25thSeptember

25thSeptember

25thSeptember

 

September 24,2026

ตร.โพธิ์กลางบุกช่วยนักศึกษา เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างพัวพันฟอกเงิน หลอกกักขัง ซ้ำกู้เงินพ่อ 7 แสนโอนบัญชีม้า

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเบาะแสจากผู้ปกครอง หลังพบว่านักศึกษาชั้นปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถูกหลอกให้โอนเงินรวมกว่า 7 แสนบาท

เบื้องต้นพบว่า กลุ่มมิจฉาชีพโทรศัพท์เข้ามาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์ของค่ายโทรศัพท์มือถือชื่อดัง ก่อนกล่าวหาว่านักศึกษารายนี้มีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงิน จากนั้นโอนสายไปยังผู้ที่อ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.เมืองระนอง พร้อมข่มขู่และสร้างความหวาดกลัว ก่อนให้แอดไลน์และวิดีโอคอล โดยกำชับไม่ให้บอกเรื่องดังกล่าวกับใคร

เมื่อทราบว่านักศึกษาไม่มีเงิน มิจฉาชีพจึงออกอุบายให้จัดทำเอกสารปลอมของมหาวิทยาลัย โดยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการนักศึกษาแลกเปลี่ยนไปประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 3 เดือน รวมค่าใช้จ่าย 856,000 บาท ทำให้นักศึกษานำเรื่องไปบอกบิดา ก่อนที่บิดาจะโอนเงินให้ครั้งแรก 500,000 บาท และครั้งที่สอง 200,000 บาท จากนั้นมิจฉาชีพยังสั่งให้นักศึกษาโอนเงินต่อไปยังบัญชีอื่นๆ หลายบัญชี โดยอ้างว่าเป็นการตรวจสอบบัญชี เบื้องต้นพบการโอนไปแล้วกว่า 10 บัญชี ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าหรือไม่ หลังผู้ปกครองเริ่มสงสัย เนื่องจากมีการโอนเงินจำนวนมาก จึงรีบแจ้งเบาะแสไปยังตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง

พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.สภ.โพธิ์กลาง จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.อ้อมใจ อินธิแสน รองสารวัตรสืบสวน พร้อมกำลังชุดสืบสวน เดินทางไปยังหอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อเข้าช่วยเหลือนักศึกษารายดังกล่าว

เมื่อไปถึงพบว่านักศึกษายังอยู่ในอาการหวาดกลัว และกำลังวิดีโอคอลกับกลุ่มมิจฉาชีพอยู่ โดยพบว่ามีการติดต่อกันในลักษณะดังกล่าวต่อเนื่องมานานประมาณ 3 วัน เบื้องต้นนักศึกษาระบุว่ารู้สึกกลัวว่าจะถูกดำเนินคดี จึงยอมทำตามคำสั่งของมิจฉาชีพทุกอย่าง อีกทั้งยังถูกสั่งให้ย้ายจากหอพักเดิมในตัวเมืองมายังพื้นที่ ต.สุรนารี เพื่อให้สามารถติดต่อและควบคุมได้ง่ายขึ้น

เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมโทรศัพท์มือถือ สลิปการโอนเงิน และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปตรวจสอบและขยายผลติดตามกลุ่มมิจฉาชีพมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ตำรวจฝากเตือนประชาชน หากได้รับโทรศัพท์ในลักษณะอ้างว่าพัวพันคดีฟอกเงิน คดีอาชญากรรม หรือถูกสั่งให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี อย่าหลงเชื่อและอย่าโอนเงิน ควรตั้งสติ ติดต่อคนในครอบครัวหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบทันที


8 132