4thFebruary

4thFebruary

4thFebruary

 

December 22,2022

“เจ๊หมวยบิวตี้” ๑๐ ปีแห่งความสำเร็จ ยืนยัน ‘ถูกและแท้’

 

อุมาพร ราษฎร์วิรุฬห์กิจ หรือ เจ๊หมวย แม้วัยจะล่วงเข้าสู่เลข ๔ ต้นๆ แต่ก็ยังคงผอมเพรียวและดูดีสมวัย อาจเพราะเป็นคนรักสวยรักงามตามประสาผู้หญิงส่วนใหญ่ บวกกับการเป็นเจ้าของบิวตี้สโตร์ท้องถิ่นอันดับ ๑ ของเมืองโคราชอย่าง “เจ๊หมวยบิวตี้” ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ แต่ชีวิตของเธอก็แทบไม่ได้พัก เพราะดูยุ่งๆ ตลอดเวลา แม้แต่ตลอดการให้สัมภาษณ์กับ “โคราชคนอีสาน” มือถือของเธอก็มีสายเรียกเข้าเป็นระยะ

 

• จุดเริ่มต้น “เจ๊หมวยบิวตี้”
“เจ๊หมวย” เป็นคนโคราช เกิดที่อำเภอห้วยแถลง และเรียนถึงชั้นมัธยมปีที่ ๓ ที่อำเภอห้วยแถลง จากนั้นเดินทางเข้าสู่อำเภอเมือง เพื่อมาศึกษาต่อในระดับ ปวช. และ ปวส.ที่ ช.พ.น. เมื่อจบมาก็เริ่มต้นชีวิตด้วยการทำงาน เป็นพนักงานของ Hutchinson ในตำแหน่งพนักงานขายเพจเจอร์ ต่อมาผันตัวมาขายโทรศัพท์มือถือที่คลังพลาซ่าจอมสุรางค์ ชั้น ๔ เป็นช่วงที่สองของยุคโทรศัพท์ ซึ่งค่อนข้างขายดี ทำให้กิจการอยู่ในระดับดี เมื่อร้านโทรศัพท์อยู่ตัวก็พลิกผันตัวเอง โดยร้านโทรศัพท์ให้น้องและหรือสามีที่จบวิศวะ มทร.อีสานดูแล ส่วนตัวเองผันตัวมาขายเครื่องสำอาง เริ่มต้นด้วยการขายตรง แต่การขายตรงต้องออกนอกพื้นที่ ซึ่งสามีอยากให้อยู่ดูแลลูก จึงค่อนข้างลำบาก พอดีกับช่วงนั้นคลังพลาซ่าจอมสุรางค์เปิดพื้นที่ให้เช่าบริเวณชั้น ๑ จึงเปิดร้านเจ๊หมวยบิวตี้เป็นครั้งแรก ขายเครื่องสำอาง อาหารเสริม และกาแฟต่างๆ

เริ่มแรกก็ใช้เงินประมาณ ๑ แสนบาท แล้วก็ค่อยๆ ซื้อของมาเติมในร้าน เราเป็นแบบรับมาขายไป ก็ค่อยๆ มีกำไร ผลิตภัณฑ์ก็เริ่มมากขึ้น ผู้ผลิตก็เริ่มเข้ามาติดต่อ หากจะให้บอกทุนในตอนนั้นราวๆ ๑ ล้านบาท

• เปิดสาขาใหญ่ย่านสถาบันการศึกษา
หลังจากที่กิจการดีขึ้นเรื่อยๆ ในระยะเวลา ๑ ปี จึงคุยกันว่า จะต้องมีร้านเจ๊หมวยบิวตี้ที่หน้าสถาบันการศึกษา และน่าจะมีลูกค้าเยอะ น่าจะเป็นที่บริเวณหน้า มทร.อีสานและราชภัฏโคราช บังเอิญว่า ช่วงนั้นมีคนสร้างอาคารพาณิชย์ขึ้นพอดี จึงมาจับจองไว้ ๒ คูหา เปิดเป็นเจ๊หมวยบิวตี้สาขา ๒ และขยายกิจการเรื่อยๆ ผ่านไป ๑ ปี เปิดห้องเพิ่มกลายเป็น ๕ คูหาในปัจจุบัน กิจการดีขึ้นเรื่อยๆ จึงขยายสาขาไปที่ตลาดเซฟวัน, ตลาดแม่กิมเฮง, สาขา U-ville ตลาดโอเอ็มไนซ์, มทส.ประตู ๑, สาขาจอหอ, สาขาหน้าเดอะมอลล์โคราช และสาขาหนองปรือ รวม ๘ สาขา ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ของเจ๊หมวยบิวตี้ มีทั้งนักศึกษาและวัยทำงาน เพราะขายสินค้าที่สามารถเลือกซื้อได้ทุกวัย สวยได้ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี ถึง ๖๐ ปีก็มี

อาคารพาณิชย์ในปัจจุบัน ๕ คูหา คิดเป็นมูลค่า ราคาประเมินราวๆ คูหาละ ๘ ล้านบาท จริงๆ ตอนแรกมาอยู่ตรงนี้ ลูกค้าถามว่า พี่มาเปิดตรงนี้ไม่กลัวเจ๊งหรือ? ตอนนั้นไม่มีใครเลย คลังวิลล่าก็ยังไม่เปิด ไม่มีอะไรในถนนเส้นนี้ เราเคยคิดจะเช่าพื้นที่บนห้าง แต่ด้วยราคาค่าเช่า จะต้องทำให้เราขายสินค้าราคาแพงขึ้น ถ้าเรามีต้นทุนค่าพื้นที่สูง ราคาสินค้าก็สูงขึ้น เราจึงเลี่ยงไม่ขึ้นห้าง ถ้าขึ้นห้างต้องมีอย่างน้อย ๒-๓ แสนบาทต่อเดือน เราจะต้องดูค่าใช้จ่ายให้ดี ทำเลที่ตั้งก็ต้องดีด้วย

• ธุรกิจบิวตี้สโตร์ไม่ง่าย
เจ๊หมวย บอกว่า “จะบอกว่าไม่เคยเจอปัญหาก็ไม่ใช่” การทำธุรกิจบิวตี้สโตร์ ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่ว่ามีทุนมีเงินมากแล้วจะเปิดได้อย่างเดียว ต้องรู้เรื่องบริหารจัดการภายใน การจัดระบบภายใน รวมทั้งระบบการติดต่อกับผู้ผลิตก็ยากเหมือนกัน แต่เจ๊หมวยบิวตี้เปิดขายมา ๑๐ ปีแล้ว จึงได้ความเชื่อใจจากผู้ผลิต หากจะเปิดกิจการแบบนี้ในปัจจุบันก็ค่อนข้างยาก ทั้งสภาวะเศรษฐกิจ และคู่แข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นออฟไลน์หรืออนไลน์ การแข่งขันธุรกิจเสริมความงามค่อนข้างสูง

ด้วยความเป็นร้านท้องถิ่น และมีคู่แข่งมากมาย ทั้งบนห้างและนอกห้าง เจ๊หมวยบอกว่า “ต้องทำการตลาดเพิ่ม หยุดนิ่งไม่ได้ เมื่อก่อนเจ๊หมวยบิวตี้มีขายแค่หน้าร้านและการขยายสาขาเพิ่ม แต่ปัจจุบันต้องหันมาขายออนไลน์มากขึ้น ทั้งแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Shopee หรือ Lazada รวมทั้งเฟซบุ๊ก, Tiktok และไลน์”

• การคัดเลือกสินค้าและผลิตภัณฑ์
เจ๊หมวย บอกว่า ส่วนหนึ่งหมวยเป็นคนคัดเอง เพราะรู้แนวทางการตลาดของโคราช รู้ว่าลูกค้าต้องการแบบไหน หรือคัดจากสินค้าที่ลูกค้าสนใจ ถามหาตัวไหนก็ต้องหาตัวนั้นมาจำหน่าย และมีผู้ผลิตมานำเสนอขายสินค้าให้ด้วย ก็จะพิจารณาดูว่าสินค้าตัวไหนคุณภาพดี ใช้แล้วเห็นผล ก็จะนำมาจำหน่าย

เจ๊หมวยบิวตี้มีกลุ่มลูกค้าหลากหลาย วัยทำงานก็มาก และผู้ใหญ่ก็ไม่น้อย เพราะเรามีสีผมปิดผมขาว ผู้ใหญ่อายุ ๕๐ ปีขึ้นไปก็เข้า หรือจะเป็นผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นเพศทางเลือกก็เข้ามาจำนวนมาก ซึ่งเราสามารถดูได้ว่าอะไรขายดีที่สุด แต่ก็ไม่ได้ขายดีตลอด เพราะเปลี่ยนตามฤดูกาล เช่น ช่วงนั้นมีกิจกรรมอะไร หากมีพิธีรับปริญญา สินค้าเมกอัพต่างๆ ก็จะขายดี

• เจ๊หมวยขายของแท้
เจ๊หมวย บอกว่า นี่เป็นคำถามยอดฮิตมาก ทำไมเจ๊หมวยขายถูก บอกเลยว่า เจ๊หมวยซื้อผลิตภัณฑ์แต่ละตัวค่อนข้างมาก การที่จะขายผลิตภัณฑ์มันจะมีจำนวนการสั่งซื้อตั้งแต่ ๑๐ ชิ้น ไปถึง ๑๐,๐๐๐ ชิ้นก็มี สมมุติว่าราคาส่ง ตั้งแต่ ๒๐ บาท ไปถึง ๑๐๐ บาท ตามจำนวน นี่คือต้นทุนสินค้าจริงๆ แต่เราซื้อตามราคาจำนวนเขา ได้ราคา ๒๐ บาท เราเป็นผู้ซื้อมาขายไป เราก็ไม่ต้องการขายแพง เมื่อได้ต้นทุนต่ำก็ขายต่ำ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกมาจากบริษัทเหมือนกัน จึงทำให้เราได้ต้นทุนค่อนข้างต่ำ ไม่ต้องห่วง เจ๊หมวยขายสินค้าแท้ ๑๐๐% และส่วนมากหมวยจะเข้าถึงเจ้าของแบรนด์โดยตรง เช่น ไปพบกับน้องวุ้นเส้น น้องซานิ และคุยกับผู้บริหารแบรนด์ต่างๆ ดังนั้นไม่มีทางที่เราจะไปเอาของปลอมมาขายแน่นอน และด้วยร้านเรามีหน้าร้านหลายแห่ง จึงต้องซื้อในจำนวนที่สูงอยู่แล้ว ทำให้ได้ต้นทุนต่ำ ขายถูกได้ เราไม่เอากำไรมาก เพราะเห็นใจเพื่อนๆ จะได้ไม่ต้องใช้จ่ายในราคาสูงๆ

 

• การบริหารจัดการร้าน
หมวยจะวางแผนจัดการดูแล หลังบ้านจะมีแผนกบัญชี การเงิน และจัดซื้อ มีคนคอยดูแลด้านการตลาด กราฟิก ขายออนไลน์ และค้าส่ง เพราะเรามีการขายส่งทั้งในโคราชและต่างจังหวัดทั่วประเทศ

• การขยายสาขา
“จริงๆ อยากขยายสาขาให้สอดคล้องกับลูกค้า ไม่ต้องเดินทางไกล เปิดสาขาในจุดยุทธศาสตร์รอบโคราช ขณะนี้ก็มีบางจุดที่กำลังมองอยู่ แต่วันนี้เจ๊หมวยบิวตี้กำลังไปเปิดสาขาขอนแก่น จึงต้องทำสาขาขอนแก่นให้เรียบร้อยก่อน โดยเปิดในช่วงปลายปีนี้ โดยสาขาขอนแก่นจะมีทั้งสาขา ๑ และสาขา ๒ ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เรียกว่าสาขา ๑ ยังไม่ทันเปิด ก็คิดจะเปิดสาขา ๒ แล้ว ที่เปิด ๒ สาขา เพราะ มข.ค่อนข้างกว้าง โดยจะเปิดในโซนกังสดาลที่เป็น กลุ่มนักศึกษาแพทย์ และโซนโนนม่วง ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาวิศวะ และคณะอื่นๆ โดยทั้งสองฝั่งค่อนข้างไกลจากกัน จึงต้องเปิดสาขาทั้งสองฝั่ง โดยตอนนี้กำลังวางระบบ จากนั้นจะส่งผู้จัดการจากสาขาโคราชไปดูแลก่อน พื้นที่ร้านน่าจะเท่ากับสาขา มทส.

ในการขยายสาขาแต่ละแห่งใช้ทุนค่อนข้างมาก เพราะเรามีสินค้าแน่นร้าน หากคิดเป็นตัวเงินเต็มรูปแบบก็ประมาณ ๕ ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงพื้นที่ ชั้นวางของ และผลิตภัณฑ์ โดยมีสินค้าในร้าน ดังนี้ เมกอัพ สกินแคร์ แอร์แคร์ อาหารเสริม อุปกรณ์เครื่องสำอางและร้านเสริมสวย เพราะเรามีลูกค้าทั้งทั่วไปและเป็นช่างเสริมสวยด้วย

ส่วนการขยายสาขาไปจังหวัดอื่นๆ ตอนนี้ยังไม่มีแผน แต่ก็มีคุยกันอยู่ ขออุบไว้ก่อน ตอนนี้สาขาขอนแก่นยังไม่เปิดเลย มีลูกชาย ๓ คน คนโตเป็นนักศึกษาแพทย์ มข.ปี ๒ คนที่ ๒ ก็แพทย์ มข.ปี ๑ และคนที่ ๓ ยังเรียน ม.๑ ราชสีมาวิทยาลัย ส่วนสาขาต่างอำเภอที่เคยคิดไว้คือ ปากช่อง บัวใหญ่ และพิมาย เป็นอำเภอใหญ่ๆ ยังมีแผนอยู่แต่รอเวลาสักระยะ

• ๑๐ ปีแห่งความสำเร็จ
สำหรับกิจกรรมครบรอบ ๑๐ ปีที่เพิ่งผ่านพ้นไป “เจ๊หมวย” บอกว่า ค่อนข้างประสบความสำเร็จ เราเกิดก่อนใครเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว การแข่งขันน้อย ยอดขายก็เยอะ จึงค่อนข้างที่จะเติบโตไว แต่ปัจจุบันเราต้องพัฒนาตัวเอง จากยอดขายเท่านี้อาจจะต้องทำให้มากขึ้น และปัจจุบันการแข่งขันค่อนข้างเยอะ เชื่อไหมว่า ทุกวันนี้แข่งกันในราคาต้นทุน ลูกค้าไม่รู้หรอกว่าร้านแข่งกันจนเอาต้นทุนมาชนกัน แล้วไปกินกำไรแค่ ๑-๒%

ปัจจุบัน “เจ๊หมวยบิวตี้” ทุกสาขามีพนักงานประมาณ ๑๐๐ ร้อยคน ปีที่ผ่านมาก็จะมีพาไปเที่ยว แต่ด้วยสถานการณ์โควิดก็ยกเลิกไป ปีหน้าคิดไว้ว่าจะไปเที่ยวกันช่วงสงกรานต์ ส่วนลูกค้าก็จะมีกิจกรรมจับฉลากช่วงปลายปี เป็นการมอบของขวัญให้ลูกค้า คืนกำไรให้ลูกค้า รางวัลเป็นพวงเครื่องใช้ไฟฟ้า และแอบมีทองคำให้ด้วย โดยลูกค้าต้องซื้อสินค้า ๓๕๐ บาทขึ้นไป เขียนหลังบิลแล้วจับฉลากได้เลยตอนปลายปี

• จุดแข็งของเจ๊หมวยบิวตี้
จุดแข็งของเจ๊หมวยบิวตี้ คือ เรื่องราคา ผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างหลากหลาย ในออนไลน์เราสังเกตเห็นว่า ราคาค่อนข้างถูก ก็ต้องแข่งขันกันด้วยจำนวนการสั่งซื้อ เพราะสั่งซื้อสินค้าหลากหลายและจำนวนมากอยู่แล้ว และไม่ใช่ว่ามีเงินจะซื้อสินค้าได้ บางตัวที่ขายดีก็ต้องแย่งชิงกัน แต่ด้วยเจ๊หมวยบิวตี้เปิดมา ๑๐ ปี ผู้ผลิตจึง ค่อนข้างจะเชื่อถือเรา สินค้าอะไรที่ขายดีก็เทมาทางเราค่อนข้างเยอะ  ตอนนี้มีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ด้วยนอกจากเครื่องสำอาง เป็นพวกอาหารกึ่งสำเร็จรูป เช่น น้ำปลาร้า กวยจั๊บญวน หากเรามีพื้นที่มากกว่านี้ก็อาจจะลงสินค้าได้มากกว่านี้ เพราะยอดขายสินค้าพวกนี้ก็ค่อนข้างดี แต่ด้วยเรามีพื้นที่จำกัดจึงขายได้ไม่หลากหลาย

ธุรกิจเครื่องสำอาง ออฟไลน์น่าจะขายได้อยู่ เพราะมีพนักงานคอยแนะนำสินค้า ลูกค้าได้เห็นและทดลอง ในขณะที่ออนไลน์ก็ค่อยๆ โต ซึ่งร้านก็ทำออนไลน์ได้ค่อนข้างโตเหมือนกัน แม้ธุรกิจความงามจะไม่มีวันตาย เราก็ต้องปรับตัวเองให้เข้ากับยุคสมัย เราต้องวิ่งตามให้ทัน

ตอนนี้เจ๊หมวยมีธุรกิจร้านเสริมสวยด้วย เพื่อซัพพอร์ตผลิตภัณฑ์ในร้าน และมีเพื่อนเป็นช่างเสริมสวยเยอะ จึงเปิดร้านเสริมสวยด้วย ชื่อร้านชาร์มมิ่งเวย์ สาขาตลาดเซฟวันและหน้าราชภัฏโคราช

 

• เป้าหมายของเจ๊หมวยบิวตี้
จริงๆ ทุกคนก็มีเป้าหมาย ทุกคนก็อยากจะไปข้างหน้าไกลๆ มีความฝันไว้หลายอย่าง กำลังพยายามทำอยู่ ก็อยากจะมีสาขาเยอะๆ อยากจะทำเป็นโกดังเก็บของค้าส่ง ตอนนี้พยายามอยู่ ปัจจุบันถ้าทางร้านสามารถช่วยอะไรได้ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เราอยากช่วย เราเคยทำช่วงก่อนโควิด มีกิจกรรมไปโรงเรียน ไปสถานเลี้ยงเด็ก แต่เมื่อเจอโควิดก็ต้องหยุดทุกอย่าง ขายปกติแต่งานไม่ได้ทำเลย เพราะเรายังไม่รับผู้ผลิตเพิ่ม ไม่เจอคนเลย เพราะทุกคนกลัวหมด เพิ่งจะเริ่มปีนี้ที่ดีขึ้นมา และจัดกิจกรรมครบรอบ ๑๐ ปี ช่วงโควิดค่อนข้างยากลำบาก แต่ดีที่ร้านเจ๊หมวยเป็นเอกเทศ เราไม่ถูกปิดร้าน ยังเปิดร้านทุกวัน ทำตามมาตรการทุกอย่าง ขายปกติ แต่ยอดขายก็ไม่ดี เพราะทุกคนไม่ต้องแต่งหน้าทำผม แต่ปีนี้ยอดขายก็เริ่มดีขึ้น

“เจ๊หมวยบิวตี้” จดทะเบียนในนามบริษัท เจ เอ็ม คอสเมติกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๘ ด้วยทุนจำนวน ๑ ล้านบาท ประกอบกิจการค้าเครื่องสำอาง อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้เสริมความงาม มีกรรมการบริษัท ๒ คนคือ เจ๊หมวย-อุมาพร และสามีคือ อนุศักดิ์ ราษฎร์วิรุฬห์กิจ

ทีมข่าวโคราชคนอีสาน : เรื่อง/ภาพ

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๘ ฉบับที่ ๒๗๔๘ วันที่ ๑๕ เดือนธันวาคม ๒๕๖๕ - วันที่ ๑๔ เดือนมกราคม ๒๕๖๖

 


633 1207