลุ่มคลังพลาซ่า ในนามบริษัท คลังคาซ่า จำกัด เจ้าของอสังหาฯ รายใหญ่กลางเมืองโคราช โครงการซิตี้ลิงค์ ซึ่งปลุกปั้นให้เป็นย่านธุรกิจแห่งใหม่ของเมืองโคราช และกำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้

นายสุดที่รักเป็นบุตรคนที่สองของนายจิระศักดิ์ พันธ์สายเชื้อ-นางสุรีรัตน์ รังคกูลนุวัฒน์ จากพี่น้องทั้งหมด ๓ คน โดยนายสุดที่รักสมรสกับนางภิญญา พันธ์สายเชื้อ มีลูก ๓ คน (หญิง ๑ ชาย ๒)

สำหรับงานด้านสังคม นายสุดที่รักเป็นสมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา กรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กรรมการที่ปรึกษาหอการคาจังหวัดฯ ผู้ร่วมก่อตั้ง YEC korat และเป็นสมาชิกชมรมผู้ค้ารถยนต์ใหม่จังหวัดนครราชสีมา

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๘ ฉบับที่ ๒๗๔๗ วันอังคารที่ ๑๕ พฤศจิกายน - วันพุธที่ ๑๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕


24 1320