27thOctober

27thOctober

27thOctober

 

March 26,2024

กรมชลประทานร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา เปิดเวทีฟังความเห็น การบริหารจัดการน้ำ โขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง ระยะที่ 1 ระบบส่งน้ำ

 

ชป.เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 โครงการฯ การบริหารจัดการน้ำ โขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง ระยะที่ 1 ระบบส่งน้ำ เน้นมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน คาดเพิ่มพื้นที่ชลประทานภาคอีสานได้ 1.73 ล้านไร่

วันที่ 22 มีนาคม 2567 เวลา 09.20 น. ที่หอประชุมโรงเรียนประทาย อ.ประทาน จ.นครราชสีมา นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา มอบหมายให้ นายสรวิศ เหล่านิล นายอำเภอประทาย เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 (ปฐมนิเทศโครงการ) โครงการศึกษา ความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการน้ำ โขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง ระยะที่ 1 (ระบบส่งน้ำ) เพื่อนำเสนอความเป็นมาของโครงการ แนวคิดการพัฒนาโครงการเบื้องต้นให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโครงการฯ สำหรับนำไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาและเป็นแนวทางปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป ผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากโครงการ เช่น กลุ่มเกษตรกร กลุ่มองค์กรผู้ใช้น้ำ กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการลุ่มน้ำชี ส่วนราชการ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษาและสภาเกษตรกรจากจังหวัดนครราชสีมาและขอนแก่น

 

นายสรวิศ เหล่านิล นายอำเภอประทาย

ความเป็นมาของโครงการ เนื่องจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 103.5 ล้านไร่ มีพื้นที่การเกษตร 63.85 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เกษตรชลประทานเพียง 8.69 ล้านไร่ พื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่ ยังอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ประชาชนประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและปัญหาขาดแคลนน้ำอันเกิดจากฝนทิ้งช่วงในฤดูฝนและการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง แหล่งกักเก็บน้ำต้นทุนมีน้อย เนื่องจากพื้นที่เป็นที่ราบสูง และมีลักษณะแบนราบ การนำน้ำมาใช้ส่วนใหญ่ต้องใช้การสูบน้ำจากแม่น้ำลำคลองเป็นหลัก โดยที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการศึกษาเพื่อจัดหาน้ำต้นทุนเพิ่มให้กับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาโดยตลอด แต่เป็นวิธีการผันน้ำโขงเข้ามาโดยใช้วิธีการสูบน้ำ ซึ่งต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

กระทั่งมาถึงในปี 2548 มูลนิธิน้ำเพื่อคุณภาพชีวิต ได้เสนอแนวคิดในการผันน้ำโขงเข้ามาใช้ในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยแรงโน้มถ่วง ต่อมากรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ศึกษาต่อยอดแนวคิดของมูลนิธิน้ำและคุณภาพชีวิตมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง

ต่อมา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ดำเนินการศึกษาประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมการดำเนินการโครงการ ระยะที่ 1 บริเวณพื้นที่หัวงานแนวผันน้ำ มีการปรับแนวหัวงานแนวผันน้ำ ตามสภาพการใช้ที่ดิน เสร็จเมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 โดยการพัฒนาระยะที่ 1 ซึ่งสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 1.73 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเกิดภัยแล้งซ้ำซาก

 

ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาโครงการบริหารจัดการน้ำ โขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ 1 สามารถดำเนินการต่อไปได้ตามแผนงานที่กำหนดไว้ประกอบกับโครงการฯ เป็นการผันน้ำและพัฒนาระบบชลประทานที่มีพื้นที่ชลประทาน ตั้งแต่ 80,000 ไร่ขึ้นไป กรมชลประทานจึงมีความจำเป็นต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อใช้ประกอบการยื่นขออนุญาตดำเนินการโครงการในลำดับถัดไป

 

สำหรับสำหรับโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการน้ำ โขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง ระยะที่ 1 (ระบบส่งน้ำ) มีระยะเวลาดำเนินการศึกษา 540 วัน ขอบเขตการศึกษาประกอบด้วย (1) การศึกษาความเหมาะสมของโครงการ (2) การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และ (3) การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ มวลชนสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

 

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการพัฒนาโครงการคาดว่าจะสามารถมีพื้นที่เกษตรชลประทานเพิ่มขึ้น 1.73 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดขอนแก่น จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดนครราชสีมา รวม 30 อำเภอ 179 ตำบล ทำให้เกษตรกรสามารถปลูกพืชได้ตลอดทั้งปี มีผลผลิตทางการเกษตรและรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่โครงการมีความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นในอนาคตต่อไป

 


184 8,999