27thNovember

27thNovember

27thNovember

 

November 27,2021

อ.ชายน้อย‘บนย่าโม’ขอลาบวช หลังศาลรับฟ้องคดีสนามฟุตซอล

หลังศาลฎีกามีคำสั่ง “รับฟ้อง” คดีทุจริตสนามฟุตซอล ประธานองค์กรเครือข่ายต้านการทุจริตภาคประชาชน ขอลาบวชให้กับความยุติธรรมของสังคม ตามที่ได้บนบานไว้กับ “ย่าโม” ลั่นอยากเห็นความเป็นธรรมให้กับผู้บริสุทธิ์


จากคดีการทุจริตการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสนามฟุตซอลในพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ยืดเยื้อมากว่า ๙ ปี แต่ขณะนี้คณะผู้พิพากษาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่ง “ประทับรับฟ้อง” เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ รวม ๗ สำนวน รวมผู้ถูกกล่าวหาในดีนี้ ๘๗ ราย โดยมีมูลค่าเสียหายกว่า ๔,๔๕๙ ล้านบาท “โคราชคนอีสาน” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ นายอดิศักดิ์ ชนสูงเนิน (อ.ชายน้อย) ประธานองค์กรเครือข่ายต้านการทุจริตภาคประชาชน ผู้ที่มีส่วนผลักดันในคดีนี้ โดยได้ตั้งเจตนารมณ์ไว้ว่าหากคดีการทุจริตการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสนามฟุตซอลในพื้นที่ จ.นครราชสีมา หากมีการศาลรับพิจารณาคดีความนี้ จะอุปสมบทเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ความยุติธรรมของสังคม

ที่พึ่งทางใจของคนโคราช

นายอดิศักดิ์ ชนสูงเนิน เปิดเผยว่า “ขณะนี้บ้านเมืองอยู่ภายใต้ความครอบงำที่ไม่ชอบมาพากลหนัก ซึ่งโคราชมีอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือ ย่าโม เป็นที่พึ่งทางใจให้กับคนโคราช ผมจึงบนบานศาลกล่าวบอกกับย่าโมไว้ว่า ถ้าการทุจริตสนามฟุตซอลมีปลายเปิด คือมีหนทางที่จะนำไปสู่ความถูกต้อง และทำให้คนบริสุทธิ์รอด ให้คนที่ทำไม่ดีต่อบ้านเมืองถูกนำตัวมาลงโทษ ก็จะบวชเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับย่าโม และเจ้ากรรมนายเวรที่ทำให้โคราชมัวหมอง ส่วนนักการเมืองที่เป็นต้นตอของความไม่โปร่งใสก็ได้ถูกให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ไปแล้วเกือบทั้งครอบครัวและถือว่าการดำเนินคดีก็ทำให้รู้สึกว่าการขับเคลื่อนของภาคประชาชนก้าวเข้ามาใกล้ถึงจุดสำเสร็จแล้วต่อไปเรื่องราวจะเป็นอย่างไรจากนี้ขอให้เป็นเรื่องของศาลพิจารณาตามกระบวนการกฎหมาย”

ความคืบหน้าของคดี

“ความคืบหน้าของคดีฟุตซอล แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนแรกคือ คดีของกลุ่มนักการเมืองในเรื่องของคดีอาญา ซึ่งขณะนี้คณะผู้พิพากษาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งประทับรับฟ้องแล้ว ส่วนที่สองคดีของบุคลากรทางการศึกษา โดยจะแยกเป็น ๒ ประเด็น คือ ประเด็นแรกวินัยข้าราชการ ซึ่งมีคำสั่งให้ไล่บุคลากรทางการศึกษาที่มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากราชการ แต่ยังคงมีการขับเคลื่อนตามกระบวนการต่อสู้ของฝ่ายบุคลากรทางการศึกษาเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม ประเด็นที่สองเรื่องคดีอาญา ขณะนี้กำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณาในชั้นศาล ซึ่งขณะนี้ทั้ง ๒ ส่วนกำลังอยู่ในขั้นของการพิจารณาคดี ยังไม่สามารถสรุปออกมาได้ว่าการตัดสินจะเป็นไปในทิศทางใด”

นายอดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า “ในส่วนของผู้อำนวยการและบุคลากรทางการศึกษาที่มีคำสั่งให้ไล่ออกมีการยื่นขออุทธรณ์คำสั่ง และขณะนี้ยังไม่มีผลใดใดปรากฏออกมา แต่ทราบมาว่ามีอยู่รายหนึ่งที่เป็นครู ขณะนี้ได้สั่งให้บรรเทาโทษจากให้ไล่ออกกลายเป็นให้เขียนใบลาออกแทน ยังได้รับความเมตตาเพื่อที่จะได้รับบำเหน็จบำนาญ คาดว่าในการยื่นอุทธรณ์คำสั่งของบุคลากรทางการศึกษาน่าจะเป็นในทางแนวเดียวกันนี้ ทั้งหมด ๕๖ โรงเรียน รวม ๗๐ ราย ในจังหวัดนครราชสีมา”

บวชให้กับความยุติธรรม

นายอดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า “ผมคิดว่าสวรรค์มีตา ความถูกต้องจะต้องมี ถ้าหากว่าผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ได้มีความผิดจริง มีเจตนาที่ไม่ได้ทำให้บ้านเมืองเสียหาย ศาลก็น่าจะเล็งเห็นและคืนความยุติธรรมให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ส่วนผู้ที่ถูกลงโทษก็ควรจะเป็นผู้ที่กระทำผิดจริงๆ โดยการถูกจองจำหรือตัดสินลงโทษเพื่อให้สาสมกับเรื่องที่เขาทำ ศาลจะต้องมีความยุติธรรม การบวชในครั้งนี้ก็เพื่อดลบันดาลให้เกิดธรรมาภิบาลในกระบวนการกฎหมายของบ้านเมือง ซึ่งประชาชนตาดำๆ ก็หวังให้เป็นแบบนี้”

ความยุติธรรมควรดูที่เจตนา

“ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง อยากเห็นกระบวนการความยุติธรรมที่มีความยุติธรรมจริงๆ กระบวนการไต่สวนของประเทศไทยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่หลักฐาน ไม่ว่าจะทำผิดหรือลงโทษก็จะว่าไปตามหลักฐาน แต่ความเป็นจริงแล้วมนุษย์เราจะดีชั่วอยู่ที่ใจและเจตนา ซึ่งบางครั้งก็ไม่สามารถหาหลักฐานมาประกอบได้ เช่น การที่รู้ว่าคนนั้นทำผิดจริง แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันเวลาขึ้นศาล ศาลตัดสินพิจารณาคดีก็รอดไม่โดนลงโทษ แต่ถ้าหากว่าเขามีเจตนาที่ดีจริงๆ ไม่ได้คิดจะกระทำความผิดอย่างคดีสนามฟุตซอล เชื่อว่าผู้อำนวยการโรงเรียนส่วนใหญ่ ๙๙% ต้องการจะเห็นเด็กมีสนามฟุตซอลที่ดีมีมาตรฐานใช้ เมื่อมีงบประมาณลงมาให้ทำโครงการก็ดีใจ โรงเรียนไหนที่ไม่ได้ก็ต้องรู้สึกว่าเสียเปรียบและอยากจะได้โอกาสนั้นบ้าง โดยมีเจตนาที่อยากจะให้เกิดผลดี แต่เมื่อมาเจอการทุจริตแบบนี้ ทั้งๆ ที่ไม่มีเจตนาในการทุจริตแต่โดนข้อหา ทั้งทางวินัยข้าราชการ โดนไล่ออก โดนข้อหาอาญาแผ่นดิน ต้องมีการชดเชยเงินค่าเสียหายและบางครั้งอาจจะต้องติดคุกด้วยซ้ำ ซึ่งทำให้เกิดความเดือดร้อนไปยังบุคลากรทางการศึกษาคนอื่นๆ ครูโดยส่วนใหญ่มีหนี้สินจำนวนมาก โดยเฉพาะหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่มีการกู้ในวงเงินเป็นล้าน มีทั้งคนค้ำประกัน จึงทำให้ลำบากเป็นลูกโซ่ทั้งคนกู้และคนค้ำประกัน เรื่องเหล่านี้ถือเป็นความลำบากของบุคลากรทางการศึกษาที่ต้องมารับเคราะห์ ถ้าหากเป็นไปได้ระบบกฎหมายเมืองไทยน่าจะมีข้อกฎหมายบางอย่างที่มองเห็นถึงเจตนารมณ์เป็นที่ตั้งมากกว่าหลักฐาน แต่อย่างว่าเจตนาไม่มีเครื่องมือวัดเหมือนปรอทวัดไข้ เพราะฉะนั้นการวัดเจตนาจึงวัดกันไม่ได้ ต้องว่ากันด้วยหลักฐาน แต่ผมเชื่อว่าผู้อำนวยการโรงเรียนส่วนใหญ่ไม่มีเจตนาที่จะทุจริต” นายอดิศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ กำหนดการอุปสมบทของนายอดิศักดิ์ ชนสูงเนิน (อ.ชายน้อย) มีขึ้นในวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เวลา ๐๖.๐๙ น. ณ วัดสมุทรการ (แชะ) อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา จากนั้นเวลา ๑๐.๐๐ น. จะมีการเดินทางมายังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) เพื่อกราบสักการะและบอกกล่าวว่าได้ทำตามที่ตั้งใจไว้สำเร็จลุล่วงแล้ว


นสพ.โคราชคนอีสาน ฉบับที่ ๒๗๐๔ ประจำวันพุธที่ ๒๗ - วันอังคารที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๔


1148 1413