21stAugust

21stAugust

21stAugust

 

August 20,2026

กฟผ.เตรียมสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ‘ท้ายเขื่อนลำตะคอง’ กำลังผลิต ๑.๕๐ เมกะวัตต์ คาดจ่ายไฟเข้าระบบปี ๗๒

กฟผ.เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น เตรียมลุยสร้าง “โรงไฟฟ้าพลังน้ำ” โดยใช้น้ำที่ระบายจากท้ายเขื่อนลำตะคองมาผลิตไฟฟ้า ด้วยกำลังการผลิต ๑.๕๐ เมกะวัตต์ หวังเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ภายในปี ๒๕๗๒

เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ ศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมรมราชกุมารี (อพ.สธ.คลองไผ่) ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จ.นครราชสีมา มีเวทีประชุมรับฟังความเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย การศึกษาและจัดทำรายงานสิ่งแวดล้อม โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนลำตะคอง จัดโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ทรานส์ เอเซีย คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาซึ่งได้รับมอบหมายให้ศึกษาและจัดทำรายงานสิ่งแวดล้อม โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนลำตะคอง ทั้งนี้ มีนายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดเวทีฯ พร้อมด้วยนายปกรณ์ ประดิษฐ์ทอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อม โครงการฯ กล่าวรายงาน รวมทั้ง นายเฉลิมวิทย์ ไกรขาว วิศวกรระดับ ๙ รักษาการหัวหน้าหน่วยสิ่งแวดล้อม, นายจตุรวิทย์ บุญพิทักษ์ ผู้จัดการโครงการ (ผู้เชี่ยวชาญสิ่งแวดล้อม) และนางสาววจารินี ศุกระรัศมี ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม ร่วมนำเสนอความเป็นมา วัตถุประสงค์ ขอบเขตการศึกษา ผลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งมาตรการติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อม 

นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา

นายปกรณ์ ประดิษฐ์ทอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อม โครงการฯ กล่าวรายงานความเป็นมาว่า ด้วย นโยบายเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศ โดยแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๑–๒๕๘๐ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ ๑ (PDP ๒๐๑๘ Revision ๑) กำหนดให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา ขนาดกำลังผลิตติดตั้งสุทธิ ๑.๕๐ เมกะวัตต์ (กำลังผลิตติดตั้งสูงสุด ๒.๒๕๐ เมกะวัตต์) เพื่อบูรณาการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยนำทรัพยากรน้ำที่ระบายจากเขื่อนลำตะคองมาใช้ผลิตไฟฟ้า ก่อนปล่อยลงสู่ท้ายน้ำให้ชุมชนใช้ประโยชน์ดังเดิม เป็นการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน

“โครงการมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ ภายในปี ๒๕๗๒ จึงจัดเวทีรับฟังความเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อนำเสนอข้อมูลโครงการ สรุปผลการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบที่สำคัญ การกำหนดมาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบ ตลอดถึงมาตรการที่ใช้ในการติดตามตรวจสอบ การรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงกังวล เพื่อให้กฟผ. และคณะผู้ศึกษานำไปพิจารณาประกอบการศึกษาและจัดทำรายงาน ให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์” นายปกรณ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากการพัฒนาโครงการนี้ บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ จะมีผลประโยชน์ ในการเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ได้ โดยสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ยประมาณ ๑๐.๔๘ ล้านหน่วยต่อปี อีกทั้งเป็นการผลิตกระแสไฟฟ้าโดยใช้น้ำที่ระบายจากท้ายเขื่อนลำตะคอง เป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าและไม่เกิดผลกระทบต่อการใช้น้ำในพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรท้ายน้ำ และไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนแห่งใหม่ของจังหวัดนครราชสีมา

สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนลำตะคอง ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของอาคารระบายน้ำเดิมเขื่อนลำตะคองในเขตชุมชนบ้านคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยมีขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง ๑x๑.๕๐๐ เมกะวัตต์ มีการติดตั้งเครื่องกังหันน้ำชนิด Reaction Turbine ๑ เครื่อง ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ยประมาณ ๑๐.๔๘ ล้านหน่วยต่อปี ประมาณ ๑๐.๔๘ จิกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี มีระบบสายส่งไฟฟ้าเชื่อมต่อกับสายส่ง ๒๒ กิโลโวลล์ของ กฟผ. ซึ่งพื้นที่โครงการมีพื้นที่ ๘.๑๘ ไร่ หรือประมาณ ๑๓,๐๙๐ ตร.ม. (พื้นที่ใช้ถาวร ๒.๕๐ ไร่/พื้นที่ใช้ชั่วคราว ๕.๖๘ ไร่) กำหนดจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าระบบของ กฟผ.ภายในปีพงศ.๒๕๗๒ 

ในขณะที่กระบวนการผลิตไฟฟ้า จะใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำซึ่งระดับสูงกว่าโรงไฟฟ้าถูกส่งผ่านท่อส่งน้ำเข้าสู่โรงไฟฟ้า ความเร็วและแรงดันของน้ำจะไปหมุนใบพัดของเครื่องกังหันน้ำที่ต่อกับแกนของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเดิม (Reaction Turbine) เมื่อแกนเพลาหมุนจะเกิดการเหนี่ยวนำในเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ทำให้ได้พลังงานไฟฟ้าออกมา ซึ่งนำเข้าสู่โรงไฟฟ้าจะสัมผัสเพียงใบพัดของกังหันน้ไ แต่จะไม่สัมผัสแกนเพลาของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จึงไม่มีการปนเปื้อนน้ำมันหล่อลื่นจากแกนเพลาเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จากนั้นจึงระบายน้ำจากโรงไฟฟ้าลงสู่ลำน้ำเดิมให้พื้นที่ท้ายน้ำได้ใช้ประโยชน์ต่อไปดังเดิม 

ส่วนการควบคุมระบบการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำนั้น จะมีการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำเฉพาะช่วงที่มีการระบายน้ำจากเขื่อนลำตะคองเท่านั้น ซึ่งการระบายเป็นไปตามข้อกำหนดของคณะกรรมการจัดการชลประทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง ส่วนการควบคุมระบบผลิตไฟฟ้พลังน้ำจะใช้ระบบควบคุมอัตโนมัติจากศูนย์ควบคุมโรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอยู่ที่เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และโรงไฟฟ้าพลังน้ำลำตะคองชลภาวัฒนา ทั้งนี้จะมีพนักงานที่อยู่ประจำจะมีเฉพาะพนักงานบำรุงรักษษทั่วไป ๑ คนต่อ ๑ กะ (๘ ชั่วโมง) และพนักงานรักษาความปลอดภัย ๑ คนต่อกะ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทางด้านการจัดการความปลอดภัยและชีวอนามัย กฟผ.จะดำเนินการสภาพแวดล้อมฝยการทำงานตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด 

อย่างไรก็ตาม สำหรับประโยชน์จากการพัฒนาโครงการนี้ ได้แก่ ๑. ผลิตไฟฟ้าด้วยพลังสะอาด ไม่ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เป็นการใช้นํ้าที่ระบายจากอ่างเก็บนํ้าเขื่อนลำตะคองให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า โดยนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าก่อนระบายลงสู่ท้ายนํ้า ๒. พลังงานไฟฟ้า เพิ่มขึ้นในท้องถิ่น ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ย ๑๐.๔๘ ล้านหน่วยต่อปี กระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้เชื่อมต่อกับเสาไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้เปรียบเทียบเป็นไฟฟ้าที่ใช้จ่ายให้ครัวเรือนประมาณ ๓,๕๗๕ ครัวเรือน๒. พลังงานไฟฟา้ เพิ่มขึ้นในท้องถิ่น ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ย ๑๐.๔๘ ล้านหน่วยต่อปี กระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้เชื่อมต่อกับเสาไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้เปรียบเทียบเป็นไฟฟ้าที่ใช้จ่ายให้ครัวเรือนประมาณ ๓,๕๗๕ ครัวเรือน

๓. ก่อให้เกิดรายได้ภายในท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีเงินหมุนเวยี นในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นมากขึ้น ๔. ปรับปรุงทัศนียภาพ ให้เป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านการผลิตพลังงานสะอาด รวมทั้งปรับภูมิทัศน์รอบบริเวณพื้นที่โครงการให้สวยงาม และ ๕. กองทุนพัฒนาไฟฟ้า งบประมาณสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าช่วยกระจายความเจริญไปสู่ท้องถิ่น และพัฒนาชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า

ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับฟังความคิดเห็น ประกอบด้วย ผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบในพื้นที่ศึกษารัศมี ๑ กิโลเมตรจากขอบเขตพื้นที่โครงการและพื้นที่ใกล้เคียงนอกพื้นที่ศึกษา โดยผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบหลัก ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน (ผู้ใหญ่บ้าน/ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน/อบต./ส.ท./กรรมการหมู่บ้าน) และประชาชนในหมู่บ้าน ซึ่งที่ตั้งโครงการอยู่ในเขตของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง อยู่ในเขต ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ไม่มีชุมชนอยู่อาศัย ในขณะที่ชุมชนในพื้นที่ศึกษารัศมี ๑ กิโลเมตรจากขอบเขตพื้นที่โครงการ ในเขตเทศบาลตำบลคลองไผ่ ของชุมชนหมู่ที่ ๑ บ้านคลองไผ่ ทั้งหมด จำนวน ๗ ชุมชน ได้แก่ ชุมชน มิตรภาพคลองไผ่สามัคคี, มิตรภาพลำตะคอง, คลองซอยหม่อนไหม, นิยมพัฒนา, บ้านเสน่ห์ร่วมใจพัฒนา, อุดมทรัพย์, ชาวแฟลต

ส่วนชุมชนนอกพื้นที่ศึกษาโครงการ ประกอบด้วย ๑.ชุมชนในเขตเทศบาลตำบลคลองไผ่ หมู่ที่ ๗ บ้านเขาพริก ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา จำนวน ๓ ชุมชน ได้แก่ สามัคคีชุมชน, ซอย ๑ เขาพริก, ร่วมใจพัฒนา ๒.ชุมชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลคลองไผ่ ได้แก่ บ้านซับศรีจันทร์ และ ๓.ชุมชนท้ายน้ำลำตะคอง ได้แก่ หมู่ที่ ๑ บ้านหนองบัว ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๕๑ ฉบับที่ ๒๗๘๒ วันที่ ๑ เดือนพฤษภาคม - วันที่ ๓๐ เดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๙

 


12 505