October 04,2026
สุวัจน์เปิด ‘ครัวโคราช’ ช่วยน้ำท่วม เสนอทำแผนจัดการน้ำจริงจังยั่งยืน ลดสูญเสีย สร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ

วันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 16.00 น. ณ ที่ทำการใหญ่พรรคชาติพัฒนา ถนนมิตรภาพ อ.เมืองนครราชสีมา มีการเปิด “ครัวโคราช” โดยศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกันกับพรรคชาติพัฒนา รวมใจสู้ภัยน้ำท่วม 2569 ซึ่งมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคชาติพัฒนา เป็นผู้กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา, นายประเสริฐ บุญชัยสุข ผู้อำนวยการศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน, นายปกครอง ผาสุขยืด หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา, นายอรัญ พันธุมจินดา, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.โคราช เขต 2 พรรคเพื่อไทย, พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา นายกสมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ฯ รวมทั้ง รองนายกเทศมนตรี ส.ท. ส.อบจ.นครราชสีมา และผู้แทนองค์กรต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมาเข้าร่วม

นายประเสริฐ บุญชัยสุข ผู้อำนวยการศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทยในขณะนี้ ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิต ความเป็นอยู่ และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และในภูมิภาคต่างของประเทศ ทั้งในหลายพื้นที่ที่ได้เกิดขึ้นแล้ว พื้นที่ที่กำลังเกิดอยู่ และพื้นที่ที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาอีกในอนาคตอันใกล้ อันเนื่องมาจากมวลน้ำมหาศาลที่กำลังเคลื่อนตัวจากภาคเหนือลงสู่กรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ ในภาคกลาง รวมทั้งภาคตะวันออก ในยามที่พี่น้องประชาชนกำลังประสบความเดือดร้อน สิ่งที่มีความหมายอย่างยิ่ง นอกเหนือจากความช่วยเหลือจากภาครัฐแล้ว คือ น้ำใจ ความห่วงใย และการไม่ทอดทิ้งกันของคนไทยด้วยกันเอง ด้วยเหตุนี้ พรรคชาติพัฒนาและศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน จึงร่วมกันจัดตั้ง “ครัวพรรคชาติพัฒนา และศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน” ขึ้นมา เพื่อประกอบอาหารกล่อง และนำอาหารกล่องเหล่านี้ไปส่งมอบให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ

“การดำเนินงานนี้ได้เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2569 เป็นต้นมา โดยจัดทำอาหารกล่องและบรรทุกรถยนต์พาหนะนำไปส่งมอบให้แก่ผู้ประสบภัย ในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี และอำเภอศรีมหาโพธิ์ จังหวัดปราจีนบุรี ทั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง จากนายวุฒิพงศ์ ทองเหลา (แจ้) อดีต ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนา ในการนำอาหารไปแจกจ่ายถึงมือผู้ที่กำลังประสบอุทกภัยเป็นประจำทุกวัน และโครงการนี้จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง และนอกจากการจัดทำอาหารกล่องส่งมอบให้แก่พี่น้องประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรีแล้ว เรายังมีวัตถุประสงค์ที่จะดำเนินการนำอาหารกล่องไปส่งมอบให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในเขต กทม. และปริมณฑล โดยเฉพาะในเขตจังหวัดปทุมธานี และจังหวัดอื่นๆ อีกด้วย โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่เช้าตรู่ของวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากนายอรัญ พันธุมจินดา อดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา รวมทั้งได้รับความอนุเคราะห์จากสมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย ที่จะได้กรุณานำเจ็ตสกีขนอาหารไปช่วยแจกจ่ายให้ถึงมือพี่น้องประชาชนอีกทางหนึ่งด้วย”

นายประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า โครงการนี้มิได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อมอบอาหารเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในแต่ละวันเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งต่อ กำลังใจ ความห่วงใย และมิตรภาพจากพี่น้องชาวโคราชไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัย เพราะในยามที่คนไทยกำลังเผชิญความยากลำบาก เราเชื่อมั่นว่า “คนไทยไม่ทิ้งกัน และคนโคราชก็รักจริงไม่ทิ้งกัน” เช่นเดียวกัน รวมทั้ง ขอขอบคุณ คณะทำงานและจิตอาสาของ “ศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน” รวมทั้งผู้มีจิตศรัทธา ตลอดทั้งพี่น้องชาวโคราชที่ได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์และสิ่งของ รวมทั้งร่วมแรง ร่วมใจ จัดทำอาหาร และร่วมสนับสนุนโครงการนี้กันอย่างเข้มแข็งและพร้อมเพรียง

ทางด้านนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวขอบคุณทุกคนที่มาร่วมเปิดครัวโคราชเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมทั้งกล่าวว่า น้ำท่วมเป็นสถานการณ์ที่วิกฤตมีผลกระทบหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น และความเดือดร้อนของประชาชน ตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมครั้งนี้มีมากกว่าล้านคน นับแสนครัวเรือน เป็นตัวเลขที่สูงมาก เพราะสถานการณ์ครอบคลุมหลายจังหวัด แม้ว่าในกรุงเทพฯ จะลดลงบ้าง แต่ในบางจุดก็ยังเดือดร้อนมาก โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ และตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาให้ข้อมูลว่า วันที่ 4-7 ตุลาคมนี้ฝนจะตกหนักอีก ตลอดทั้งวันที่ 11-14 ตุลาคมก็ยังให้จับตาดู สัปดาห์หน้าจึงเป็นช่วงที่พวกเราต้องส่งกำลังใจ ช่วยเหลือกัน อย่าให้ฝนตกมากกว่านี้ เพราะสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ไม่น่าไว้วางใจ ทางภาคเหนือที่เขื่อนเจ้าพระยาระดับน้ำเหนือเขื่อนก็มีปริมาณมาก ต้องมีการระบายน้ำลงท้ายเขื่อน

ขณะนี้จึงเหมือนน้ำท่วมประมาณ 26 จังหวัด จึงเป็นสถานการณ์ที่วิกฤต เกิดผลกระทบต่อประชาชน สิ่งเราควรร่วมมือกันทำโดยเฉพาะผู้ที่มีความรับผิดชอบ ในการแก้ไขปัญหาคือ 1.จะต้องมีการสื่อสาร ระบบเตือนภัย ไปยังประชชนให้ชัดเจน ทั่วถึง และเข้าใจง่าย เพื่อให้ประชานรับทราบว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น เพื่อเตรียมการตั้งรับสถานการณ์ สิ่งแรกที่จะทำคือ การให้ข้อมูล การสื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย และทั่วถึง เพื่อให้ประชาชสามารถใช้ข้อมูลในการปกป้องตนเอง
2.สำหรับผู้ที่ประสบภัยต้องรีบเข้าไปช่วยเหลือ มีการเยียวยา การช่วยเหลือ การนำอาหารไปให้ หรือการไปอพยพเพิ่มเติม ซึ่งเป็นปัญหาเฉพาะหน้า ที่ขณะนี้ทุกฝ่ายก็มีความร่วมมือกันอยู่แล้ว รัฐบาลก็ลงมาดู ภาคเอกชน มูลนิธิต่างๆ อย่างที่โคราชก็มีทั้งฮุก 31 และหลักเสียงเซี่ยงตึ๊ง ก็เข้าไปช่วยเหลือด้วยเช่นกัน 3.หลังจากสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายลง การกอบกู้ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ถูกทำลายไป ทั้งถนน คูคลอง บ้านเรือน ต้องนำกลับมาสู่สภาวะปกติ
และ 4.ถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำสิ่งนี้คือ ต้องสร้างกลไกในการแก้ไขปัญหาให้เกิดความยั่งยืน เพราะเกิดน้ำท่วมแทบทุกปี มีความเสียหายทางเศรษฐกิจเกิดขึ้น ปัญหาอุทกภัยถือว่าเกิดขึ้นบ่อยมาก จึงอยากเห็นการแก้ไขอย่างยั่งยืน อยากเห็นการจัดทำ Mega Master Plan ด้านน้ำ โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วม แต่ในเรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำยังนึกภาพไม่ออกว่ามีแผนแม่บทที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง จะสร้างคลองระบายน้ำ หรือแก้มลิงที่ไหน จะสร้างฟลัดเวย์ที่ไหนบ้าง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดทำและมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ ต้องมีแผนที่ชัดเจนว่า Mega Master Plan ด้านน้ำมีอะไรบ้าง ประกาศให้ประชาชนทราบว่ามีอะไรบ้าง และจะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วม รวมทั้งอย่าลืมว่าประเทศไทยเป็นประเทศการเกษตร น้ำท่วมไม่พอน้ำแล้งก็ไม่ได้ เพราะน้ำเป็นพื้นฐานสำคัญด้านการเกษตร

จากประสบการณ์และปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ และผลกระทบต่างๆ ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลและทุกฝ่ายจะต้องพิจารณา ลำดับความสำคัญของการแก้ไขปัญหาของประเทศ จัดทำ Mega Project ด้านน้ำอย่างจริงจัง มีแผนงานอย่างละเอียด มีงบประมาณ และทำความเข้าใจกับประชาชน กับส.ส. ช่วยกันสนับสนุนโครงกรแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ประชาชนมีการสูญเสีย รวมทั้งต้องมีการสร้างโครงสร้างพื้ฐานที่มีความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ซึ่งนักลงทุนผวาที่จะมาลงทุนที่ไทยเพราะเรื่องน้ำท่วม เป็นการสร้างความมเชื่อมั่นให้กับประเทศ จึงเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันผลักดันให้เกิดขึ้นให้ได้

“ในวันนี้ ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มาช่วยกันเปิดครัวโคราช จำได้ว่าเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2554 ก็เปิดครัวโคราช ผลิตข้าวเหนียว ผลิตหมูทอด แล้วส่งไปทางขบวนรถไฟ ตอนนั้นน้ำท่วมหนัก อยู่กันในบ้านเป็นอาทิตย์ออกมาไม่ได้ เราก็ส่งข้าวเหนียวจากโคราชไป แล้วก็ไปตามเรือ ตอนนั้นยังไม่มีเจตสกี ทุกวันนี้เจอประชาชนหลายคนยังบอกว่า ข้าวเหนียวโคราชสุดยอด อยู่ได้หลายวันด้วย ครั้งนี้จึงมีการปรึกษากัน และเกิดเป็นการเปิดครัวครั้งนี้ เป็นการช่วยบรรเทาทุกข์ แสดงน้ำใจ ให้กำลังใจพวกเรากันในยามยาก คุยกันแค่ 6 ชั่วโมงก็เกิดครัวโคราชขึ้น โดยนางสุทิน ชาติพุดซา ก็ระดมแม่บ้านและจิตอาสามาช่วยกันผลิต ใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูวันละ 100 กก. หมู 200 กก. รวมแล้วทั้งหมูและข้างเหนียววันละ 3 หมื่นกว่าบาท ผลิตได้วันละ 1,200-1,500 ห่อ แต่ละห่อมีข้าวเหนียว 2 ขีด หมูทอด 2 ขีด กล้วยหอม 2 ลูก น้ำดื่ม 1 ขวด บรรจุในถุงใหญ่ เมื่อบรรจุใส่กล่องใหญ่แล้วบางคนก็มารับที่ศูนย์ และส่งไปทางรถไฟ และมีจิตอาสามารับทางรถไฟ ก่อนที่ตนจะเดินทางมาโคราชก็ได้โทสอบถามนายก อบจ.ปทุมธานีว่าน้ำท่วมไหม ก็ได้รับการยืนยันว่าท่วม และประสานว่าจะนำข้าวจากครัวโคราชไปแจกผู้ประสบภัยด้วย แต่ว่าจังหวัดแรกที่จัดส่งไปแล้วคือ จังหวัดปราจีนบุรี บ้านใกล้เรือนเคียงซึ่งน้ำท่วมหนัก ซึ่งส.ส.แจ้จะมาขนอาหารไปช่วยเหลือ”

นายสุวัจน์ กล่าวท้ายสุดว่า แนวร่วมอีกคนหนึ่งคือ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา นายกสมาคมเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย ซึ่งช่วงหลังเจ็ตสกีมีบทบาทในการเข้ามาช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่มอย่างมาก เพราะบางแห่งเรือเข้าไม่ถึงจึงต้องใช้เจ็ตสกี โดยขอความร่วมมือให้มาขนอาหารจากครัวโคราชไปแจกผู้ปนระสบภัยน้ำท่วมครัวโคราชจะผลิตทุกวัน ตราบใดที่น้ำยังไม่แห้ง เราก็จะทำ ขอให้พวกเรามีกำลังใจในการที่จะช่วยกันสนับสนุนให้กำลังใจแม่ครัวด้วย เพราะต้องหมุนเวียน มากันตั้งแต่ 3 ทุ่มถึงตี 3 ทำเสร็จก็ขนออกไป ซึ่งคาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมยังอยู่อีกหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะในสัปดาห์หน้าที่ต้องเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ซึ่งต้องขอบคุณชาวโคราช ทำให้นึกถึงคำขวัญ “คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน” ไม่ใช่รักเฉพาะโคราชและไม่ทิ้งเฉพาะโคราช แต่คือคนโคราชรักประเทศไทยและไม่ทิ้งคนไทย สถานการณ์ในวันนี้คือการแสดงออกถึงความมีน้ำใจของคนไทย และน้ำใจของชาวโคราช ซึ่งโคราชก็มีเพียงพื้นที่ปากช่องที่น้ำท่วม ส่วนในเมืองโคราชไม่ได้รับผลกระทบเพราะหมอวรรณรัต์จัดการเรียบร้อย จัดการท่อที่อุดตัน วางท่อระบายน้ำ ฉะนั้น อำเภอเมืองจึงไม่น่าเป็นห่วง







4 113



