26thOctober

26thOctober

26thOctober

 

May 30,2024

“เพื่อไทย-ก้าวไกล” ชิงไหวชิงพริบเลือกตั้ง นายก อบจ.

 

ประมาณกลางเดือนมิถุนายน ๒๕๖๗ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ส่วนใหญ่ทั่วประเทศ จะต้องปฎิบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง ภายในกรอบระยะเวลา ๑๘๐ วันก่อนครบวาระในวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗ หรือ ๔ ปีนับแต่วันเลือกตั้ง คือวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๓

ระหว่างนั้นมีข้อห้ามจุกจิกมากมาย อย่างเช่น ห้ามจัดเลี้ยง ห้ามจัดมหรสพ แม้จะเชิญเฉพาะเพื่อนสนิทมิตรสหายมากินกันเล็กๆ ก็ทำไม่ได้ หรือเวลาไปร่วมงานศพ งานบวช งานแต่ง ก็นำเงินใส่ซองช่วยงานไม่ได้ เวลาเกิดน้ำท่วม ไฟไหม้ วาตภัย โรคระบาด ก็มอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนไม่ได้ แถมเบิกจ่ายเงินเพื่อช่วยเหลือประชาชนไม่ได้อีก

หากมีการทำกิจกรรมที่ถูกตีความว่าเป็นการหาเสียง แม้ยังไม่หมดวาระ แต่ก็ต้องนำค่าใช้จ่ายในห้วงเวลา ๑๘๐ วันมาลงบัญชี ซึ่งค่าใช้จ่ายแต่ละจังหวัดแตกต่างกันไปตามพื้นที่และประชากร เพราะฉะนั้นอาจต้องอยู่พื้นที่อย่างเงียบๆ ทำอะไรต้องระมัดระวัง เพราะจะมีผู้สนับสนุนอีกขั้วการเมืองจ้องจับผิด และร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 

ด้วยข้อห้ามและข้อจำกัดดังกล่าว ทำให้เริ่มมีนายก อบจ. บางจังหวัดชิงลาออก เพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน ๖๐ วัน นับจากพ้นตำแหน่งเพราะเหตุอื่น โดยคาดหวังว่า ยิ่งเลือกตั้งเร็วเมื่อไหร่ หากชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง ก็สามารถสานงานต่อ ก่องานใหม่ ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ฐานเสียงได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีเสียงวิจารณ์จากสังคมว่าเป็นการ “เช็กเรตติ้ง” ชิงความได้เปรียบทางการเมืองก็ตาม

อาทิ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ลาออกจากตำแหน่ง นายก อบจ.ปทุมธานี เพราะมองว่าเวลาเกิดปัญหาจะเบิกจ่ายงบประมาณไม่ได้ ช่วยเหลือประชาชนไม่ได้ เช่น ช่วงฤดูน้ำหลาก ที่คาดว่า ปีนี้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะเยอะ การรับมือโรคไข้หวัดใหญ่ระบาด รวมทั้งการจัดงานแข่งเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทานจัดมาแล้ว ๒ ปี

 

พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ ลาออกจากตำแหน่ง นายก อบจ.นครสวรรค์ เพราะไม่ต้องการให้การบริหารงานเกิดอุปสรรคและติดขัดหากครบวาระ ที่ผ่านมาใช้เงินสมทบ เงินบริจาค และเงินส่วนตัวช่วยเหลือประชาชน อาจถูกนำไปนับรวมค่าใช้จ่ายหาเสียง อีกทั้งช่วงฤดูน้ำหลากใกล้เข้าสู่การเลือกตั้ง จะมีข้อจำกัดในการแก้ปัญหา และทำงานไม่เต็มที่

นายสุรเชษ นิ่มกุล ลาออกจากตำแหน่ง นายก อบจ. อ่างทอง ด้วยเหตุผลเช่นเดียวกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ และ พล.ต.อ.สมศักดิ์ โดยมีความเห็นตรงกันว่า อยากจะออกมาช่วยเหลือประชาชนต่อสถานการณ์อุทกภัยต้องรับมือกับปัญหาน้ำท่วมทุกปี หากกลับเข้ามาก็สามารถดำเนินการวางแผนช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างทันท่วงทีในทุกเรื่อง

มีการประเมินกันว่า การลาออกจากนายก อบจ.ครั้งนี้ อาจเป็นการวัดขุมพลังและคะแนนนิยม ระหว่าง “ตระกูลการเมืองท้องถิ่น” ที่เคยแพ้การเลือกตั้งในสมัยที่แล้ว และวัดขุมพลังระหว่าง “พรรคเพื่อไทย” และ “พรรคก้าวไกล” ก่อนการเลือกตั้งนายก อบจ.ครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นต้นปี ๒๕๖๘ 

เช่น ผู้สมัครนายก อบจ.ปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ต้องเจอคู่แข่งอย่าง นายชาญ พวงเพ็ชร อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี พร้อมลงเลือกตั้งสมัยนี้ หรือจะเป็นผู้สมัครนายก อบจ.นครสวรรค์ พล.ต.อ.สมศักดิ์ ต้องเจอคู่แข่งอย่างพรรคก้าวไกล ที่ นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี ส.ส.นครสวรรค์ ประกาศว่า พร้อมส่งผู้สมัครลงสู้ศึกเลือกตั้ง

ก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทย ประกาศผู้สมัครนายก อบจ. ๙ จังหวัด โดยมีนายก อบจ.คนปัจจุบันพร้อมลงสนามเลือกตั้งเพื่อรักษาตำแหน่งเดิม ได้แก่ นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ นายก อบจ.ลำพูน นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายก อบจ.แพร่ น.ส.ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายก อบจ.ลำปาง นายวิเชียร สมวงศ์ นายก อบจ.ยโสธร นายอัครา พรหมเผ่า นายก อบจ.พะเยา น้องชาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายมนู พุกประเสริฐ นายก อบจ.สุโขทัย 

ส่วนผู้ท้าชิงนายก อบจ. ได้แก่ นายอนุชิต หงษาดี อดีตนายก อบต.โพนสวรรค์ คนใกล้ชิด นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ลงสมัครนายก อบจ.นครพนม ชิงตำแหน่งกับ น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ นายก อบจ.นครพนม สังกัดพรรคภูมิใจไทย และ นายพลพัฒน์ จรัสเสถียร   น้องชายนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงสมัครนายก อบจ.มหาสารคาม ชิงตำแหน่งกับ นางคมคาย อุดรพิมพ์ นายก อบจ.มหาสารคาม สายพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ นายศราวุธ เพชรพนมพร อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ลงสมัคร นายก อบจ.อุดรธานี แทน นายวิเชียร ขาวขำ ที่หลีกทางให้

ขณะที่ พรรคก้าวไกล นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ผ่านมา ได้รับบทเรียนในปี ๒๕๖๓ ที่ คณะก้าวหน้า นำโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ. ๔๒ จังหวัด ไม่มีใครชนะเลือกตั้งแม้แต่คนเดียว คราวนี้นายพิธาประกาศว่า ต้องการชนะเลือกตั้งนายก อบจ.หลายจังหวัด ประเดิมเปิดตัว นายคณิศร ขุริรัง ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี ซึ่งประเมินการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา พบว่ามี ๔๐ จังหวัด คะแนน พรรคก้าวไกลอันดับ ๑ แต่เหลืออีก ๒๐-๓๐ จังหวัด คะแนนพรรคอันดับ ๒ ดังนั้นต้องเดินหน้ารณรงค์เต็มที่

 

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งนายก อบจ.ทั่วประเทศ ๗๖ จังหวัด (ยกเว้นกรุงเทพมหานคร) มีนายก อบจ.บางจังหวัดลาออกจากตำแหน่ง หรือพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ๔ จังหวัด และได้จัดการเลือกตั้งใหม่ มีนายก อบจ.ดำรงตำแหน่งไปบ้างแล้ว ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน เช่น

นายก อบจ.กาฬสินธุ์ จัดการเลือกตั้งไปเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๕ หลังศาลอุทธรณ์ภาค ๔   พิพากษาให้ใบเหลือง นายชานุวัฒน์ วรามิตร กรณีผู้ช่วยหาเสียงโพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนให้เก็บป้ายหาเสียงไปใช้ประโยชน์ก่อนวันเลือกตั้ง ปรากฏว่า นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้ง

นายก อบจ.ร้อยเอ็ด จัดการเลือกตั้งไปเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๕ หลังศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาเพิกถอนสิทธิทางการเมือง ๑๐ ปี นายเอกภาพ พลซื่อ กรณีปราศรัยใส่ร้ายผู้สมัครคู่แข่งด้วยความเท็จ ปรากฏว่า นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้ง

นายก อบจ.กาญจนบุรี จัดการเลือกตั้งไปเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๖ หลัง นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ ลาออกจากตำแหน่งนายก อบจ.กาญจนบุรี เพื่อไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ปรากฏว่า นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ แกนนำกลุ่มพลังกาญจน์ ที่มีพรรคเพื่อไทยสนับสนุน ชนะการเลือกตั้ง

นายก อบจ.เลย จัดการเลือกตั้งไปเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๗ หลัง นายธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ ลาออกจากตำแหน่งนายก อบจ.เลย โดยไม่ระบุเหตุผลที่ลาออก ปรากฏว่า นายชัยธวัช เนียมศิริ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลทิมสุวรรณ ในนามพรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้ง

สำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ. ครั้งล่าสุด กำหนดอยู่ในกรอบระยะเวลา ๖๐ วัน เช่น จังหวัดนครสวรรค์ กำหนดวันเลือกตั้ง ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๗ โดยเปิดรับสมัคร ๑๓-๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ส่วนจังหวัดอ่างทองและปทุมธานี มีระยะเวลาไล่เลี่ยกัน คาดว่าไม่เกินเดือนกรกฎาคมนี้จะทราบผล

ถึงกระนั้น สำหรับนายก อบจ. จังหวัดอื่น ส่วนหนึ่งประกาศว่าจะอยู่ต่อให้ครบวาระ เช่น นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ ยืนยันว่าอยู่ต่อครบวาระ เพราะแม้นายก อบจ. ลาออก แต่สมาชิกสภา อบจ. ต้องอยู่ต่อให้ครบวาระ ต้องจัดเลือกตั้ง ๒ รอบ คือนายก อบจ. และสมาชิกสภา อบจ. สูญเสียงบประมาณค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ๒ ครั้ง

เช่นเดียวกับ นายไพเจน มากสุวรรณ์ นายก อบจ.สงขลา ก็ยังไม่มีแนวคิดลาออกก่อนครบวาระ เพราะยังมีอีกหลายเรื่องต้องทำงาน ช่วยเหลือดูแลประชาชนในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ส่วน น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ นายก อบจ.นครพนม ยืนยันว่าไม่ลาออกเช่นกัน และจะทำงานเต็มที่จนกว่าจะครบวาระ โดยเฉพาะโครงการ อบจ.สัญจร เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม นายก อบจ.ที่เหลืออีกไม่ถึง ๗๐ จังหวัด มีการประเมินว่าอาจมีส่วนหนึ่งลาออก ช่วงใกล้หมดวาระ ซึ่งตามกำหนดแล้วหากนายก อบจ.หมดวาระวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๗ ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน ๔๕ วัน นับจากดำรงตำแหน่งครบวาระ โดยคาดว่าจะจัดเลือกตั้งนายก อบจ. ไม่เกินวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

จึงเป็นศึกชิงไหวชิงพริบ ชิงความได้เปรียบ และเช็กความนิยมของแต่ละขั้วอำนาจ ในยามที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยยังไม่มีผลงานที่จับต้องได้ และพรรคก้าวไกลพยายามบดขยี้เพื่อสะสมฐานเสียงให้มากที่สุด.

• กิตตินันท์ นาคทอง

 นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๖๕ วันที่ ๑๕ เดือนพฤษภาคม - วันที่ ๑๔ เดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๗


175 1,053