2ndJuly

2ndJuly

2ndJuly

 

March 20,2022

มทร.อีสานห้าม‘รับน้อง’เด็ดขาด รุ่นพี่ขัดวินัยร้ายแรง

มทร.อีสานประณามรุ่นพี่รับน้องโหด ยืนยันไม่สนับสนุนกิจกรรมที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบ ดําเนินการทางวินัยขั้นสูงสุด ตํารวจแจ้งข้อหาหนัก ‘ร่วมกันทําร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้เสียชีวิต’ ด้านบิดาผู้ตาย วอนยกเลิกกิจกรรมรับน้อง เพื่อไม่ให้สูญเสียเกิดขึ้นอีก

สืบเนื่องจากข่าวจัดกิจกรรมรับน้องนอกสถานที่ของรุ่นพี่ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา เมื่อช่วงค่ำของวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๕ ทำให้มีนักศึกษาระดับชั้น ปวส. ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) เสียชีวิต ๑ ราย ซึ่งทราบชื่อภายหลัง คือ นายพัสยศ ชลภักดี หรือน้องเปรม นั้น

เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๕ เวลา ๐๘.๓๐ น. ที่คลินิกเด็กและโรคภูมิแพ้ พญ.สุนทรี เอื้อปกรณ์ ถ.กุดั่น เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ผศ.ณรงค์ ผลวงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มทร.อีสาน นำนักศึกษาชั้น ปวส.สาขาช่างกลโรงงาน จำนวน ๑๒ คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวมาตรวจหาเชื้อโรคโควิด-๑๙ ปรากฏผลเป็นลบทุกราย จากนั้นได้นำไปพบพนักงานสอบสวน สภ.มะเริง อ.เมือง เพื่อดำเนินการตามกระบวนการเป็นผู้ถูกกล่าวหาร่วมกันทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต

จากนั้น เวลา ๑๐.๕๐ น. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ออกแถลงการณ์จากเหตุการณ์การรับน้องนอกสถานที่ จนทำให้สูญเสียนักศึกษา มหาวิทยาลัยจำนวน ๑ ราย ลงชื่อโดย รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี ซึ่งมีรายละเอียดว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดการรับน้องนอกสถานที่และทำให้มีนักศึกษาระดับชั้น ปวส. ของมหาวิทยาลัยเสียชีวิตนั้น ขอเรียนว่า มหาวิทยาลัยมีนโยบายอย่างเด็ดขาดเคร่งครัดที่ห้ามมีการรับน้องไม่ว่าในสถานที่หรือนอกสถานที่ หรือการประชุมเชียร์ใดๆ อย่างเด็ดขาด ตามประกาศ มทร.อีสาน เรื่อง งดการจัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่และประชุมเชียร์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๔

มหาวิทยาลัยได้รับทราบเหตุการณ์อันเศร้าสลดที่เกิดขึ้นครั้งนี้ด้วยความเสียใจยิ่ง และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของน้องนักศึกษาดังกล่าวที่ต้องสูญเสียบุตรผู้เป็นที่รัก และอนาคตของชาติ อันเป็นผลจากการ กระทำของกลุ่มนักศึกษา ที่กระทำลงไปโดยขัดกับประกาศและกฎระเบียบของมหาวิทยาลัยอย่างร้ายแรงยิ่ง ซึ่งทางมหาวิทยาลัย ได้ดำเนินการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดเพื่อเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและควบคุมตัวผู้กระทำผิดเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง และดำเนินคดีถึงที่สุดต่อไป

จากการดำเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มะเริง และ สภ.เมืองนครราชสีมา ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและสอบหาข้อเท็จจริง เบื้องต้นทราบว่าเหตุเกิดขึ้นในช่วงปิดภาคการศึกษา เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๕ เวลาประมาณ ๒๓.๐๐ น.โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมเป็นนักศึกษา ระดับ ปวส. ชั้นปีที่ ๑ และปีที่ ๒ เข้าร่วมกิจกรรม ประมาณ ๖๐ คน สถานที่เกิดเหตุอยู่ภายนอกมหาวิทยาลัย ห่างจากมหาวิทยาลัยเป็นระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ผู้เสียชีวิตเป็นนักศึกษา ปวส. ชั้นปีที่ ๑ ส่วนผู้ก่อเหตุที่เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรมนี้มีประมาณ ๖ ราย

วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๕ มหาวิทยาลัยได้นำนักศึกษาที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับกิจกรรมทั้งหมด เข้ารับการตรวจ ATK ก่อนที่จะพานักศึกษาไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อรวบรวมรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป

ขณะนี้ผู้ปกครองของนักศึกษาทราบเรื่องและเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรมะเริงและได้พบผู้บริหารของมหาวิทยาลัย เพื่อดำเนินการในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการอำนวยความสะดวก และให้ความดูแลช่วยเหลือผู้ปกครองของนักศึกษาผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิดและดีที่สุด

รายละเอียดอื่นๆ มหาวิทยาลัยกำลังดำเนินการติดตามและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ร่วมมือกับ พันตำรวจเอกคณัสนันท์ สุวรรณทรัพย์ ผู้กำกับการ สภ.มะเริง อย่างใกล้ชิด เพื่อสอบสวนหาผู้กระทำผิด มารับการลงโทษตามกฎหมายต่อไป

ในส่วนของมหาวิทยาลัยก็จะดำเนินการระเบียบควบคุมความประพฤติ ซึ่งมีประกาศชัดเจนในเรื่องข้อห้ามการจัดกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ และบทลงโทษตามระดับความผิดของแต่ละคน ตั้งแต่ตัดคะแนนความประพฤติ พักการเรียน ให้ออกและโทษสูงสุดคือไล่ออก โดยจะพิจารณาสอบสวนและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด

มหาวิทยาลัยขอประณามการกระทำของนักศึกษาที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบมหาวิทยาลัยเช่นนี้ และขอให้นักศึกษาทุกคนพึงสังวรณ์ถึงผลอันร้ายแรง และไม่พึงปรารถนาที่อาจจะเกิดขึ้นกับการกระทำที่ละเมิดกฎระเบียบในเรื่องนี้ และขอย้ำไม่ให้กระทำกิจกรรมที่ละเมิดฝ่าฝืนกฎระเบียบในเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด และขอให้ทราบว่ามหาวิทยาลัยพร้อมจะดำเนินการทางวินัยขั้นสูงสุด กับนักศึกษาที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบในเรื่องนี้ต่อไปอย่างแน่นอน

เยียวยาครอบครัวผู้ตาย

เวลา ๑๔.๐๐ น. ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร ไชยสอน ยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า “ได้ประสานกับ พ.ต.ท.สุพีร์ ชัยสูงเนิน รองผู้กำกับ (สอบสวน) สภ.มะเริง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อขอทราบพฤติการณ์เบื้องต้น ซึ่งทราบว่า เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม มีนักศึกษารุ่นพี่ ชักชวนผู้ตายให้ไปเตะบอลหรือเล่นกีฬาที่บ้านโนนมะกอก หมู่ ๑๔ ต.หนองระเวียง อ.เมือง ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของหมู่บ้าน ห่างจาก มทร.อีสาน ศูนย์การศึกษาหนองระเวียง ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร แต่เมื่อไปถึงพบว่า ไม่ใช่การเล่นกีฬาตามที่ชักชวน แต่เป็นกิจกรรมรับน้อง ซึ่งมีผู้ร่วมกิจกรรมประมาณ ๒๐ คน จากนั้นเวลาประมาณ ๒๐.๐๐ น. ได้บังคับให้รุ่นน้องดื่มสุราและทำกิจกรรมต่างๆ กระทั่งเวลาประมาณ ๒๓.๐๐ น. มีรุ่นพี่ใช้หมัดต่อยไปที่บริเวณหน้าอกของผู้ตายจำนวน ๑ ครั้ง ทำให้ผู้ตายหมดสติล้มฟุบลงไปกับพื้น จากนั้นรุ่นพี่พยายามช่วยชีวิตจนผู้ตายฟื้นขึ้น แต่ไม่นานก็หมดสติไปอีกครั้ง เพื่อนของผู้ตายที่ร่วมกิจกรรมด้วยกัน ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลค่ายสุรนารี เบื้องต้นมีผู้ต้องหา ๗ คน อยู่ระหว่างการสอบสวน”

“สำหรับหลักเกณฑ์การยื่นขอรับเงินเยียวยา ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๔ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๙ พนักงานสอบสวนแจ้งจะดำเนินการแจ้งสิทธิให้แก่ทายาทผู้ตายได้ทราบ เพื่อดำเนินการยื่นขอรับค่าตอบแทนฯ ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมาต่อไป หากวิเคราะห์เบื้องต้นคดีนี้ ผู้ตายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากทางอื่น กรณีความผิดต่อชีวิตให้จ่ายค่าตอบแทนแก่ทายาท ดังนี้ ๑.ค่าตอบแทนถึงแก่ความตาย ๕๐,๐๐๐ บาท ๒.ค่าจัดการงานศพ ๒๐,๐๐๐ บาท ๓.ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู ๔๐,๐๐๐ บาท โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะอนุกรรมการ” นายวิเชียร กล่าว

ด้าน ผศ.ณรงค์ ผลวงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มทร.อีสาน กล่าวว่า “เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากนักศึกษารุ่นพี่ลักลอบจัดกิจกรรมภายนอก มทร.อีสาน โดยพละการ นโยบายได้ประกาศชัดเจน ห้ามจัดกิจกรรมรับน้องรวมถึงกิจกรรมประชุมเชียร์ ขณะนี้มีสถานการณ์โควิด-๑๙ จึงเคร่งครัดเกี่ยวกับมาตรการนี้ จึงต้องดำเนินการตามระเบียบอย่างเด็ดขาด สำหรับการดำเนินงานเชิงนโยบายได้มอบหมายให้อาจารย์ที่ปรึกษาติดตามพฤติกรรมนักศึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและแนะนำให้คำปรึกษาไม่ให้เหตุการณ์หรือพฤติกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นอีก”

ตร.ตั้งข้อหาหนัก

ล่าสุด วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๕ ที่ สภ.มะเริง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ผศ.สุรพจน์ วัชโรภากุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ มทร.อีสาน เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเวรเจ้าของคดี เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดี โดยใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง ในการให้ปากคำและตอบข้อซักถาม จากนั้น นายเอกชัย ชลภักดี อายุ ๕๕ ปี บิดาของนายพัสยศ หรือน้องเปรม ผู้เสียชีวิต เดินทางมาที่ สภ.มะเริง ตามที่นัดหมายกับผู้บริหารและอาจารย์ มทร.อีสาน โดยเป็นการเจรจากับกลุ่มผู้ปกครองของนักศึกษารุ่นพี่ ๗ คน ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหา ทันทีที่นายเอกชัย กำลังเดินเท้าเข้าตัวอาคารสถานีตำรวจ กลุ่มผู้ปกครองได้พากันยกมือไหว้และกล่าวขอโทษแทนบุตรหลาน จากนั้นทั้งหมดเข้าไปไกล่เกลี่ยทางคดี โดยห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปด้านใน

พ.ต.อ.คณัสนันท์ สุวรรณทรัพย์ ผกก.สภ.มะเริง เปิดเผยว่า “กระบวนการขณะนี้ได้สอบปากคำนักศึกษารุ่นพี่จำนวน ๒๕ คน และนักศึกษารุ่นน้อง ๓๓ คน จากทั้งหมด ๓๘ คน คงเหลือ ๕ คนที่จะมาในเร็วๆ นี้ ส่วนวันนี้ได้เชิญอาจารย์มาให้ปากคำ ส่วนใหญ่เป็นการชี้แจงมาตรการซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติและข้อห้าม โดย มทร.อีสาน ได้ออกประกาศทั้งปิดป้ายประชาสัมพันธ์ในสถาบันและเผยแพร่ในโลกออนไลน์ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๖๔ ต่อไปจะเชิญเจ้าของสถานที่มาให้ข้อมูล เพื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งพยานที่เกี่ยวข้องและพยานแวดล้อม จากนั้นรอผลชันสูตรพลิกศพจากสถาบันนิติเวช มาประกอบสำนวนการดำเนินคดี เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้เสียชีวิต ส่วนข้อหาอื่นๆ อยู่ระหว่างรวบรวม ซึ่งต้องดำเนินการให้เร็วที่สุดและให้ความเป็นธรรมทั้ง ๒ ฝ่าย การแจ้งข้อกล่าวหากลุ่มผู้ต้องหาหลักขณะนี้มี ๗ คน หากสอบสวนพบใครมีส่วนเกี่ยวข้องอีกก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม สำหรับการบังคับให้นักศึกษารุ่นน้องแก้ผ้า เป็นความผิดมาตรา ๓๘๘ ผู้ใดกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกายหรือกระทำการลามกอย่างอื่น สำหรับความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ ๒๕๕๘ ต้องมาเทียบเคียงกับคำประกาศของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ว่าจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาอะไรได้อีกบ้าง”

ลงโทษทางวินัย

นายสรวิศ ต.ศิริวัฒนา ผู้ช่วยอธิการบดี มทร.อีสาน กล่าวในฐานะกรรมการและเลขานุการการสอบสวนข้อเท็จจริง ว่า “เบื้องต้นมีการช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ผู้ปกครอง ดังนี้ มทร.อีสาน ช่วยเหลือเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท ศิษย์เก่า ปวส.สาขาช่างกลโรงงาน ๑๐๐,๐๐๐ บาท และประกันชีวิตนักศึกษา ๑๕๐,๐๐๐ บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลชันสูตรพลิกศพ และรวบรวมหลักฐานจำเป็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณ ผกก.สภ.มะเริง ที่อำนวยความสะดวกและให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับรูปคดี หลังจากนี้จะรีบประชุมหาข้อสรุปทั้งหมดในส่วนของ มทร.อีสาน เพื่อดำเนินการลงโทษทางวินัยกับนักศึกษาที่เกี่ยวข้อง ผมในฐานะตัวแทนสถาบันขอแสดงความเสียใจและสิ่งที่ได้ครั้งนี้จะนำไปสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายต่อไป”

วอนยกเลิกการรับน้อง

ด้านนายเอกชัย ชลภักดี บิดาของนายพัสยศ ชลภักดี หรือน้องเปรม กล่าวว่า “ขณะนี้รู้สึกเหมือนฝันไป ยังไม่สามารถยอมรับความจริงจากการสูญเสียลูกชายคนโต เมื่อพ่อแม่ของกลุ่มนักศึกษาผู้ก่อเหตุได้แสดงความเสียใจกล่าวขอโทษแล้วรู้สึกเข้าใจในหัวอกคนเป็นพ่อแม่ที่สูญเสียลูก หากประสบเหตุการณ์เช่นเดียวกับก็รู้สึกเสียใจ การพูดคุยไกล่เกลี่ยกันในครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับการชดเชยเยียวยาความสูญเสีย การเจรจาน่าจะผ่านไปได้ด้วยดี สำหรับเรื่องคดีขอให้ดำเนินไปตามกระบวนการของกฎหมาย ผมหวังให้เรื่องทั้งหมดจบเร็วที่สุด เพื่อจะนำลูกชายกลับภูมิลำเนาบ้านเกิดภาคใต้”

“เหตุการณ์ครั้งนี้ ทุกฝ่ายไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ขอให้มหาลัยวิทยาลัยทุกแห่งทั่วประเทศ ออกกฎข้อบังคับเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ความสูญเสียนี้เกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมรับน้อง ทางที่ดีที่สุดคือขอให้ยกเลิกไปเลย ไม่ให้มีวัฒนธรรมผิดๆ แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ ไม่เกิดเหตุซ้ำรอยที่สร้างความเสียใจแก่บรรดาผู้ปกครองและครูอาจารย์ในอนาคต” นายเอกชัย กล่าว

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๗ ฉบับที่ ๒๗๑๙ วันพุธที่ ๑๖ - วันอังคารที่  ๒๒  เดือนมีนาคม  พุทธศักราช  ๒๕๖๕


189 1124