August 20,2026
ร้องสื่อ ‘ตึกวิศวะ มทร.อีสาน’ ไม่เปิดใช้ อธิการบดีแจงเหตุแผ่นดินไหว จ้าง มทส.สำรวจเสียหาย คาดใช้งบซ่อม ๓๐ ล.

ร้องเรียนสื่อ อ้าง “อาคารวิศวะ มทร.อีสาน” ๑๒ ชั้น สร้างเสร็จไม่เปิดใช้งาน หาแต่เงินสร้างตึกใหม่ ด้านอธิการบดีแจง เปิดใช้งานมาตลอดหลายปี แต่ล่าสุดได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว หวั่นเกิดอันตรายกับนักศึกษา จึงเปิดใช้แค่บางส่วน แต่ไม่กระทบการเรียนการสอน พร้อมตั้งงบ ๒.๕ ล้านให้ผู้เชี่ยวชาญสำรวจวิเคราะห์ความเสียหาย มทส.ประมูล ๒.๑ ล้าน คาดซ่อมบำรุงทั้งตึก ๒๐-๓๐ ล้าน
ตามที่ “โคราชคนอีสาน” ได้รับจดหมายร้องเรียนจากบุคคลที่ลงนามว่า “สาธิต” ลงวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๙ โดยระบุเรื่อง “แจ้งเบาแสฯ ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.นครราชสีมา” ซึ่งระบุรายละเอียดว่า “เนื่องด้วยมีการก่อสร้างอาคาร ๓๖ ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่ และใช้เงินค่าก่อสร้างหลายร้อยล้านบาท ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.นครราชสีมา และทําการก่อสร้างเสร็จมาหลายปีแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ และมีการห้ามใช้อาคารมาหลายปี โดยผู้บริหารอ้างว่า อาคารชำรุดไม่สามารถเปิดใช้งานได้ แต่ก็ไม่เคยให้หน่วยงานใดมาตรวจสอบ ซึ่งในขณะทำการก่อสร้างเองผมก็พอทราบมาว่า มีการหยุดชะงักการก่อสร้างมาหลายครั้ง ซึ่งไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลอะไร ผมไม่แน่ใจว่า ทําไมผู้บริหารถึงได้ปล่อยให้อาคารรกร้างมาหลายปี แทนที่จะทำการซ่อมบำรุง ให้สามารถใช้งานได้ และให้นักศึกษาได้เข้าไปใช้เป็นสถานที่ศึกษาเล่าเรียนได้ แต่กลับหางบประมาณมาก่อสร้างตึกใหม่ๆ อยู่เรื่อยไป จึงอยากให้หน่วยงานของท่าน ช่วยตรวจสอบถึงความโปร่งใส ในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารมหาวิทยาลัยแห่งนี้ด้วย”

ทั้งนี้ ในเวลาต่อมาในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๙ “โคราชคนอีสาน” ได้นัดหมายขอสัมภาษณ์คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) นำโดย รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน พร้อมด้วย ผศ.นัฐวุฒิ ทิพย์โยธา รองอธิการบดีฝ่ายส่งเสริมและพัฒนากิจการมหาวิทยาลัย และคณะร่วมชี้แขงในกรณีดังกล่าว
ผศ.นัฐวุฒิ ทิพย์โยธา รองอธิการบดีฯ เปิดเผยว่า อาคารหลังนี้สร้างด้วยงบประมาณปี ๒๕๕๔ ผูกพัน ๓ ปี สร้างเสร็จประมาณปี ๒๕๕๗-๒๕๕๘ ด้วยงบประมาณจำนวน ๓๐๓,๕๘๐,๐๐๐บาท สร้างขึ้นเนื่องจากว่าคณะวิศวกรรมศาสตร์มีนักศึกษาจำนวนมาก ห้องเรียนไม่เพียงพอกับจำนวนนักศึกษา จึงสร้างตึกขึ้นมาเพิ่ม เพื่อที่จะรองรับนักศึกษาวิศวะ และมีการบริหารสัญญาการก่อสร้างมาตามปกติ เมื่อสร้างเสร็จเปิดใช้มาตลอด เมื่ออายุการใช้งานผ่านไปหลายปี อาจจะมีรอยร้าว และน้ำซึม ทางคณะฯ จึงเสนอให้พิจารณางบประมาณเพื่อซ่อมแซม ระหว่างนั้นก็มีการซ่อมแซมเล็กๆ น้อยๆ มาเป็นระยะ เช่น กระเบื้องระเบิด กระทั่งมีเหตุแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม๒๕๖๘ ซึ่งผู้ที่อยู่บนอาคารก็รับรู้ได้ถึงความสั่นสะเทือนและอพยพลงมา หลังจากวันนั้นมีความกังวลว่าตัวอาคารยังมีความแข็งแรงหรือไม่ อย่างไร

“เกิดเหตุแผ่นดินไหววันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๘ จากนั้นในเช้าวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๙ จึงลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบอาคารต่างๆ และในวันเดียวกันทางจังหวัดฯ ซึ่งนำโดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ พร้อมด้วยโยธาธิการและผังเมืองฯ และเทศบาลนครฯ ลงพื้นที่ไปตรวจสอบอาคาร ๓๖ และอาคารสูงอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งไม่ได้ชี้ว่าอาคารมีความเสี่ยงหรือไม่ และไม่ได้แจ้งให้งดใช้อาคาร แต่บุคลากรของมหาวิทยาลัยฯ มีความกังวล โดยอธิการบดีและผู้บริหารร่วมหารือเพื่อให้เกิดความมั่นใจ จึงจะหาผู้มาตรวจสอบเชิงลึก และมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อร่าง TOR ในการจะจ้างผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบเชิงลึก เพื่อจะได้ทราบว่าควรซ่อมในส่วนใดบ้าง ซึ่งร่าง TOR เสร็จสิ้นแล้ว แต่คณะผู้บริหารเห็นว่าควรมีการทบทวน โดยขอให้ทางผู้เชี่ยวชาญจาก มทส.นำโดย ศ.ดร.สุขสันต์ หอพิบูลย์สุข มาตรวจสอบเมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๙” ผศ.นัฐวุฒิ กล่าว

รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน
ในขณะที่ รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าวเสริมว่า ก่อนที่จะมีผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบ ก็มีการซ่อมเล็กน้อยตามสภาพ เช่นห้องประชุมชั้นบน มีกระเบื้องร่อน แต่เมื่อมีเหตุแผ่นดินไหวและเข้าไปตรวจสอบร่วมกับทีมของจังหวัดฯ ซึ่งให้ทีมของมหาวิทยาลัยฯ วิเคราะห์ว่า อาคารมีอันตรายอยู่ในระดับไหน โดยจะมีโซนที่คิดว่าจะอันตราย เนื่องจากมีถังน้ำอยู่ข้างบนก็ให้ลดระดับน้ำหนักลง และมีคำแนะนำว่าให้ลดน้ำหนักของอาคารให้มากที่สุด ส่วนโซนที่เป็นสีเขียวสามารถเข้าไปใช้พื้นที่ได้ ปัจจุบันจึงยังใช้เป็นห้องปฏิบัติการในบางส่วนอยู่ รวมทั้งห้อง Training EV ที่ยังเข้าไปใช้พื้นที่โดยตลอด ไม่ได้ปิด เพียงแต่เป็นห่วงว่าจะเกิดอันตรายกับนักศึกษาและบุคลากร ซึ่งต่อมาคณบดีทำบันทึกมาว่าขอปิดอาคาร จึงปิดการใช้ประโยชน์พื้นที่เป็นบางส่วนที่คิดว่าเป็นโซนอันตราย เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยง จะไม่ให้เกิดอะไรขึ้นกับเด็กไม่ได้แม้แต่รอยขีดข่วนเดียว จึงเปิดใช้แค่ส่วนของ Training EV ซึ่งตั้งอยู่ชั้น ๑ และชั้น ๓ บางส่วนที่อาจารย์ต้องทำบันทึกขอใช้งานในบางเวลา ทั้งนี้ มีการชดเชยโดยการปรับปรุงอาคารอื่นเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานของนักศึกษาให้ครบถ้วนตามตารางเรียนและเพื่อความปลอดภัย

ผศ.นัฐวุฒิ ทิพย์โยธา รองอธิการบดีฝ่ายส่งเสริมและพัฒนากิจการมหาวิทยาลัย มทร.อีสาน
“สำหรับอาคาร ๓๖ มีการเร่งตรวจสอบเชิงลึก เพราะมีรายงานชั้นรอยเลื่อนของดินจากแผ่นดินไหวสองรอบ จึงไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก โดยครั้งล่าสุดเห็นรอยร้าวที่ชัดเจนขึ้น ผมประกาศตั้งแต่วันแรกที่มีแผ่นดินไหวแล้วว่าจะต้องเร่งตรวจสอบเชิงลึก และได้ทีมของ ศ.ดร.สุขสันต์ฯ มาดำเนินการ ซึ่งได้ TOR ที่เหมาะสมพร้อมนำเข้าสู่กระบวนการอนุมัติวงเงินซ่อมแซมอาคารดังกล่าวนี้ อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการนั้นจะต้องมีการตรวจสอบไปด้วยและมีแบบในการซ่อมแซมปรับปรุงอาคารออกมาด้วย ไม่ใช่รอให้ตรวจสอบเสร็จก่อน ถ้ามีทางที่จะดำเนินการได้ก่อนก็จะทำ ซึ่งจะใช้งบประมาณ ๓ ขั้นตอน คือ ใช้เงินรายได้ของมหาวิทยาลัยฯ, เงินรายได้สะสมของมหาวิทยาลัยซึ่งจะต้องนำเสนอสภาเพื่อขออนุมัติ และในปี ๒๕๗๐ ได้ตั้งงบประมาณแผ่นดินเพื่อปรับปรุงอาคารนี้ไว้ ๑๕ ล้านบาท เพราะฉะนั้น เรามีเงิน ๓ ก้อนนี้ดำเนินการได้ทันท่วงทีและไม่ต้องรอก้อนสุดท้ายของสำนักงบประมาณ โดยจะใช้งบประมาณของมหาวิทยาลัยไปก่อน ซึ่งโดยรวมแล้วการปรับปรุงอาคารนี้จะใช้งบประมาณอยู่ที่ ๒๐-๓๐ ล้านบาท แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบอาคารของคณะกรรมการฯ ด้วย ว่าจะต้องซ่อมส่วนใดบ้าง” อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าว

ส่วนประเด็นที่ผู้ร้องเรียนว่า มหาวิทยาลัยฯ ละเลยอาคารเก่าที่ใช้ไม่ได้ ไม่ซ่อม แต่กลับจะมีการตั้งงบฯ เพื่อสร้างอาคารใหม่ขึ้นเรื่อยๆ นั้น ในเรื่องนี้ อธิการบดีฯ ชี้แจงว่า “ก่อนที่อาคารนี้จะมีปัญหา ไม่เคยขออนุมัติงบเพื่อสร้างตึกใหม่ ในระยะเวลาที่ผมเข้ามาบริหารงานตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ไม่เคยคิดจะสร้างตึก ไม่เคยจะขออนุมัติงบเพื่อสร้างตึก แต่จะมีการซ่อมแซมใช้ของเดิม และจะไม่ยอมให้เด็กไม่มีที่เรียน แต่ตึกที่มีความจำเป็นและจะดำเนินการสร้างคือหอพักนักศึกษาที่ศูนย์หนองระเวียง”

“ตั้งแต่ผมมาทำงานตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ไม่เคยคิดจะใช้งบประมาณในการบริหารจัดการ ไม่คิดจะสร้างตึก แม้แต่รายได้สะสมก็ยังไม่เคยขออนุมัติผ่านสภาแล้วใช้ด้วยตัวเอง ส่วนที่เป็นประเด็นข่าวต่างๆ เกิดขึ้นก่อนที่ผมจะเข้ามาดำรงตำแหน่งทั้งนั้น เมื่อผมเข้ามาก็แก้ปัญหาหลายตึกมาก เพื่อให้งานเสร็จ และใช้งานได้ ซึ่งไม่ได้โทษใคร แต่ห้วงที่ผมเข้ามาสามารถตรวจสอบได้ว่ามีความโปร่งใส เข้ามาแก้ปัญหาในทุกบริบทของมหาวิทยาลัย และสร้างยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยให้เป็นผู้นำของประเทศได้มากมาย เช่น จัดหลักสูตรร่วมกับกองทัพภาคที่ ๒, โครงการ EV ที่เคลมว่าเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ, โครงการระบบรางซึ่งมีอาคารพร้อมด้วยครุภัณฑ์ที่กล้าพูดว่าเป็นอันดับหนึ่งของประเทศด้วยเช่นกัน, ยุทธศาสตร์ Wellness, ยุทธศาสตร์ Agriculture Technology ล้วนสร้างขึ้นด้วยงบประมาณที่มีความจำเป็นทั้งนั้น เพราะฉะนั้นด้วยความบริสุทธิ์ใจและความโปร่งใสในการทำงาน ผมเชื่อว่าเป็นเกราะป้องกันตัวเองในการทำงาน และไม่เคยหวั่นไหวสิ่งเหล่านั้น เราแก้ไขปัญหามาโดยตลอด หากมาดูข้อมูลเชิงลึกในห้วง ๔ ปีก็ภูมิใจในการแก้ไขปัญหาและสามารถเข้าสู่ตำแหน่งอธิการบดี มทร.อีสานสมัยที่สองได้ โดยได้รับการยอมรับทั้งหมด ทั้งจากบุคลากรร้อยละ ๘๐, สภามหาวิทยาลัยฯ ร้อยละ ๙๙ และได้รับการยอมรับจากผู้หลักผู้ใหญ่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมีแน่นอนคนที่ไม่ชอบ แค่คนเดียวก็ทำให้เป็นข่าวได้ ซึ่งผมยืนยันว่าสามารถตรวจสอบในเรื่องความโปร่งใสได้ และไปดูผลงานที่ผมสร้างให้กับโคราชซึ่งจะทำให้โคราชเป็นมหานครโดยแท้จริง” รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าวย้ำในตอนท้าย


ทั้งนี้ ในเวลาต่อมา มีการประกาศร่าง TOR (ร่างขอบเขตของงาน) สําหรับการจ้าง งานสํารวจ ตรวจสอบ และวิเคราะห์ความเสียหายของโครงสร้างอาคารปฏิบัติการคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี จํานวน ๑๒ ชั้น (อาคาร ๓๖) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา โดยระบุว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยเพื่อผลิตบัณฑิตนักปภิบัติ โดยมีอาคารปฏิบัติการคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (อาคาร ๓๖) ซึ่งเป็นอาคารสูง ๑๒ ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ ๓๒,๗๐๐ ตารางเมตร เป็นพื้นที่หลักในการจัดการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และการทดลองทางวิศวกรรมของนักศึกษาในหลายสาขาวิชา ได้แก่ กลุ่มสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า กลุ่มสาขาวิศวกรรมโยธา กลุ่มสาขาวิศวกรรมอุตสาหการ กลุ่มสาขาวิศวกรรมเครื่องกล รวมถึงให้บริการสอบเทียบเครื่องมือวัตอุตสาหกรรมให้แก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน อีกทั้งเป็นสถานที่ปฏิบัติงานของบุคลากรสายวิชาการ บุคลากรสายสนับสนุนของคณะ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางสําคัญในการขับเคลื่อนพันธกิจด้านการศึกษา

ปัจจุบันตรวจพบสถานะความชํารุดบกพร่องของอาคารในบางส่วน ได้แก่ การเกิดรอยร้าวบริเวณผนังกําแพง และการปริแตกของผิวกระเบื้องปูพื้นในหลายจุด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อโครงสร้างหลัก มหาวิทยาลัยจึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการสํารวจ ตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินความเสียหายของโครงสร้างอย่างละเอียด โดยที่ปรึกษาผู้มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในงานวิศวกรรมเฉพาะทาง เพื่อประเมินหาสาเหตุที่แท้จริงและระดับความรุนแรงของความเสียหายที่เกิดขึ้น

ดังนั้น มหาวิทยาลัยฯ จึงประสงค์จะดําเนินการจัดจ้าง สํารวจ ตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินความเสียหายของโครงสร้างอาคารปฏิบัติการคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (อาคาร ๓๖) ให้ทราบถึงสภาพความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง ระดับความเสียหาย และสาเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการใช้งาน พร้อมจัดทําข้อเสนอแนะ แนวทางในการซ่อมแซมปรับปรุงตามหลักวิศวกรรม เพื่อใข้ประกอบการพิจารณาดำเนินงานในระยะต่อไป โดยตั้งงบประมาณไว้ที่ ๒,๕๕๗,๕๐๐ บาท ซึ่งราคากลางที่กำหนดไว้ ณ วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็นเงิน ๒,๖๔๙,๑๖๖.๖๗ บาท และผู้ที่ชนะการเสนอราคา ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด เป็นเงินทั้งสิ้น ๒,๑๗๓,๘๗๕ บาท
นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๕๑ ฉบับที่ ๒๗๘๒ วันที่ ๑ เดือนพฤษภาคม - วันที่ ๓๐ เดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๙

6 264



