August 19,2026
พร้อมแล้ว M6 บางปะอิน–ปากช่อง เปิดวิ่งทุกสุดสัปดาห์ เริ่มเที่ยง 21 สิงหา เส้นทางใหม่สู่อีสานหนุนเศรษฐกิจ–ท่องเที่ยว “พิพัฒน์”กำชับ “สะดวก ปลอดภัย” ก่อนเปิดใช้ฟรีตลอดสายปีใหม่ 2570

วันนี้ (19 สิงหาคม 2569) เวลา 10.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) สายบางปะอิน–นครราชสีมา พร้อมเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมก่อนเปิดทดลองให้บริการเพิ่มเติมช่วงบางปะอิน–ปากช่อง โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายกฤชเทพ สิมลี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ตลอดทั้งผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า M6 เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะเปิดประตูการเดินทางจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยตลอดเส้นทางบางปะอิน–นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร จะเป็นทางเลือกใหม่ควบคู่กับถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพ ช่วยลดระยะเวลาการเดินทาง แบ่งเบาปริมาณการจราจร และลดต้นทุนการขนส่งสินค้า ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และระบบโลจิสติกส์ของประเทศ

โดยถนนเส้นนี้มีประโยชน์เรื่องการเดินทางที่เร็วขึ้น และจะทำให้กรุงเทพฯ กับภาคอีสานใกล้กันมากขึ้น เชื่อมผู้คน เชื่อมการค้า และเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวตลอดแนวเส้นทาง โดยเฉพาะช่วงปากช่อง–ลำตะคองที่มีภูมิประเทศและทัศนียภาพสวยงาม การเดินทางในวันหยุดจะสะดวกขึ้น ประชาชนสามารถออกจากกรุงเทพฯ ไปท่องเที่ยว รับประทานอาหาร หรือเดินทางต่อไปยังนครราชสีมาและจังหวัดต่าง ๆ ในภาคอีสานได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้และสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปยังพื้นที่ตลอดแนวเส้นทาง

จากการตรวจความพร้อมในวันนี้ กระทรวงคมนาคมพร้อมเปิดทดลองให้บริการ M6 เพิ่มเติมช่วง บางปะอิน–ปากช่อง ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 12.00 น. และเปิดทุกวันศุกร์ เวลา 12.00 น. ต่อเนื่องถึงวันอาทิตย์ เวลา 24.00 น. ซึ่งจะเชื่อมต่อกับช่วงปากช่อง–ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมาที่เปิดทดลองให้บริการอยู่แล้ว ทำให้ประชาชนสามารถใช้ M6 ได้ต่อเนื่องมากขึ้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การเปิดเส้นทางเพิ่มเติมครั้งนี้ต้องดำเนินการภายใต้หลักสำคัญ คือ “ประชาชนต้องได้รับทั้งความสะดวกและความปลอดภัย” พร้อมกันนี้ ได้กำชับเป็นพิเศษในช่วงที่มีทัศนียภาพสวยงาม โดยเฉพาะบริเวณลำตะคอง ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนสนใจเดินทางมาใช้เส้นทางและชมทัศนียภาพจำนวนมาก ต้องดูแลไม่ให้เกิดพฤติกรรมที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนใช้เส้นทางอย่างมีวินัย เพื่อให้การเดินทางท่องเที่ยวเกิดขึ้นควบคู่กับความปลอดภัย

สำหรับเป้าหมายระยะต่อไป นายพิพัฒน์ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายเร่งรัดงานที่เหลือ เพื่อให้สามารถ เปิดทดลองให้ประชาชนใช้ M6 ตลอดสายบางปะอิน–นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2570 ก่อนเข้าสู่การทดสอบระบบและการปฏิบัติงานเสมือนจริง (Trial Run) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบและเก็บค่าผ่านทางต่อไป
ด้าน นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า สิ่งที่กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญสูงสุดในช่วงทดลองให้บริการ คือความปลอดภัย เนื่องจาก M6 เป็นเส้นทางที่มีมาตรฐานสูง ถนนกว้าง ราบเรียบ และมีช่วงทางตรงยาว ซึ่งอาจทำให้ผู้ขับขี่ใช้ความเร็วสูงโดยไม่รู้ตัว จึงกำหนดให้ช่วงทดลองเปิดบริการ อนุญาตเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ และจำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากบางพื้นที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินงานก่อสร้างและติดตั้งระบบ จึงขอความร่วมมือประชาชนไม่จอดรถบนเส้นทางหรือบริเวณที่ไม่ได้จัดไว้เป็นจุดพัก ไม่ใช้ไหล่ทางโดยไม่มีเหตุจำเป็น และขอให้ประชาชนปฏิบัติตามป้าย เครื่องหมายจราจร และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด พรัอมได้เน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายกับรถที่ใช้ความเร็วเกินกำหนดหรือขับขี่ในลักษณะเสี่ยงอันตราย พร้อมให้ตำรวจทางหลวงและเจ้าหน้าที่เพิ่มการเฝ้าระวังตลอดเส้นทาง

ด้าน นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมทางหลวงได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านเส้นทาง การจราจร บุคลากร และระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน รองรับการเปิดทดลองช่วงบางปะอิน–ปากช่อง โดยจัดเจ้าหน้าที่และรถช่วยเหลือผู้ใช้ทางตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธร หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สระบุรี และนครราชสีมา เพื่อบริหารจัดการจราจรและรับมือเหตุฉุกเฉิน
ตลอดเส้นทาง มีการติดตั้งป้าย VMS หรือป้ายปรับเปลี่ยนข้อความ เพื่อแจ้งข้อมูลและสภาพการจราจรแก่ผู้ใช้ทาง พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลจุดเข้า–ออก เงื่อนไขการใช้เส้นทาง และสถานการณ์จราจรผ่านช่องทางของกรมทางหลวง ทั้งสื่อออนไลน์ วิทยุออนไลน์ DOH Highway Radio (http://highwaytraffic.go.th/radio) และช่องทางประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางล่วงหน้าได้

สำหรับความคืบหน้าภาพรวมโครงการ งานก่อสร้างโยธามีความก้าวหน้าสะสม ณ เดือนกรกฎาคม 2569 ร้อยละ 99.37 จากทั้งหมด 40 สัญญา ก่อสร้างแล้วเสร็จ 38 สัญญา เหลือ 2 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 4 และสัญญาที่ 21 โดยตั้งเป้าให้งานโยธาทั้งหมดแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569
ส่วนงานออกแบบและก่อสร้างด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง พร้อมติดตั้งระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียม ระบบควบคุมและบริหารจัดการจราจร ระบบอำนวยความปลอดภัย และอาคารควบคุมต่าง ๆ ซึ่งดำเนินการในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) มีความก้าวหน้าสะสม ณ เดือนกรกฎาคม 2569 ร้อยละ 92.32 โดยกรมทางหลวงจะเร่งดำเนินงานให้เป็นไปตามแผน เพื่อรองรับการเปิดทดลองให้บริการตลอดสายช่วงเทศกาลปีใหม่ 2570 และเตรียมเข้าสู่การให้บริการเต็มรูปแบบและจัดเก็บค่าผ่านทาง ภายในเดือนเมษายน 2570 ต่อไป









2 75



