13thJuly

13thJuly

13thJuly

 

May 02,2023

สนามเลือกตั้ง ส.ส. ๑๖ เขต‘โคราช’ ‘ชาติพัฒน์-พลังประชารัฐ’แบ่งสรร ‘ภูมิใจไทย’ต้องฟาดฟัน‘เพื่อไทยสายโรงแป้ง’

เลือกตั้ง ส.ส.โคราช ๑๖ เขตร้อนแรง เปิดศึกแย่งชิงที่นั่ง “สุวัจน์” ชาติพัฒนากล้าย้ำ เขต ๑-๒-๓-๔ ต้องได้แชมป์ ส่วนครอบครัว “รัตนเศรษฐ” พรรคพลังประชารัฐ คาดไม่น่าจะต่ำกว่า ๔ ที่นั่ง ส่วนที่เหลือ “เพื่อไทย” กับ “ภูมิใจไทย” ต้องฟาดฟันกันหนัก โดยเฉพาะ “เพื่อไทยสายโรงแป้ง” ต้องจับตาจะคว้าชัยได้กี่ที่นั่ง

 

การรอคอยมาถึงเมื่อมีการประกาศยุบสภา พรรคการเมืองต่างๆ เริ่มมีการเคลื่อนไหวเปิดตัวผู้สมัครส.ส.มากขึ้น รวมทั้ง “พรรคชาติพัฒนากล้า” ที่จัดกิจกรรมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.โคราชทั้ง ๑๖ เขตด้วยความแปลกใหม่ เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๖ ณ สำนักงานใหญ่พรรคชาติพัฒนากล้า ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยให้ผู้สมัครแต่ละคนสวมชุดคลุมนักมวย ทำท่าชกลม แล้วขึ้นสู่เวทีมวยแนะนำตัว จากนั้นใส่นวมชกแท่นที่ติดข้อความว่า “ปัญหา” ซึ่งมี “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ประธานพรรคฯ และ “กรณ์ จาติกวณิช” หัวหน้าพรรคฯ มาร่วมปราศรัยด้วย พร้อมทั้งนำว่าที่ผู้สมัครส.ส.กล่าวปฏิญาณตนต่ออนุสรณ์สถานพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ก่อนที่จะนำคณะไปสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และพระชัยเมืองนครราชสีมา โดย “เทวัญ ลิปตพัลลภ” เลขาธิการพรรคฯ ประกาศทวงคืนเก้าอี้ส.ส.เขต ๑ หลังจากสมัยที่แล้วไปลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ

การแข่งขันเริ่มขึ้นอย่างจริงจังเมื่อ กกต.ประกาศเปิดรับสมัครขึ้นระหว่างวันที่ ๓-๗ เมษายน ๒๕๖๖ แน่นอนว่า วันแรกทุกพรรคนำผู้สมัครไปลงสมัคร พร้อมผู้บริหารพรรคลงพื้นที่ มาให้กำลังใจ อาทิ “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ประธานพรรคชาติพัฒนา “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “วิรัช รัตนเศรษฐ” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ “สุภรณ์ อัตถาวงศ์” พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นต้น รวมแล้วทั้ง ๑๖ เขตเลือกตั้ง มีผู้สมัคร ๑๙๒ คน

• เขต ๑ “เทวัญ” ขอทวงคืน

เขต ๑ มีผู้สมัคร ๑๔ คน แต่น่าจะเป็นการแข่งขันของไม่กี่พรรค “ฉัตร สุภัทรวณิชย์” เบอร์ ๓ จาก “ก้าวไกล” ที่กระแสพรรคมาแรงนั้น แต่ไม่รู้ว่าผลเลือกตั้งออกมาจะเป็นอย่างไร เมื่อต้องเจอกับกระดูกอย่าง “เทวัญ ลิปตพัลลภ” เบอร์ ๕ ของ “ชาติพัฒนากล้า” ที่ประกาศมาทวงคืนเก้าอี้ ซึ่งสมัยที่แล้ว “เกษม ศุภรานนท์” พลังประชารัฐ เอาไปครอง มาถึงสมัยนี้ ท้ายที่สุดบทสรุปแล้ว “ธรรมนัส” ก็ยังอยู่ “พลังประชารัฐ” และแน่นอน “เกษม” ก็ต้องอยู่ด้วยเช่นกัน จับได้เบอร์ ๗ พรรคนี้มีลุงป้อมเป็นหัวหน้า จะคว้าชัยไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากนี้ยังอาจจะถูกแบ่งคะแนนไปที่ “รองหลี” ร.ต.อ.สุปชัย อินทรักษา เบอร์ ๙ ที่ยังภักดีกับ “เพื่อไทย” ส่วนอีกคนที่อยู่พรรคใหญ่ “อนันท์ อาบสุวรรณ” เบอร์ ๘ รวมไทยสร้างชาติ กลับเห็นแต่ป้ายยังไม่เคยเห็นตัวมาเดินหาเสียง หรือไปร่วมเวทีปราศรัยที่ใดเลย ในขณะที่ผู้สมัครรายอื่น เช่น “เดือนดารา อินทรกำแหง” เบอร์ ๔ ภูมิใจไทย  “อัคคชา พรหมสูตร” เบอร์ ๒ ไทยสร้างไทย และ “ไอซ์-สิริเพ็ญโสภา บางท่าไม้” เบอร์ ๖ ประชาธิปัตย์ ก็น่าจะเป็นแค่ตัวประกอบ แต่ก็รอดูว่าจะได้กี่มากน้อย

• เขต ๒ “พี่โต” ยังโดดเด่น       

เขต ๒ ลงสนามชิงกัน ๑๔ คน แต่ดูแล้ว “พี่โต” วัชรพล โตมรศักดิ์ อดีตส.ส.หนึ่งเดียวของชาติพัฒนาในสมัยที่แล้ว ดูเหมือนจะชนะอีกสมัย ครั้งนี้จับได้เบอร์ ๖ ก็ยังเห็นขยันลงพื้นที่หาเสียง และใช้สื่อออนไลน์สร้างภาพสู่สาธารณะไม่เว้นแต่ละวัน แต่ก็ต้องไม่ประมาท เพราะการจะชนะได้ต้องมีหลายปัจจัย แต่ถ้าให้เทียบตัวผู้สมัครจากพรรคอื่นแล้ว เทียบกับอดีตส.ส.อย่าง “พี่โต” ได้ยาก ไม่ว่าจะเป็น “ครูประพิศ นวมโคกสูง” พลังประชารัฐ รวมทั้ง ๒ พี่น้อง “สมโภชน์ ประสาทไทย” เพื่อไทย และ “ชูชาติ ประสาทไทย” ภูมิใจไทย

• เขต ๓ เปิดตัว “กำนันเบ้า”

เขต ๓ มีผู้สมัคร ๑๔ คน น่าจับตามองมาก เมื่อ “ชาติพัฒนากล้า” เปิดตัว “กำนันเบ้า” สมศักดิ์ กาญจนวัฒนา ผู้มากบารมีในย่านโคกกรวด จับได้เบอร์ ๑ และเป็นอีกเขตหนึ่งที่ “ชาติพัฒนากล้า” ตั้งเป้าว่าจะต้องคว้าชัยชนะ ส่วนผู้สมัครรายอื่น เช่น เบอร์ ๑๐ “วัฒนะชัย สืบศิริบุษย์” เพื่อไทย ที่ประกาศตัวจะลงการเมืองมาเนิ่นนาน แต่เมื่อแบ่งเขตใหม่ ก็ได้ลงเขตนี้ ไม่รู้ว่ากระแสพรรคจะช่วยชูให้ได้คะแนนกี่มากน้อย แต่ที่สร้างความแปลกใจให้กับสังคมพอสมควรคือ ผู้สมัครเบอร์ ๒ “วีระวัฒน์ มิตรสูงเนิน” อดีต ส.อบจ.หลายสมัย ที่อีกสถานะหนึ่งคือเป็นน้องเมียกำนันเบ้า (สัญลักษณ์ กาญจนวัฒนา) ที่ลงสมัครในสังกัด “พลังประชารัฐ” กระแสข่าวว่า “วิรัช รัตนเศรษฐ” เป็นเพื่อนกับกำนันเบ้า แต่สนามนี้ไม่น่าจะเกิดเหตุ “เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด”

• เขต ๔ “สมบัติ” ชาติพัฒนากล้า

เขต ๔ มีผู้สมัคร ๑๐ คน “ชาติพัฒนากล้า” ส่งน้องชายกำนันเบ้า “สมบัติ กาญจนวัฒนา” เบอร์ ๔ อดีตส.อบจ. ๔ สมัย และอดีตประธานสภา อบจ. เป็นอีกเขตที่พรรคมุ่งมั่นไว้ต้องได้เก้าอี้ หากดูจากคู่แข่งอื่นก็น่าจะมีเพียงเบอร์ ๒ “มนัส ศรีบงกช” ภูมิใจไทย อดีตส.อบจ. กับเบอร์ ๖ “เม” ณัฐจิรา อิ่มวิเศษ เพื่อไทย ที่ถูกผลักดันเข้าสู่การเมือง และดูเหมือนจะจริงจังตั้งความหวังกับการลงสมัครการเมืองสนามใหญ่ครั้งแรกอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่ง่าย เขตนี้ดูๆ ไปแล้ว “เบอร์ ๔” มาแน่

 

• เขต ๕ พปชร.ชัวร์ๆ

เขต ๕ มีผู้สมัคร ๑๒ คน น่าจะฟันธงได้เลยว่า เบอร์ ๓ พลังประชารัฐ “คลัง-ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ” ลูกชายคนกลางของ “วิรัช-ทัศนียา รัตนเศรษฐ” ต้องมาวิน แต่อาจจะถูกแบ่งคะแนนไปบ้างจากเบอร์ ๔ “สมเกียรติ ตันดิลกตระกูล” อดีตรองนายก อบจ.ที่ลาออกไปสมัครสังกัดเพื่อไทย และเบอร์ ๕ “อุ๊” จักรกฤช ผาสุขมูล ที่ถูกเพื่อไทยดีดออก จึงมาอยู่กับ “ภูมิใจไทย” ซึ่งขยันลงพื้นที่ต่อเนื่อง ส่วนเบอร์ ๘ “ปิยเมษฐ ปราณีตพลกรัง” ชาติพัฒนากล้า ก็ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดด้วยการลงพื้นที่ให้มากที่สุด

• เขต ๖ “เพื่อไทย” เท่านั้น

เขต ๖ สมัคร ๑๓ คน แต่ที่น่าจะเป็นตัวแข่งขันกันจริงจังคือ เบอร์ ๖ “โกศล ปัทมะ” เพื่อไทย อดีตส.ส. กับเบอร์ ๒ “สมชาย ภิญโญ” ภูมิใจไทย น้องชายอดีตส.ส. (สุชาติ ภิญโญ) สนามนี้จึงน่าจะเป็นการขับเคี่ยวของสองพรรคนี้ ในขณะที่เบอร์ ๗ “อรทัย พลวิเศษ” พลังประชารัฐ ภริยา “ภิรมย์ พลวิเศษ” น่าจะยังห่างชั้นหากไม่มีพลังจาก “วิรัช รัตนเศรษฐ” มาช่วยเกื้อหนุน แต่เขตนี้เซียนการเมืองบอก “เบอร์ ๖” นอนมา

 

• เขต ๗ อย่าคิดโค่น “ทัศนียา”

เขต ๗ สมัครทั้งหมด ๑๑ คน หลายคนบอกว่า ไม่ต้องคิดมากมายให้ยุ่งยากใจ เพราะอย่างไรเสีย เบอร์ ๓ “ทัศนียา รัตนเศรษฐ” อดีตส.ส.หลายสมัย ภริยาของ “วิรัช” นอนมา แม้จะมีคนมาแบ่งคะแนนไปบ้างอย่าง น้องใหม่คุณแม่ยังสาว เบอร์ ๑ “ฟลุ๊ค” ปิยะนุช ยินดีสุข ที่ลาออกจาก ส.อบจ.พร้อมสามี (ต๋อง-พรเทพ ศิริโรจนกุล) เพื่อลงสมัครในสังกัดเพื่อไทยสายโรงแป้ง

• เขต ๘ วิรัชดันลูกสะใภ้เต็มเหนี่ยว

เขต ๘ มีผู้ร่วมสังเวียน ๑๒ คน แต่น่าจะมีแค่ ๔ คนที่จะแข่งขันกันอย่างจริงจัง แน่นอนว่า เบอร์ ๕ “อรัชมน รัตนวราหะ” พลังประชารัฐ ไม่ใช่แค่อดีตดารานักแสดง แต่คือภริยาของ “แบงก์” อธิรัฐ รัตนเศรษฐ ฉะนั้น จึงมีสิทธิ์เข้าป้ายมากที่สุด เพราะครอบครัวหนุนเต็มที่ ส่วนคนที่แบ่งคะแนนไปก็น่าจะเป็นเบอร์ ๖ “ป๊อป” นิกร โสมกลาง เพื่อไทย ลาออกจากเลขานุการนายก อบจ. และเป็นลูกชายอดีตส.ส. “สมศักดิ์ โสมกลาง” อีกคนเบอร์ ๗ “ปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา” รวมไทยสร้างชาติ แม้จะเป็นอดีตส.ส.แต่ความนิยมก็ไม่เหมือนเดิม รวมทั้งคนนี้เบอร์ ๘ “ประชาธิปไตย คำสิงห์นอก” ที่สมัยนี้สังกัด “ประชาธิปัตย์” แม้จะเป็นอดีตส.ส. แต่ก็ยากจะเข้าสู่เส้นชัย

 

• เขต ๙ น้องเมียต้องชนะ?

เขต ๙ สมัคร ๙ คน อย่ากะพริบตา จับตาดูเบอร์ ๑ “เต้ย-พลพีร์ สุวรรณฉวี” ภูมิใจไทย ผู้ทำงานใกล้ชิด “เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” สมัยที่แล้วไม่ประสบความสำเร็จเพราะเจอกระดูกจากตระกูล “รัตนเศรษฐ” และปีนี้ก็เจอกันอีก เบอร์ ๓ “ทัศนาพร เกษเมธีการุณ พลังประชารัฐ น้องเมียของวิรัช และอีกคนที่ลงสนามการเมืองครั้งแรกคือเบอร์ ๗ “ธีระยุทธ ตันติกุล” เพื่อไทย จึงต้องจับตาดูว่า เบอร์ ๑ กับเบอร์ ๗ จะแย่งคะแนนเบอร์ ๓ ไปได้สักกี่มากน้อย

• เขต ๑๐ เปิดศึกคู่ปรับเก่า

เขต ๑๐ สมัคร ๑๑ คน แต่น่าจะเป็นการแค้นฝังหุ่นระหว่างเบอร์ ๑ “ปื๊ด-อภิชา เลิศพชรกมล” อดีตส.ส.ภูมิใจไทยที่แปรพักตร์ไปอยู่กับ “เพื่อไทย” สายโรงแป้ง กับเบอร์ ๒ “บุญจง วงศ์ไตรรัตน์” อดีตส.ส.หลายสมัย แต่สมัยที่แล้วสอบตกในสังกัดพลังประชารัฐ มาสมัยนี้ช่วงแรกเปิดตัวกับ “เพื่อไทย” แต่เหมือนโดนกระแสยี้ ท้ายสุดจบลงกับการหวนคืนสู่ “ภูมิใจไทย” ด้วยความเคยทำงานใกล้ชิดกับ “บิ๊กเน-เนวิน ชิดชอบ” และ “ชวรัตน์ ชาญวีรกูล” มาก่อน จึงไม่ยาก ครั้งนี้จึงเป็นศึกศักดิ์ศรี แน่นอนว่า เดือดทุกครั้งที่ ๒ เบอร์นี้มาเจอกัน

• เขต ๑๑ โรงแป้งชนะมั้ย?

เขต ๑๑ สมัคร ๑๑ คน หลังจาก “กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ลาออกจาก “ภูมิใจไทย” ก็หันมาอยู่กับ “เพื่อไทย” จัดการส่งลูกชาย “ฮอลล์-อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล” หนุ่มหน้าหวานลงสมัครจับได้เบอร์ ๔ เตรียมฟาดฟันกับอดีตส.ส.ภูมิใจไทยที่ยังรักสมัครใจอยู่ในสังกัดเดิมอย่างเบอร์ ๗ “พรชัย อำนวยทรัพย์” ซึ่งหาเสียงง่ายมากจริงๆ เพราะเบอร์คนกับเบอร์พรรคเบอร์เดียวกัน แน่นอนว่า แกนนำภูมิใจไทยก็ไม่น่าจะยอมแพ้เช่นกัน บอกเลยเขตนี้เดือดปุดๆ

• เขต ๑๒ ต้องลุ้นกันหนัก

เขต ๑๒ เป็นอีกสนามที่ต้องจับจ้อง มีผู้สมัคร ๑๒ คน ชิงกันจริงๆ ๓ เบอร์ คือเบอร์ ๒ “ประนอม โพธิ์คำ” ที่จบลงในสังกัด “รวมไทยสร้างชาติ” แม้สมัยที่ผ่านมาจะสอบตก แต่ยังมีดีกรีเป็นอดีตส.ส. และขยันลงพื้นที่ก็น่าจะโกยคะแนนได้มากโข ส่วนเบอร์ ๓ เพื่อไทยสายโรงแป้ง “แต๋ง-นรเสฏฐ์ ศิริโรจนกุล” สมัยที่แล้วลงภูมิใจไทยแต่สอบตก ครั้งนี้กระแสพรรคอาจช่วยฉุดขึ้นมาได้ สุดท้ายคือเบอร์ ๕ “สมศักดิ์ พันธ์เกษม” อดีตส.ส.พลังประชารัฐ ที่สมัยนี้ซบลงตรงอก “ภูมิใจไทย” ก็ไม่ยอมให้ใครมากระชากคะแนนไปจากตัวได้ง่ายๆ เช่นกัน

 

• เขต ๑๓ ลูกชายเลขาฯ ไม่น่าจะพลาด

เขต ๑๓ ผู้สมัคร ๑๒ คน มีหน้าใหม่แต่เก่าในสนามท้องถิ่นอย่างเบอร์ ๕ “คณะวัฒน์ อังสนานิวัฒน์” ไทยสร้างไทย อดีตส.อบจ.และประธานสภา อบจ. ที่หายหน้าไประยะหนึ่ง และกลับมาสู่วงการเมืองอีกครั้ง ซึ่งต้องมาชิงกับเบอร์ ๘ “พชร จันทรรวงทอง” เพื่อไทย ลูกชาย “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” อดีตส.ส.และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย แต่ก็มีรายอื่นที่อาจจะมาแบ่งคะแนนไปบ้าง อาทิ เบอร์ ๗ “สุกฤษณ์ วัชรมาลีกุล” พลังประชารัฐ สมัยที่แล้วลงสมัครประชาธิปัตย์ น่าจับตาเพราะว่าเป็น นักธุรกิจชาวสีคิ้วซ้ำยังเคยเป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทย ส่วนเบอร์ ๑๐ “บี-วรพจน์ บุ่นจันทึก” ชาติพัฒนากล้า แม้จะรู้จักพื้นที่ดีแต่ก็ยังต้องสู้อีกเยอะ

• เขต ๑๔ ส.ส.เก่าแข็งแกร่ง

เขต ๑๔ ชิงกัน ๑๐ คน แต่เซียนการเมืองฟันธงเลยว่า เบอร์ ๑ “ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ” อดีตส.ส.หลายสมัยของ “เพื่อไทย” ที่ได้ยินบอกต่อๆ กันมาว่า เข้าถึงพึ่งได้ในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะในช่วงที่โควิด-๑๙ อาละวาดนั้นยิ่งประจักษ์ชัด แต่สมัยนี้ก็มาเจอกับอดีตส.ส.ไทยรักไทยอย่างเบอร์ ๒ “พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ” ในสังกัดประชาธิปัตย์ แต่ก็คงเทียบยาก เพราะกระแสถดถอยมานานแล้ว กระนั้นก็มีคนที่ต้องประมาทไม่ได้เพราะกระแสพรรคเขาแรงมาก คือ เบอร์ ๗ “สาธิต ปิติวรา” แห่ง “ก้าวไกล” เคยประลองสนามมาแล้วทั้งระดับชาติและท้องถิ่น แต่ไม่ถึงเส้นชัยสักครั้ง ต้องดูว่าสมัยนี้ในส่วนของผู้สมัครพอจะจุดติดได้บ้างหรือไม่

 

• เขต ๑๕ ต๋องอย่าประมาท

เขต ๑๕ สมัคร ๑๔ คน น่าจับตามองกันทีเดียว แม้ “ส.ส.ต๋อง” พิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ เบอร์ ๒ “ภูมิใจไทย” จะถูกคว่ำยาก แต่ก็ไม่ประมาทกับคู่แข่งคนเก่าคนเดิมอย่างเบอร์ ๕ “รชตะ ด่านกุล” เพื่อไทย แม้จะอกหักซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ไม่เคยท้อถอย ยังปักหลักสู้ และครั้งนี้ยังมีเบอร์ ๗ “บุญเลิศ ครุฑขุนทด” อดีตส.ส.ที่มาลงในสังกัด “ประชาธิปัตย์” น้องชาย “จำลอง ครุฑขุนทด” มาร่วมชิงด้วย

 

 • เขต ๑๖ โรงแป้งจะโค่นอดีตส.ส.ลงมั้ย?

เขต ๑๖ ชิงกัน ๑๒ คน แน่นอนว่า อดีตส.ส.เพื่อไทยที่สมัยนี้ย้ายมาซบ “ภูมิใจไทย” อย่างเบอร์ ๖ “สุชาติ ภิญโญ” แข็งแกร่งพอสมควร ยากที่ใครจะโค่นลงได้ แต่ต้องไม่ประมาทกับ “เพื่อไทยสายโรงแป้ง” อย่างเบอร์ ๑ “พรเทพ ศิริโรจนกุล” ทายาทโรงแป้งเอี่ยมธงชัยสายสัมพันธ์กับเอี่ยมเฮง ลาออกจากส.อบจ.มาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ แต่ก็ไม่รู้จะไปถึงฝั่งฝันไหม เพราะยังมีตัวจี๊ดอย่างเบอร์ ๓ “ตติรัฐ รัตนเศรษฐ” พลังประชารัฐ ลูกชายสุดท้องของ “วิรัช” มาลงสนามด้วย และอีกคนอาจจะแบ่งคะแนนไปได้บ้างก็เบอร์ ๗ “นวกิจ พลวิเศษ” รวมไทยสร้างชาติ ลูกชายภิรมย์ พลวิเศษ

 

สรุป ๑๖ เขตเลือกตั้งโคราช “ชาติพัฒนากล้า” จะเอาเขต ๑, ๒, ๓, ๔ ในขณะที่ “พลังประชารัฐ” น่าจะเข้าป้ายที่เขต ๕, ๗, ๘, ๙ ส่วน “เพื่อไทย” มาแน่ๆ ที่เขต ๖, ๑๓, ๑๔ สำหรับเขตที่เหลือคือ ๑๐, ๑๑, ๑๒, ๑๕, ๑๖ ต้องดูว่าใครจะแน่กว่ากันระหว่าง “ภูมิใจไทย” กับ “เพื่อไทย” และ “พลังประชารัฐ” จะเบียดได้เพิ่มหรือไม่

แต่ท้ายที่สุดแล้วต้องดูว่า กระแสกับกระสุนจะหนุนนำให้พรรคไหนได้ที่นั่งมากที่สุด

ทีมข่าวการเมืองโคราชคนอีสาน

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๘ ฉบับที่ ๒๗๕๒ ประจำวันที่ ๑๕ เมษายน - ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๖


39 1,583