April 03,2021
ยุติธรรมจ่ายค่าทดแทน สาวติดคุกฟรี ๒๑ เดือน จ่ายคดียาเสพติดรายแรก

จากกรณี น.ส.สุพรรณษา บำเพ็ญเพียร อายุ ๒๕ ปี หลังศาลฎีกา มีคำพิพากษาตัดสินว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำ ความผิด ในคดียาเสพติด (ยาบ้า) ถึงแม้จะได้รับอิสรภาพแล้วก็ตาม สภาพจิตยังคงอยู่ในอาการย่ำแย่ เนื่องจากต้องถูกคุมขังในเรือนจำเป็นเวลานาน โดยที่ไม่รู้ว่าจะได้ออกจากเรือนจำ วันไหน ซึ่งครอบครัวและญาติพี่น้องบอกว่า น.ส.สุพรรณษา มีสภาพจิตใจที่เปลี่ยนไปมาก หลังได้รับอิสรภาพกลับมาพบว่า อยู่ในอาการซึมเศร้า ไม่ค่อยพูดจา ต่างจากเมื่อก่อนที่เป็นคนร่าเริง ซึ่งทางครอบครัวต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลสภาพจิตใจและเยียวยาในสิ่งที่เกิดขึ้นให้กับผู้บริสุทธิ์ด้วย

ทั้งนี้ คดีดังกล่าว สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๑ น.ส.สุพรรณษา ซ้อนรถจักรยานยนต์กับแฟนหนุ่ม คือ นายศุภกิจ นิยมสวน ในตอนนั้นอายุ ๒๑ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๕๕ ม.๔ ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ที่คบกันได้ไม่กี่เดือน เพื่อไปทำธุระ แต่แฟนหนุ่มกลับพาไปส่งยาบ้า ๔๑ เม็ดให้กับสายตำรวจที่ล่อซื้อ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ในความผิด ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๑ (เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ซึ่งแฟนหนุ่มที่เป็นผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ จึงถูกศาลตัดสินให้จำคุก ๔ ปี ๖ เดือนและปฏิเสธว่า น.ส.สุพรรณษา บำเพ็ญเพียร ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ครอบครัวไม่มีเงินประกันตัว จึงถูกคุมขังในเรือนจำกลางสุรินทร์กว่า ๘ เดือน ระหว่างสู้คดี โดยมีนายคำสิงห์ ชอบมี ทนายความ อาสาเข้าไปช่วยเหลือทางกฎหมายฟรี เนื่องจากครอบครัว น.ส.สุพรรณษาฯ มีฐานะยากจนโดยศาลชั้นต้นตัดสินและได้รับอิสรภาพกลับคืนมา และต่อมาอัยการได้ยื่นอุทธรณ์ โดยศาลอุทธรณ์ตัดสินมีความผิด สั่งลงโทษจำคุก ๕ ปี ๑๒ เดือน และปรับเงิน ๕.๖ แสนบาท ถ้าไม่มีเงินให้กักขังแทนเงินค่าปรับ

ต่อมานายคำสิงห์ ชอบมี ทนายความอาสา ได้ทำเรื่องขออนุญาตฎีกา และศาลจังหวัดสุรินทร์ได้รับคำร้องส่งให้ศาลฎีกาและศาลฎีการับไว้พิจารณาคดีนี้ โดยระหว่างที่ศาลฎีการับเรื่องน.ส.สุพรรณษาฯ ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำตั้งแต่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา เนื่องจากไม่มีเงินประกันตัว ระหว่างที่สู้ในชั้น ฎีกา ท้ายสุดศาลฎีกามีดุลพินิจตามพยาน หลักฐาน อ่านคำพิพากษาตัดสินยกฟ้องว่า จำเลยไม่มีส่วนร่วมในการกระทำผิด เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๔ โดยน.ส.สุพรรณษาฯ ต้องติดคุกระหว่างต่อสู้ในชั้นฎีกา ๑๓ เดือน รวม ๒ ครั้งเป็นเวลา ๒๑ เดือน
ทั้งนี้ นายคำสิงห์ ชอบมี ทนายความอาสา พร้อมด้วยนางพัชรพร บำเพ็ญเพียร อายุ ๕๓ ปี ผู้เป็นแม่ของ น.ส.สุพรรณษา บำเพ็ญเพียร อายุ ๒๕ ปี ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคดีนี้ ได้เดินทางเข้ายื่นคำร้องขอเงินเยียวยาตาม พ.ร.บ.ช่วยเหลือ ผู้ต้องหาของกระทรวงยุติธรรม โดยมีนายโยธิน บัวแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดสุรินทร์ ได้จัดเจ้าหน้าที่ เพื่อรับเรื่อง เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาโดยจะนำเรื่องคำร้องขอรับการเยียวยาช่วยเหลือส่งให้คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป
ล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๔ ที่บ้าน ของน.ส.สุพรรณษา บำเพ็ญเพียร อายุ ๒๕ ปี เลขที่ ๗๗ ม.๖ บ.โคกเพชร ต.ตระแสง อ.เมือง จ.สุรินทร์ นายคำสิงห์ ชอบมี ทนายความอาสา ได้นำหนังสือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๔ มาแจ้งกับ น.ส.สุพรรณษา บำเพ็ญเพียร และนางพัชรพร บำเพ็ญเพียร ทราบ หลังคณะกรรมการพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายให้แก่ น.ส.สุพรรณษา บำเพ็ญเพียร แยกเป็นค่าทดแทนการถูกคุม เป็นเงิน ๒๘๓,๕๐๐ บาท และค่าขาดประโยชน์ทำมาหารายได้ฯ จำนวน ๑๘๘,๗๔๕ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๔๗๒,๒๔๕ บาท พิจารณาตามความในมาตรา ๘ มาตรา ๑๕ และมาตรา ๒๑ แห่งพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๔ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง และกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราในการจ่ายค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๖ และที่แก้ใขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ ข้อ ๖ (๓)


นางพัชรพร บำเพ็ญเพียร แม่ของ น.ส. สุพรรณษา กล่าวว่า ขอบคุณและดีใจที่ทางยุติธรรมจ่ายค่าทดแทนให้กับลูกสาว ขอขอบคุณสื่อที่นำเสนอข่าว และขอขอบคุณนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ช่วยเร่งรัดเรื่องให้ รวมถึงลุงสนธิ ลิ้มทองกุล และทนายคำสิงห์ด้วย ถ้าไม่ได้ทุกท่านเข้ามาให้การช่วยเหลือคงไม่มีวันนี้ ส่วนสภาพจิตใจของลูกสาวในขณะนี้ก็ดีขึ้นบ้างแล้ว ถึงจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ถือว่าดีขึ้น
ขณะที่ น.ส.สุพรรษากล่าวขอบคุณสื่อต่างๆ ที่ให้การช่วยเหลือตนในครั้งนี้ โดยเฉพาะคุณลุงสนธิ พร้อมทั้งอาหมี ช่องวัน และท่านทนายคำสิงห์ด้วย และพอใจกับค่าทดแทนที่ทางยุติธรรมจ่ายชดเชยให้
นายคำสิงห์ ชอบมี ทนายความอาสาที่ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวถือว่ายังไม่มีใครเคยได้รับเงินเยียวยา เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้กล่าวไป ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถี่ถ้วน ก็ดีใจที่สื่อมวลชนทุกแขนงช่วยกันนำเสนอไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัย ได้ทดแทนเงินเยียวยาให้กับจำเลยคือน้องแนน เคสนี้ถือว่าเป็นเคสแรกของประเทศก็ว่าได้ ส่วนจะเป็นบรรทัดฐานให้กระทรวงยุติธรรมได้เยียวยาเคสอื่นๆ ทั่วประเทศไทยนั้น เป็นไปได้มากน้อยเพียงใดก็เป็นเรื่องของกระทรวงยุติธรรมที่จะพิจารณาต่อไป โดยเงินทดแทนจะเข้าบัญชีภายในต้นเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ คดีนี้ก็ต้องขอขอบคุณรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมและคณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยให้การเยียวยาแก่น้องแนน ขอขอบพระคุณ ณ โอกาสนี้
นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๖ ฉบับที่ ๒๖๗๓ วันพุธที่ ๓๑ เดือนมีนาคม - วันอังคารที่ ๖ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
748 1,845



