8thAugust

8thAugust

8thAugust

 

January 17,2022

ศาลปกครองสูงสุดยกคำร้อง กรณีปชช.ค้านยุบรวม บขส. หลังคดียืดเยื้อมากว่า ๑๐ ปี

ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน ยกคำร้องหลังจากชาวขอนแก่นยื่นคัดค้านการยุบรวม บขส.๑ และ บขส.๓ หลังคดีความยืดเยื้อมานานกว่า ๑๐ ปี ขณะที่ประชาชนระบุศาลตัดสินตามระเบียบและข้อกฎหมายมากกว่าที่จะฟังเสียงประชาชนและความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น

เมื่อเวลา ๑๔.๐๐ น. วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๕ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องพิจารณาคดี ๑ ศาลปกครองขอนแก่น มีการนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีที่ชาวขอนแก่นยื่นเรื่องคัดค้านคำสั่งการย้ายสถานีขนส่งแห่งที่ ๑ ไปรวมกับสถานีขนส่งแห่งที่ ๓ ในคดีหมายเลขดําที่ อร. ๒๖๕-๒๖๗/๒๕๖๐ หมายเลขแดงที่ อร.๒๐๕-๒๐๗/๒๕๖๔ ระหว่าง นางสายเงิน กัลยา กับพวกรวม ๑๕๗ คน ในฐานะผู้ฟ้อง กับอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้ถูกฟ้องที่ ๑ กับพวกรวม ๔ คน โดยเมื่อถึงเวลานัดหมาย ฝ่ายผู้ร้องได้เดินทางมาพร้อมกับทนายความ ขณะที่ผู้ถูกฟ้องทั้ง ๔ ได้มอบหมายให้ทนายความเข้าร่วมรับฟัง ท่ามกลางมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ อย่างเข้มงวด โดยจำกัดจำนวนผู้เข้ารับฟังการอ่านคำพิพากษาภายในห้องพิจารณาคดี พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดสดผ่านระบบคอนเฟอเร้นท์ มายังพื้นที่ด้านนอกที่จัดเตรียมไว้ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ รวมทั้งฝ่ายปกครอง คอยสังเกตการณ์และรักษาความสงบอยู่โดยรอบบริเวณศาลเนื่องจากมีผู้มาร่วมรับฟังคดีความดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

โดยองค์คณะตุลาการศาลปกครองขอนแก่นได้ใช้เวลาในการอ่านคำพิพากษาจากศาลปกครองสูงสุดนานกว่า ๑ ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ หลังจากนั้นจึงเผยแพร่คำพิพากษาให้กับสื่อมวลชนและประชาชนที่มารับฟังคำพิพากษาได้รับทราบ

โดยสรุปว่า ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กําหนดให้รถโดยสารประจําทางเข้าใช้สถานีขนส่ง ผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่น แห่งที่ ๓ เพียงแห่งเดียว ลงวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๘ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากไม่มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อนมีประกาศดังกล่าว และศาลปกครองขอนแก่นได้มีคําพิพากษาเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๗๐ โดยเห็นว่า การออกประกาศดังกล่าว กฎหมายไม่ได้กําหนดให้ต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และการกําหนดให้ใช้สถานีขนส่งฯแห่งที่ ๓ เพียงแห่งเดียว เนื่องจากต้องการแก้ไขปัญหาการจราจรแออัดในเขตเมือง และยังเป็นไปเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้มีการกําหนดแผนรองรับไว้ในหลายๆ ด้าน รวมถึงด้านคมนาคม จึงทําให้การเชื่อมต่อการเดินทางเข้ามาในเขตเมืองมีความสะดวก เมื่อเปรียบเทียบประโยชน์สาธารณะที่เกิดจากการลดปัญหาการจราจรและมลพิษในเขตตัวเมืองกับความเดือดร้อนของผู้ฟ้องคดีแล้ว การกําหนดให้รถโดยสารประจําทาง เข้าใช้สถานีขนส่งฯ แห่งที่ ๓ เพียงแห่งเดียวจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะมากกว่า พิพากษายกฟ้อง

ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นอุทธรณ์คําพิพากษาศาลปกครองขอนแก่นต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งศาลปกครองสูงสุด พิจารณาแล้ว มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่า ประกาศกรมขนส่งทางบกเรื่องกําหนดให้รถโดยสารประจําทางเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่นแห่งที่ ๓ เพียงแห่งเดียว ลงวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๘ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า การกําหนดให้รถโดยสารประจําทางเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารเป็นการจัดระบบรถขนส่งโดยสารประจําทางให้เข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารประกอบกับวัตถุประสงค์ของการมีสถานีขนส่งผู้โดยสารนั้น เพื่ออํานวยความสะดวด ความปลอดภัยแก่ประชาชนและเป็นเครื่องมือในการควบคุมกํากับ ดูแลจัดระเบียบการขนส่งผู้โดยสารประจําทางด้วยรถโดยสารและผู้ประจํารถเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน โดยรวมเป็นหลักการออกประกาศกรมการขนส่งทางบกดังกล่าวไม่ใช่การดําเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ การดําเนินการดังกล่าวจึงไม่จําต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามที่กฎหมายกําหนดไว้แต่อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ก่อนมีการออกประกาศที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ ได้มีการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนแล้ว สถานีขนส่งผู้โดยสารถือเป็นศูนย์รวมของการเดินทางด้วยรถโดยสารประจําทางเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง ดังนั้น การกําหนดให้รถโดยสารประจําทางเข้าใช้สถานีขนส่งฯ แห่งที่ ๓ เพียงแห่งเดียว โดยมีรถหมวด ๑ เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างจุดจอดกับชุมชน ย่อมจะทําให้ประชาชนสามารถเชื่อมต่อรถโดยสารทุกประเภทได้ด้วยความสะดวกและประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายอันเป็นการจัดระบบการเชื่อมต่อการขนส่งทางบก และเพื่อลดปัญหาการจราจรแออัดและปัญหามลพิษในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ทําให้ประชาชนที่ใช้บริการรถโดยสารไม่เกิดความสับสนในการเดินทาง และนอกจากความปลอดภัยในการเดินทางแล้วยังทําให้ภาครัฐสามารถควบคุมกํากับดูแลและจัดระเบียบการขนส่ง ประจําทางด้วยรถโดยสารและผู้ประจํารถได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนั้น การที่ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ ออกประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กําหนดให้รถโดยสารประจําทางเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสาร จังหวัดขอนก่น แห่งที่ ๓ เพียงแห่งเดียว ลงวันที่  ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๘ เป็นการดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ ตามมาตรา ๑๑๖ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ โดยชอบด้วยกฎหมาย การที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน

ทั้งนี้ ทันทีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งดังกล่าวทำให้ประชาชนชาวขอนแก่น ที่ร่วมรับฟังคำพิพากษาดังกล่าว ต่างพากันออกมาบริเวณด้านหน้าศาลและจับกลุ่มพูดคุยกันถึงคำพิพากษาดังกล่าว ในครั้งนี้

นายทวีวัฒน์ อนันต์รักษ์ ผู้รับมอบอำนาจในคดี กล่าวว่า เป็นไปตามกาคาดการณ์ของประชาชนที่ร่วมยื่นเรื่องคัดค้านการย้ายสถานีขนส่งแห่งที่ ๑ ไปยังสถานีขนส่งแห่งที่ ๓ จากผลการพิจารณาคดีดังกล่าวที่ออกมา ซึ่งขณะนี้คดีถือเป็นที่สิ้นสุดและมองว่าการพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นนั้นเป็นการที่ศาลตัดสินตามระเบียบและข้อกฎหมายมากกว่าการคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน และปล่อยให้ปัญหาของประชาชนนั้นมีมานานกว่า ๑๐ ปี จากนี้ไปเมื่อคำสั่งศาลถือเป็นที่สิ้นสุดแล้วประชาชนที่ได้รับผลกระทบก็จะหารือกับเทศบาลนครขอนแกน ในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาพื้นที่ในพื้นที่ดังกล่าวต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ซึ่งคณะกรรมการจัดการขนส่ง จังหวัดขอนแก่น มีคำสั่งย้าย บขส.๑ ไปรวมกับ บขส. ๓ ต่อมาในวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๕ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้ยื่นคัดค้านคำสั่งดังกล่าว วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๘ ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้ยื่นเรื่องต่อศาลปกครองขอนแก่น ๒๒ กันยายน ๒๕๕๘ ศาลปกครองขอนแก่นมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระหว่างการพิพากษา ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๐ ศาลปกครองขอนแก่นมีคำสั่งยกคำร้อง เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๐ ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนยื่นอุทธรณ์ และ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๕ ศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษาและมีคำสั่งพิพากษายืนตามศาลปกครองขอนแก่น รวมการต่อสู้คดี นานกว่า ๑๐ ปี    


นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๗ ฉบับที่ ๒๗๑๐ วันพุธที่ ๑๒ - วันอังคารที่ ๑๘ เดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๕


926 1323