4thApril

4thApril

4thApril

 

July 01,2024

เหตุใดจึงเรียกว่า ‘โคราช’

 

“เมืองนครราชสีมา” คนทั่วไปนิยมเรียกกันว่า “โคราช”

มีข้อสังเกตว่า จังหวัดบุรีรัมย์ เดิมคือ เมืองแปะ แต่คนทั่วไปก็ไม่นิยมเรียกว่า เมืองแปะ ยังคงเรียกว่า บุรีรัมย์ ขอนแก่น เดิมชื่อขามแก่น แต่คนไม่เรียกว่า ขามแก่น, พิษณุโลก ก็เช่นกันเดิมชื่อ เมืองสองแคว แต่คนทั่วไปก็ไม่นิยมเรียกเมืองพิษณุโลกว่า สองแคว เป็นต้น

กล่าวได้ว่า มีแต่จังหวัดนครราชสีมาเท่านั้น ที่ทุกวันนี้คนทั่วไป ไม่เรียกว่า “นครราชสีมา” แต่นิยมเรียกกันว่า “โคราช” เช่น ไปโคราช มาจากโคราช โคราชเป็นยังไงบ้าง หรือ โคราชบ้านเอ๋ง คนจังหวัดอื่นเมื่อได้ยินว่า “โคราช” ก็จะทราบทันทีว่าคือ “นครราชสีมา หรือหมายถึง “จังหวัดนครราชสีมา” สำหรับคำว่า นครราชสีมา เป็นคำที่นิยมใช้เป็นทางการหรือใช้ในราชการเท่านั้น

 

สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นคนแรกที่สนใจว่า เหตุใด  “เมืองนครราชสีมา” จึงมี ๒ ชื่อ คือ “นครราชสีมา กับ โคราช” 

พระองค์จึงค้นเค้าเงื่อนและเดินทางไปพื้นที่ด้วยพระองค์เอง พักค้างแรมที่บ้านสูงเนินพบว่า ที่อำเภอสูงเนินมีเมืองโบราณที่ขอมสร้างขึ้นอยู่ ๒ เมือง คือ “เมืองเสมา หรือ เสมาร้าง” และ “เมืองโคราช หรือ เมืองเก่า” ซึ่งโคราชเมืองเก่าแต่เดิมคงชื่อว่า “เมืองโคราฆะปุระ (Gorakhpur)” ซึ่งสมัยขอมพวกพราหมณ์เอาชื่อเมืองในประเทศอินเดียมาตั้ง ต่อมาเพี้ยนเป็น “เมืองโคราช” และสันนิษฐานว่าแต่ก่อนน่าจะชื่อว่า “เมืองโคราชบุรี”  

สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงครองราชย์ ระหว่าง พ.ศ.๒๑๙๙-๒๒๓๑ ได้โปรดให้สร้างเมืองที่ชายแดนไทยด้านอีสาน เป็นป้อมปราการสำหรับป้องกันพระราชอาณาเขต คือเมืองนครราชสีมาในปัจจุบัน จะเป็นปี พ.ศ.ใดไม่ปรากฏเป็นหลักฐานแน่ชัด และอพยพผู้คนจาก “เมืองเสมา” และ “เมืองโคราช” ที่อยู่แถบอำเภอสูงเนินไปอยู่เมืองใหม่และให้ชื่อว่า “เมืองนครราชสีมา” 

ซึ่งสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงวินิจฉัยว่า สมเด็จพระนารายณ์มหาราชน่าจะเอาชื่อ “เมืองโคราช” กับ “เมืองเสมา” มาผสมประดิษฐ์เป็น “เมืองนครราชสีมา” แต่คนทั้งหลายยังคงเรียก “โคราช” ตามที่เคยเรียกกันมาจนทุกวันนี้ 

ประชากรเมืองนครราชสีมาจึงมีคน ๒ เมืองเป็นพื้น คือคนเมืองโคราชกับคนเมืองเสมา ซึ่งเมืองเสมาเป็นเมืองร้างมีผู้คนอาศัยอยู่น้อย แต่เมืองโคราชค่อนข้างเจริญกว่าจึงมีผู้อยู่อาศัยมาก สันนิษฐานกันว่าเมื่ออพยพคนทั้ง ๒ เมืองมาอยู่เมืองใหม่ พวกคนเมืองโคราชซึ่งเป็นคนหมู่มากมีความรู้สึกว่าเป็นการย้ายบ้านย้ายเมืองจากที่เก่ามาอยู่ที่ใหม่เท่านั้นเอง

 

ซึ่งแท้ที่จริงแล้วพวกตนเป็นคน “เมืองโคราช หรือ คนโคราช” ตามเผ่าพันธุ์ มาตั้งแต่บรรพบุรุษ หาได้เป็นคน “เมืองนครราชสีมา” ตามชื่อเมืองใหม่แต่อย่างใดไม่ ด้วยความเป็นชาตินิยมจึงไม่ยอมรับว่าพวกตนเป็นคนนครราชสีมา ดังนั้นจึงมีการสร้างวาทกรรมด้วยคำว่า “โคราช” ในการสื่อสารต่างๆ เช่น ใช้คำว่า “โคราช” แทน “นครราชสีมา”, มาจากโคราช, ไปโคราช, เป็นคนโคราช หรือแม้แต่เมืองใหม่ก็พากันเรียกว่า “เมืองโคราช” จนเป็นที่ยอมรับกันมาตั้งแต่นั้น

นี่คือที่มาและเรื่องราวของคนเมืองนครราชสีมา คน ๒ เมือง ที่มาอยู่ชายคาเดียวกันอย่างปกติสุข และร่วมกันสร้างบ้านสร้างเมืองให้เจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้

และเป็นที่มาของการเรียก “เมืองนครราชสีมา” ว่า “โคราช”  

 

“วินิจฉัยชื่อเมืองนครราชสีมา” ใน นิทานโบราณคดี (พิมพ์ครั้งที่ ๕, นนทบุรี: สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, ๒๕๕๙), หน้า ๒๕๒-๒๕๓., “ตำนานเมืองนครราชสีมา” ใน เที่ยวตามทางรถไฟ พระนิพนธ์ สมเด็จกรมพระยาดรงราชานุภาพ และ รวมเรื่องเมืองนครราชสีมา (กรุงเทพฯ: เอกศิลปะการพิมพ์, ๒๕๐๕), หน้า ๑๑๕.

น.ส.พ. ข่าวภาพภูธร โคราชไทมส์ ฉบับวันที่ ๑๕ เม.ย.- ๑๕ พ.ค. ๒๕๒๕, หน้า ๑๔, ๒๘

 

ดร.เมตต์ เมตต์การุณ์จิต.

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๖๖ วันที่ ๑๕ เดือนมิถุนายน - วันที่ ๑๔ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๗


567 3,459