13thJuly

13thJuly

13thJuly

 

July 04,2024

ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด อดีต‘นายกฯหนองไผ่ล้อม’ ใช้รถหลวงเบิกค่าน้ำมันงานส่วนตัว

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติ ชี้มูลความผิดอดีตนายกเทศมนตรี ทต.หนองไผ่ล้อม นำรถยนต์หลวงไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวในวันหยุดทั้งในโคราชและกรุงเทพฯ แถมอนุมัติเบิกจ่ายค่าน้ำมันจากเทศบาลฯ ๓,๒๓๕ บาท คดียังไม่ถึงที่สุด


ตามที่เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๗ นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญกรณีเกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ และกรณีร่ำรวยผิดปกติ รวม ๓ เรื่อง โดยเรื่องที่ ๒ กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นเพื่อดำเนินการไต่สวน กรณีกล่าวหา นายไพบูลย์ พฤกษ์พนาเวศ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา นำรถยนต์ส่วนกลางไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวโดยมิชอบ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายไพบูลย์ พฤกษ์พนาเวศ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา สั่งการและอนุญาตให้พนักงานจ้าง ซึ่งทำหน้าที่ขับรถยนต์ส่วนกลาง ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ หมายเลขทะเบียน กน ๒๙๓๖ นครราชสีมา จัดทำบันทึก ลงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ขออนุญาตเก็บรักษารถยนต์ส่วนกลางไว้ที่บ้านพักของพนักงานจ้างรายดังกล่าว ทั้งที่ไม่ได้มีราชการจำเป็นเร่งด่วน และเทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม มีสถานที่เก็บรักษาปลอดภัยเพียงพอ และในช่วงระหว่างวันที่ ๑๓–๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๗ และวันที่ ๑๔–๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ นายไพบูลย์ พฤกษ์พนาเวศ ได้มีคำสั่งให้พนักงานจ้างนำรถยนต์ส่วนกลางคันดังกล่าว ขับพาตนเองไปทำธุระส่วนตัวในเขตจังหวัดนครราชสีมาและในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และอนุมัติให้เบิกจ่ายเงินค่าน้ำมันเชื้อเพลิงจากเทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม รวมเป็นเงินจำนวน ๓,๒๓๕ บาท เป็นเหตุให้เทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อมได้รับความเสียหาย

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติดังนี้ การกระทำของนายไพบูลย์ พฤกษ์พนาเวศ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ และมาตรา ๑๕๗ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๒๓/๑ (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๑๗๒) และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.๒๔๙๖ และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๗๓ ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งสำนวนการไต่สวน และเอกสารหลักฐาน พร้อมความเห็นไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๙๑ (๑) และ (๒) และมาตรา ๙๘ แล้วแต่กรณี และให้แจ้งผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไปตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.๒๕๓๙
ทั้งนี้ การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๖๖ วันที่ ๑๕ เดือนมิถุนายน - วันที่ ๑๔ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๗


18 134