October 20,2026
เปิดบัญชีทรัพย์สิน ส.ส.โคราช เขต 9 ภูมิใจไทย และ มท.2 "เต้ย-พลพีร์ สุวรรณฉวี" ทรัพย์สิน 19.1 ล้าน เงินฝาก 8.2 ล. ภริยาลูกนักธุรกิจดังเครือเอราวัณ ทรัพย์สิน 656.4 ล. รายได้ต่อปี 45.2 ล.

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดเผยรายการทรัพย์สินและหนี้สิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 (เลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569) โดยมีการเปิดเผยรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ของ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ส.ส.โคราช เขต 9 พรรคภูมิใจไทย และมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ซึ่งเริ่มเปิดเผยเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี หรือ "เต้ย" อายุ 44 ปี ส.ส.โคราช เขต 9 พรรคภูมิใจไทย เป็นลูกชายคนโตของ "ว่าที่ร้อยตรีไพโรจน์ สุวรรณฉวี" หรือที่รู้จักและเรียกขานว่า "นายอำเภอไพโรจน์" เพราะอยู่ในเส้นทางมหาดไทย ก่อนที่จะลาออกมาสู่เส้นทางการเมือง ส่วนมารดา "ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี (หงษ์ภักดี)" อดีตข้าราชการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ลูกสาวผู้ว่าฯ เลิศ หงษ์ภักดี ซึ่งต่อมาแล้วสามีผลักดันเข้าสู่การเมือง นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี และมาสู่การเมืองท้องถิ่นในตำแหน่งนายก อบจ.นครราชสีมา ปัจจุบันเสียชีวิตทั้งคู่แล้ว
มีพี่น้อง 3 คน เป็นชายทั้งหมด "เต้ย-พลพีร์" เป็นคนโต ตามมาด้วย "เติ้ง-พีรพร" และ "ต้อง-ณัฐวัชร์"

ส.ส.เต้ย-พลพีร์ อยู่กินกันฉันสามีภริยา (ไม่ได้จดทะเบียนสมรส) กับ "ทิพย์ชีวัน วงศ์สุรไกร" อายุ 44 ปี ทายาทนักธุรกิจชื่อดังในเมืองไทย (อิทธิ-พรทิพย์ วงศ์สุรไกร) ในเครือเอราวัณ มีบุตร-ธิดา 3 คน ยังไม่บรรลุนิติภาวะทั้ง 3 คน (หญิง 2 ชาย 1)
รายได้ต่อปีของ "ส.ส.เต้ย" มาจากเงินเดือน ส.ส. 1,289,455.48 บาท, ดอกเบี้ยเงินให้กู้ 240,000 บาท รวมรายได้ 1,529,455.48 บาท
โดยมีรายจ่ายต่อปีจำนวน 1,243,800 บาท แยกเป็น ค่าอุปโภคบริโภค 840,000 บาท และค่าเบี้ยประกัน 403,800 บาท

ในขณะที่รายการทรัพย์สินแจ้งไว้มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 19,156,208.85 บาท แยกเป็น เงินสด 300,000 บาท, เงินฝาก 5 บัญชี จำนวน 8,259,032.62 บาท, เงินให้กู้ยืม 8,000,000 บาท, ที่ดิน 1 แปลง (8-2-58 ไร่ ต.หมื่นไวย เมืองนครราชสีมา) มูลค่า 2,247,700 บาท, สิทธิและสัมปทาน (ประกันภัย) 349,476.23 บาท ส่วนหนี้สินมีแค่ค่าบัตรเครดิต จำนวน 3,228.04 บาท

สำหรับเงินที่ให้กู้ยืม 8,000,000 บาทนั้น เป็นการให้บริษัท พีพี แอนด์ ซี แมเนจเมนท์ จำกัด กู้ยืม โดยบริษัทนี้ตั้งอยู่เลขที่ 10 หมู่ 8 ตำบลพุดซา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นการให้กู้ยืมตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2563 แต่ยอดหนี้ยังเท่าเดิม ซึ่งบริษัทนี้จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2546 ปัจจุบันมีชื่อนายชน ยศศักดิ์ศรี และนายปริญญา ญาณบุตร เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัท โดยเป็นที่ตั้งเดียวกับบริษัท เวียนนาการ์เด้นท์แอนด์สปอร์ตคลับ จำกัด หรือโรงแรมเวียนนาการ์เด้นท์ ธุรกิจของครอบครัวสุวรรณฉวีและหงษ์ภักดี
มาดูทรัพย์สินของภริยาบ้าง "ทิพย์ชีวัน วงศ์สุรไกร" ทายาทนักธุรกิจชื่อดังในเมืองไทย (อิทธิ-พรทิพย์ วงศ์สุรไกร) ในเครือเอราวัณ
มีรายได้ต่อปีจำนวน 45,252,129 บาท แยกเป็น เงินเดือน/โบนัสจาก บจก.เอราวัณ มาร์เกตติ้ง 18,908,129 บาท, เงินปันผลจาก บจก.เอราวัณ มาร์เกตติ้ง 15,400,000 บาท, เงินปันผลจาก บจก.นานามาร์เกตติ้ง 10,125,000 บาท, เงินปันผลจาก บจก.โรงเส้นหมี่ชอเฮง (ตราช้าง) 819,000 บาท
มีรายจ่ายต่อปีโดยประมาณ รวม 2,651,418 บาท แยกเป็น ค่าอุปโภคบริโภค 600,000 บาท, ค่าเบี้ยประกัน 2,051,418 บาท

ส่วนรายการทรัพย์สินของ "ทิพย์ชีวัน วงศ์สุรไกร" มูลค่ารวม 656,413,198.74 บาท ประกอบด้วย เงินสด 250,000 บาท, เงินฝาก 41 บัญชี 365,424,411.68 บาท, เงินลงทุน 24,794,618.56 บาท, ที่ดิน 104 แปลง มูลค่า 209,166,645 บาท, บ้านและคอนโด มูลค่า 4,600,052 บาท, รถยนต์ 2 คัน (PORSCHE และ ZEEKR) 5,114,000 บาท, ทรัพย์สินอื่น (เครื่องประดับ เหรียญกษาปณ์ พระเครื่อง กระเป๋า) 47,363,471.50 บาท ในขณะที่หนี้สินมีค่าบัตรเครดิต 627,122.31 บาท
สำหรับบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 3 คน มีรายจ่ายต่อปี รวม 1,192,938 บาท แยกเป็น ค่าอุปโภคบริโภค 360,000 บาท, ค่าเบี้ยประกัน ด.ญ.พิชญาภา 36,482 บาท, ค่าเบี้ยประกัน ด.ญ.พริษญ์ดา 36,456 บาท, ค่าเล่าเรียน ด.ญ.พิชญาภา 140,000 บาท, ค่าเล่าเรียน ด.ญ.พริษฐ์ดา 140,000 บาท, ค่าเล่าเรียน ด.ช.พลัส 480,000 บาท ส่วนทรัพย์สินของลูกทั้ง 3 คนเป็นประกันชีวิตมูลค่ารวม 58,434,851 บาท

"เต้ย-พลพีร์ สุวรรณฉวี" ลงสมัคร ส.ส.โคราช ครั้งแรก สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน และได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยแรก ในขณะที่อายุ 25 ปี ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2550 (23 ธันวาคม 2550-9 พฤษภาคม 2554)
ต่อมาปี 2554 สังกัดพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.สมัยที่ 2 (3 กรกฎาคม 2554 - 9 ธันวาคม 2556) จากนั้นในการเลือกตั้งปี 2556 สังกัดพรรคเพื่อไทย ได้รับเลือกตั้งอีกครั้ง แต่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
ในปี 2562 "เต้ย-พลพีร์" ลงสมัคร ส.ส.โคราช พรรคภูมิใจไทย คะแนนเป็นอันดับสอง (34,817 คะแนน) แต่ก็ได้รับแต่งตั้งเป็น รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (ประจำรองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล)

จากนั้นในการเลือกตั้ง ส.ส. วันที่ 14 พฤษภาคม 2566 "เต้ย-พลพีร์" ลงสมัคร ส.ส.โคราช เขต 9 สังกัดพรรคภูมิใจไทย และชนะเลือกตั้ง รวมทั้งยังมีตำแหน่งอื่นๆ ด้วย ได้แก่ รองประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร, โฆษกคณะกรรมาธิการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ, รองประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปรับปรุงและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภา, ประธานคณะอนุกรรมธิการการศึกษาและสร้างระบบการจัดการประปาหมู่บ้านอย่างยั่งยืนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาและติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย, ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการการปกครอง พิจารณาร่าง พรบ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567, โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568, รองประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ และรองประธานคณะอนุกรรมธิการท้องถิ่น เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และเงินอุดหนุนที่จัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

และในปี 2569 การเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 "เต้ย-พลพีร์" ชนะเลือกตั้งอีกสมัย ได้ 41,235 คะแนน ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี และ "เต้ย-พลพีร์" ได้รับแต่งตั้งเป็น "ณัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย" หรือ "มท.2"
3 147



