13thMay

13thMay

13thMay

 

May 13,2026

“ศุภมาส” เผย! “ช่างหนึ่ง” เบี้ยวนัด สคบ. ไม่มาให้ปากคำ ทิ้งเหยื่อ 40 รายเก้อ สั่งออกหมายเรียกซ้ำ งัดโทษอาญาจำคุก 1 เดือน ปรับ 2 หมื่น เร่งสอบเส้นทางการเงิน 15 วัน ปิดคดีไม่เกิน 2 เดือน 

วันนี้ (13 พฤษภาคม 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณี นายเกรียงไกร .......หรือ “ช่างหนึ่ง” ผู้รับจ้างก่อสร้างบ้าน เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “หวานเจี๊ยบรับสร้างบ้าน” ภายหลัง สคบ. ใช้อำนาจตามกฎหมายเชิญตัวผู้ถูกกล่าวหาเข้าให้ปากคำเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยได้มอบหมายให้ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมและกำกับการดำเนินงาน พร้อมด้วยนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. นายฐิตินันท์ สิงหา รองเลขาธิการ สคบ. และนายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผอ.กองคุ้มครองผู้บริโภค 3 สคบ.

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า การดำเนินงานในครั้งนี้ เป็นไปตามมาตรการที่รัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในเรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน ปรากฏว่า นายเกรียงไกร ........หรือ “ช่างหนึ่ง” ผู้ถูกกล่าวหา ไม่ได้เดินทางมาให้ปากคำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามนัดหมาย ขณะที่มีผู้เสียหายเดินทางมาให้ปากคำจำนวน 40 ราย จากทั้งหมด 60 ราย ทำให้ไม่สามารถดำเนินการไกล่เกลี่ยได้ สคบ. จึงต้องออกหนังสือเรียกผู้ถูกกล่าวหาให้มาแสดงตัวอีกครั้ง

“ดิฉันได้สั่งการให้ สคบ. ออกหนังสือเรียกผู้ถูกกล่าวหาเข้าให้ปากคำตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากไม่มาแสดงตัวจะมีโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมกันนี้ สคบ. ได้รวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อพิจารณาดำเนินคดีทางแพ่งแทนผู้เสียหาย และทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานให้ผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงผ่านกองบังคับการปราบปราม และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) อีกทางหนึ่ง” นางสาวศุภมาสกล่าว

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

นางสาวศุภมาส กล่าวต่อว่า สคบ. ได้ยื่นขอสอบเส้นทางการเงินจากธนาคาร ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 15 วัน สำหรับบทกำหนดโทษกรณีดำเนินการไม่เป็นไปตามที่ตกลงในสัญญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดในส่วนของโฆษณา มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยไทม์ไลน์การดำเนินคดีของ สคบ. กับผู้ถูกกล่าวหา จะใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือน

นางสาวศุภมาสกล่าวเพิ่มเติมถึงกรณี บริษัท โมเดิร์น เทจ จำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคดีรับเหมาก่อสร้างบ้านว่า ในส่วนของการดำเนินคดีทางแพ่ง คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ได้มีมติครั้งที่ 5/2568 ให้ดำเนินคดีแล้ว จำนวน 1 ราย ต่อมามีผู้บริโภคร้องทุกข์เข้ามาเพิ่มเติมประมาณ 60-70 ราย แต่ปรากฏว่าบริษัทฯ ได้ยื่นจดทะเบียนเลิกกิจการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่ง สคบ. จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อเสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามขั้นตอนต่อไป ส่วนการดำเนินคดีทางอาญา สคบ. ได้ส่งเรื่องไปที่ บก.ปคบ. จำนวน 90 ราย ปัจจุบันอยู่ระหว่างสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวน และในส่วนของ สคบ. เอง ได้ส่งเปรียบเทียบความผิดไปแล้วจำนวน 2 คดี

“สคบ. ยังเดินหน้าตรวจสอบผู้รับเหมาก่อสร้างรายอื่นที่มีพฤติการณ์ใกล้เคียงกับเคสที่เกิดขึ้นตามสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียต่างๆ พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้และเข้าถึงบริการของ สคบ. ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้ช่องทางการร้องเรียนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ทั้งนี้ ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการต่างๆ ในโลกออนไลน์ ขอให้ตรวจสอบให้ละเอียดว่าสิ่งที่จะได้รับนั้นตรงตามที่ได้โฆษณาไว้หรือไม่ ตรวจสอบประวัติของผู้รับเหมาและบริษัทก่อนทำสัญญา และไม่ควรจ่ายเงินมัดจำเป็นก้อนใหญ่ล่วงหน้าเกินสัดส่วนของงาน หากพบการกระทำความผิด สคบ. จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ไม่ปล่อยให้ผู้ประกอบการรายใดเอาเปรียบประชาชนอย่างเด็ดขาด” นางสาวศุภมาสกล่าว

ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการจ้างเหมาก่อสร้าง หรือการบริการอื่นๆ สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด


4 75