27thNovember

27thNovember

27thNovember

 

September 11,2022

จับตาอนาคต“ชาติพัฒนา” หลัง‘สุวัจน์’ดึง‘กรณ์’ซบ หวังเฟื่องฟูเหมือนยุคน้าชาติ

 

‘สุวัจน์’ เปิดตัว ‘กรณ์ จาติกวณิช’ ร่วมพรรคชาติพัฒนา ดูแลทีมเศรษฐกิจ เพื่อแก้ไขวิกฤตให้ประชาชน ส่วนตำแหน่งอะไร ให้สมาชิกพรรคเป็นคนตัดสินใจ ‘สุวัจน์’ เผยเตรียมปรับโครงสร้างพรรคใหม่ มั่นใจ “ชาติพัฒนา” แข็งแกร่งขึ้น และจะแรงเหมือนสมัยพลเอกชาติชาย


เมื่อวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๓๐ น. ที่บ้านเลขที่ ๓๓๓ ราชวิถี ๒๐ ดุสิต กทม. เวลา ๑๐.๓๐ น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา และนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมแถลงข่าวทางการเมือง โดยมีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา พร้อมด้วย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคฯ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.เขต ๒ จังหวัดนครราชสีมา เลขาธิการพรรคฯ และนางสาวเยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรคฯ ร่วมรับฟัง

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เปิดเผยว่า ขณะนี้เป็นช่วงที่พรรคการเมืองทุกพรรคต้องเตรียมพร้อมในเรื่องการเลือกตั้ง คาดว่ากำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้ เพราะสภาฯ กำลังจะครบเทอมในช่วงเดือนมีนาคมปีหน้า แต่การเลือกตั้งจะมีเมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ แต่ก็คงใกล้เข้ามาแล้ว ประมาณ ๖-๗ เดือน พรรคชาติพัฒนาจึงเตรียมเรื่องการเลือกตั้ง ทั้งด้านนโยบาย ผู้สมัคร และบุคลากรต่างๆ แต่การเลือกตั้งครังนี้พรรคชาติพัฒนามองประเด็นอย่างไรนั้น เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาประเทศ ผมอยู่ในวงการเมืองมา ๓๕ ปี มองประเทศชาติว่า วันนี้ถือว่าวิกฤตที่สุดในระยะเวลาที่ผมทำงานการเมือง โดยเฉพาะปัญหาด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมีผลกระทบมาจากสถานการณ์โควิด-๑๙ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มา ทำให้กิจการขนาดเล็กขนาดย่อมต้องหยุดชะงัก นำไปสู่ภาวะการตกงาน รัฐบาลใช้เงินจำนวนมาก กู้เงินจำนวนมากเพื่อนำมาแก้ไขปัญหา ก่อให้เกิดหนี้สาธารณะ

“ปัญหาวิกฤตโควิด-๑๙ จะยังไม่จบเพียงเท่านี้ ประกอบกับสถานการณ์สงคราม ส่งผลให้น้ำมันและแก๊สมีราคาแพง ทำให้สินค้าต่างๆ มีราคาแพง และเกิดภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้น ภาพรวมของประเทศวันนี้ยังไม่ดีขึ้น เพราะตั้งแต่เกิดโควิด-๑๙ ตัวเลขของประเทศเติบโตขึ้นเพียงร้อยละ ๔ จากก่อนหน้านั้นติดลบร้อยละ ๖ ปีที่แล้วบวกมาเพียงร้อยละ ๑.๕ และเมื่อเกิดเงินเฟ้อมากขึ้น ทำให้เกิดการกู้เงินต่างๆ ประชาชนมีหนี้สินมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการอยู่ในภาวะย่ำแย่ นี่คือสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผมบอกว่า หนักมากสำหรับ ๓๕ ปี ที่ผมทำงานการเมืองมา จึงเป็นโจทย์ว่า พรรคชาติพัฒนาจะเข้ามาช่วยแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจอย่างไร”

จับมือแก้วิกฤต

“เศรษฐกิจสมัยน้าชาติ (พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ) เป็นนายกรัฐมนตรี ประเทศไทยคือเสือตัวที่ ๕ แห่งเอเชีย เป็นเศรษฐกิจยุคทอง เมื่อผมมองปัจจุบัน ในวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น นี่คือภาระหน้าที่ของพรรคชาติพัฒนา ต้องมีส่วนสำคัญในการกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ พรรคฯ จะดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ และต้องมีมืออาชีพด้านเศรษฐกิจ มาร่วมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น มาจับมือกัน รวมพลังกันกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจของชาติในครั้งนี้ ซึ่งมือเศรษฐกิจคนนี้จะต้องเข้าใจเศรษฐกิจของรากหญ้า คนยากคนจนมีความเดือดร้อนอย่างไร ต้องเข้าใจ และต้องเข้าใจภาพรวมของเศรษฐกิจมหภาค เข้าใจเรื่องของโครงการสร้างเศรษฐกิจ ที่สำคัญต้องมีความเป็นสากล สามารถเข้าใจโลก เพราะบริบทต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทคโนโลยี ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ทำให้พรรคฯ ต้องการมืออาชีพมาร่วมงาน ในพรรคฯ จึงมีการพูดคุยกันว่า ใครเหมาะสมที่จะมากอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจนี้ จึงคิดถึงนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งมีความสามารถด้านเศรษฐกิจโดยตรง ถูกยอมรับฝีมือในระดับสากล จึงขอเชิญมาเป็นความหวังในการ กอบกู้เศรษฐกิจของประเทศ จับมือกัน รวมพลังกัน ในการแก้ไขปัญหาวิกฤตของชาติบ้านเมือง” นายสุวัจน์ กล่าว

ทำเพื่อประชาชน

นายกรณ์ จาติกวณิช กล่าวว่า “ปัจจุบันบ้านเมืองมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สำคัญมากกับทุกองค์กรและทุกพรรคการเมืองที่จะต้องมีความชัดเจนในแง่ของหลักการและเป้าหมายในการทำงาน โดยมีความยืดหยุ่นในการไปสู่เป้าหมายนั้น ซึ่งเป้าหมายทางการเมืองของผมตลอด ๑๗ ปี ไม่เคยเปลี่ยน คือ ช่วยให้ประชาชนอยู่ดีกินดี โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ช่วยแก้ไขปัญหาปากท้องให้ประชาชน สร้างโอกาสและความหวังให้คนรุ่นใหม่ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้สังคม”

“การจับมือครั้งนี้ ผมมีเพียงคำถามเดียวที่ถามตัวเอง คือ เมื่อจับมือกันแล้วจะสามารถช่วยประชาชนมีความอยู่ดีกินดีหรือไม่ ต้องตอบให้ชัดเจน เมื่อจับมือกันแล้ว โอกาสที่จะขับเคลื่อนแนวความคิดนโยบายให้เป็นสิ่งที่จับต้องได้ มีโอกาสเป็นไปได้มากขึ้นแน่นอน ดังนั้น การตัดสินใจของผมเป็นการตัดสินใจที่ง่ายมาก และเมื่อจับมือกันแล้ว ประชาชนได้ประโยชน์จะไม่จับมือกันได้อย่างไร และผมเองเคยรู้จักคุณสุวัจน์มานาน ขณะทำงานเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เคยทำงานใกล้ชิดกับพรรคชาติพัฒนา เคยทำงานร่วมกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องปัญหาวิกฤตพลังงานในสมัยนั้น”

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า “ผมจะยึดหลักปฏิบัตินิยมเสมอ หรือการลงมือทำ ทุกข้อเสนอที่ผมพูดในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา ทุกเรื่องยึดแนวทางปฏิบัตินิยม เพราะทุกเรื่องสามารถเปลี่ยนเป็นการลงมือทำได้ทั้งสิ้น และนายสุวัจน์ ยึดหลักปฏิบัตินิยมมาโดยตลอด ไม่ว่าในฐานะนักการเมืองและนักธุรกิจก็ตาม ไม่พูดมากแต่ลงมือทำ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ตลอด ด้วยแนวความคิดนี้และหลักสำคัญ ที่มุ่งทำงานเพื่อประชาชนในทุกๆ ปัญหา เป็นเรื่องที่ทำให้เราทั้งสองคนตัดสินใจได้ง่าย ที่จะร่วมกันทำงานครั้งนี้”

ยันไม่ได้รวมพรรค

นายกรณ์ จาติกวณิช กล่าวว่า “วันนี้ผมมาในฐานะนายกรณ์ จาติกวณิช มาปรึกษาหารือกับพี่สุวัจน์และตกลงใจว่าจะทำงานร่วมกัน ส่วนพรรคกล้าก็เป็นเรื่องของพรรคกล้า มีกระบวนการพิจารณาว่าจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งขั้นตอนทางกฎหมายจะเป็นตัวจำกัดว่า ต้องทำอย่างไร ส่วนผมกับพรรคพวกที่พรรคกล้า มีการพูดคุยกันตลอดถึงยุทธศาสตร์ เจตนา และความตั้งใจ ทุกคนก็มีความเห็นตรงกันว่า จะเดินไปทางไหน ซึ่งการที่ผมตัดสินใจครั้งนี้ทุกคนก็เห็นด้วย ส่วนการดำเนินการเปิดตัวต่อประชาชนก็ต้องดำเนินการต่อไป”

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า “วันนี้ไม่ใช่เป็นการรวมพรรค แต่พรรคชาติพัฒนาได้เชิญนายกรณ์ จาติกวณิช มาร่วมทำงาน ยืนยันไม่ใช่การรวมพรรค พรรคชาติพัฒนายังอยู่ แต่เชิญนายกรณ์ จาติกวณิช มากอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจของชาติ มาจับมือรวมพลังกัน มาทำงานกับเรา”

“ในส่วนของตำแหน่งในพรรคพัฒนา ขณะนี้กำลังเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคชาติพัฒนาต้องปรับปรุงตัวบุคคล เนื่องจากมีกรรมการพรรคลาออก ๗ คน โดยหลังจากนี้จะมีการประชุมใหญ่เพื่อแต่งตั้งเพิ่มเติม และขณะนี้ยังไม่มีประธานยุทธศาสตร์ทั้ง ๔ ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง และเทคโนโลยี ซึ่งหลังจากนี้จะมีการประชุมกรรมการและคณะผู้บริหารพรรค เพื่อไปสู่การประชุมใหญ่ เพื่อปรับโครงสร้างและจัดสรรบุคลากร และให้สมาชิกพรรคให้ความเห็นชอบต่อไป ส่วนนายกรณ์จะดำรงตำแหน่งอะไรในพรรคชาติพัฒนา วันนี้ยังตอบไม่ได้” นายสุวัจน์ กล่าว

ตั้งทีมเศรษฐกิจ

ต่อมาในวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๕ ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ศูนย์ฅนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน ร่วมกับเทศบาลนครนครราชสีมา และพรรคชาติพัฒนา จัดกิจกรรม kick off Food Truck สู้ของแพง ช่วยประชาชน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจข้าวยาก หมากแพง แจกข้าวกล่องและน้ำดื่มวันละ ๑,๐๐๐ ชุด โดยมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นประธาน พร้อมด้วย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ผู้อำนวยการศูนย์ฅนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.นครราชสีมา เขต ๒ รวมทั้ง ส.ท.นครนครราชสีมา และส.อบจ.ทีมโคราชชาติพัฒนา ท่ามกลางประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เปิดเผยว่า “ปัจจุบันสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาแพงมากขึ้น ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ทำให้ประชาชนมีความลำบาก มีความเดือดร้อน กิจกรรมวันนี้จึงเป็นโมเดลหนึ่งที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ไม่ใช่การแก้ปัญหาของแพง เป็นการบรรเทาผู้ได้รับผลกระทบต่างๆ โดยหลังจากวันนี้ Food Truck จะออกไปแจกจ่ายข้าวกล่องทุกอำเภอในโคราช สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อมีความทุกข์ คนโคราชก็รักจริงไม่ทิ้งกัน ออกมาช่วยเหลือกันเสมอ และเมื่อเร็วๆ นี้ นายกรณ์ จาติกวณิช จะมาเช้าร่วมกับพรรคชาติพัฒนา ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งบทบาทในการต่อสู้ของแพงเช่นกัน เมื่อพรรคฯ เห็นวิกฤตนี้มีท่าทีจะยาวนาน ประกอบกับสภาฯ มีกำหนดหมดเทอมในเดือนมีนาคม ๒๕๖๖ และอาจจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นก่อนหรือหลังก็ได้ ดังนั้น เป็นหน้าที่ของพรรคการเมือง ที่จะอาสาเข้ามาแก้ไขปัญหา ซึ่งปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจจะเป็นเรื่องที่ทำให้ประชาชนตัดสินใจเลือกพรรคฯ ที่ชัดเจนที่สุด พรรคชาติพัฒนาจึงต้องเตรียมการด้านนี้ไว้ ตั้งใจที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยตั้งทีมเศรษฐกิจที่เข้มแข็งเชื่อถือได้ขึ้นมา จึงเชิญนายกรณ์ จาติกวณิช ซึ่งเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่สำคัญยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจกระทั่งเป็นที่ยอมรับระดับโลก”

ให้สมาชิกเป็นคนเลือก

“เมื่อวาน (๒ กันยายน ๒๕๖๕) มีการแถลงข่าวไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนายกรณ์ จาติกวณิช บอกว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีผู้ร่วมงานด้านเศรษฐกิจเข้ามาเพิ่มอีก มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติพัฒนา เพราะเมื่อเปิดตัวแล้วก็ต้องลงมือทำงานทันที ผมตั้งใจให้นายกรณ์ จาติกวณิช มาดูแลเรื่องเศรษฐกิจให้กับประชาชน ถือเป็นผู้ร่วมงานที่ดี ทำให้พรรคชาติพัฒนามีความเข้มแข็งขึ้น เป็นความหวังให้กับประชาชน ส่วนกรณีการรวมพรรคนั้น พรรคชาติพัฒนายังอยู่ เพียงแต่มีผู้มาร่วมงานมากขึ้น ต่อไปคงจะมีกลไกหลายอย่างมาเกี่ยวข้องในการเลือกตั้ง เช่น การปรับปรุงโครงสร้างพรรค โดยเฉพะตำแหน่งประธานสรรหาผู้สมัครเลือกตั้ง เนื่องจากพลเอกฐิติวัจน์ กําลังเอก ลาออกเพราะปัญหาสุขภาพ ทำให้ตำแหน่งว่างลง รวมถึงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคอีก ๗ คน เช่น นายประเสริฐ บุญชัยสุข ลาออกเพื่อลงสมัครนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ดังนั้น ตำแหน่งในพรรคก็ว่างหลายตำแหน่ง จึงเป็นเรื่องที่พรรคฯ จะต้องจัดสรรและเติมตำแหน่งให้เต็ม ปรับโครงสร้างพรรคคล้ายกับการรีแบรนด์ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการเคลื่อนไหวเป็นระยะๆ จากพรรคชาติพัฒนา เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง”

จัดตำแหน่งที่เหมาะสมให้ “กรณ์”

นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่า “ในส่วนของตำแหน่งหัวหน้าพรรค ขณะนี้มีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ เป็นหัวหน้าพรรคฯ ซึ่งภายในเดือนนี้จะมีการประชุมใหญ่ เพื่อดำเนินการในส่วนตำแหน่งที่ว่างลง และสัปดาห์หน้าจะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อจะกำหนดวันประชุมใหญ่ ซึ่งการประชุมใหญ่จะมีวาระสำคัญ ๒ เรื่อง คือ แต่งตั้งตำแหน่งที่ว่างลง และหาประธานสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส่วนเรื่องอื่นค่อยเป็นไปตามปฏิทินทางการเมือง ซึ่งนายกรณ์เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และเก่งเรื่องเศรษฐกิจ เมื่อมาร่วมงานกับพรรคชาติพัฒนา ก็จะได้มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ส่วนตำแหน่งอะไรเหมาะสมนั้น ให้เป็นเรื่องของสมาชิกพรรคเป็นผู้พิจารณาต่อไป ส่วนผมคิดว่า นายกรณ์ จาติกวณิช เป็นคนเก่ง มีความสามารถ มีความรู้ที่สามารถนำไปทำงานให้กับประชาชนได้อย่างแน่นอน ดังนั้นจะต้องมีตำแหน่งที่เหมาะสมในการรองรับการทำงาน ที่สามารถทำให้สำเร็จลุล่วงในหน้าที่ได้ ส่วนจะเป็นตำแหน่งอะไรให้เป็นเรื่องของการดำเนินการในพรรคต่อไป”

มั่นใจ‘ชาติพัฒนา’กลับมา

“เมื่อนายกรณ์มาร่วมงานกับพรรคชาติพัฒนา พรรคฯ จะมีความแข็งแกร่งมากขึ้น คำว่า Comeback มีความชัดเจนมากขึ้น เรื่องเศรษฐกิจก็แข็งแกร่งขึ้น ประสบการณ์ทางการเมืองที่พรรคฯ สะสมไว้ และแนวทางไม่ขัดแย้งกับใคร จะทำให้พรรคฯ มีความพร้อมมากขึ้น แต่เลือกตั้งครั้งนี้จะได้ ส.ส.กี่คนไม่รู้ แต่ผมมั่นใจว่า พรรคชาติพัฒนาจะกลับมา” นายสุวัจน์ กล่าว

ทั้งนี้ ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๕ นายกรณ์ จาติกวณิช โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij” ว่า “ผมได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคกล้า และได้เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติพัฒนาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมตระหนักในประเด็นข้อกฎหมายดังกล่าวเป็นอย่างดี จึงได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องทุกประการครับ”


นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๘ ฉบับที่ ๒๗๔๓ วันพุธที่ ๗ - วันอังคารที่ ๑๓ เดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๕

 


119 1404