June 04,2016
“น้ำพริกแม่สำเนียง” ตำรับทูลเกล้าฯ ๕๙ ปี บนความพอเพียง
ภาพแม่สำเนียงทูลเกล้าฯ ถวายน้ำพริก
หากเอ่ยถึง “น้ำพริก” ภาพแรกที่ติดตาคงหนีไม่พ้นกระปุกน้ำพริก พร้อมฉลากที่มีใบหน้าเจ้าของพิมพ์อยู่ เพื่อยืนยันความอร่อย สำหรับน้ำพริกในประเทศไทยนั้นมีมากมายหลายเจ้า เราไม่ได้จะเอ่ยถึงน้ำพริกยักษ์ใหญ่ที่กำลังเป็นข่าวดังในการโกงมรดก หากจะกล่าวถึง “น้ำพริก” รสชาติอีสานแท้ และเป็นสุดยอดของฝากจากโคราช ที่ถูกใจผู้รับมากที่สุด
นั่นคือ “น้ำพริกแม่สำเนียง” ภายใต้การบุกเบิกของ นางสำเนียง วัฒนศักดิ์ เจ้าของตำรับน้ำพริกเลื่องชื่อของเมืองโคราช ซึ่งในวันที่ “คุณแม่สำเนียง” ล่วงลับไปสู่สัมปรายภพแล้วนั้น มีทายาทตัวจริงสืบทอดคือ “นายเกรียงศักดิ์ (ปิ่น) วัฒนศักดิ์” และภริยา นางมุกดา วัฒนศักดิ์ ทำให้ “น้ำพริกแม่สำเนียง” อยู่บนโต๊ะอาหารคนไทยมา ๕๙ ปี นับจาก พ.ศ.๒๕๐๐ เป็นต้นมา ซึ่งในวันนี้ “คุณลุงปิ่น” ในฐานะ Generation 2 มาบอกเล่าต้นกำเนิดความอร่อย สะอาด ของ “น้ำพริกแม่สำเนียง” กับ “โคราชคนอีสาน”
น้ำพริกแม่สำเนียง
วันวานน้ำพริกแม่สำเนียง
คุณลุงปิ่นเล่าว่า เมื่อปี ๒๕๐๐ ถือเป็นจุดเริ่มต้นธุรกิจ “น้ำพริกแม่สำเนียง” โดยแม่สำเนียง วัฒนศักดิ์ ผู้คิดค้นสูตรน้ำพริกที่มีความเป็นอีสานแท้ จากฝีมือในการประกอบอาหารของแม่สำเนียง จึงจุดประกายความคิดในการเริ่มต้นทำธุรกิจน้ำพริกขึ้นมา ซึ่งยุคแรกเริ่มน้ำพริกแม่สำเนียงกำเนิดมาจากครกหิน ก่อนจะบรรจุลงในขวดแก้ว จากนั้นจึงนำไปให้เพื่อนสนิทมิตรสหายช่วยกันชิม แล้วจึงลองนำไปวางจำหน่ายตามร้านค้า บ้างก็แจกฟรีร้านละกระปุก ด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้น้ำพริกแม่สำเนียงเริ่มเป็นที่นิยมขึ้นมาเรื่อยๆ
กิจการน้ำพริกแม่สำเนียงเติบโตขึ้นตามลำดับ จากที่เคยใช้ครกหินก็เปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรแทน น้ำพริกแม่สำเนียงเริ่มส่งออกผลิตภัณฑ์ไปสู่ต่างจังหวัด พัฒนาบรรจุภัณฑ์และฉลากสินค้าใหม่ แต่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิม โดยมีรูปคนนั่งตำน้ำพริกอยู่บนฉลากสินค้า และเพื่อให้ผู้บริโภคจดจำสินค้าได้ จึงเพิ่มรูปแม่สำเนียงเข้าไปในฉลาก อันเป็นที่มาของคำว่า “ของแท้ต้องมีรูปแม่สำเนียง”
คุณแม่สำเนียง วัฒนศักดิ์
ก้าวย่างมากว่า ๕๙ ปี
แม่สำเนียง วัฒนศักดิ์ เจ้าของตำรับน้ำพริกเลื่องชื่อของเมืองโคราช ผลิตน้ำพริกมากมายหลายชนิด ซึ่งของดีเมืองโคราชในสมัยก่อนคือ ‘นกเขาคารม อ้อยคันร่ม ส้มขี้ม้า ผ้าหางกระรอก มวยดี แมวสีสวาด’ แต่ในปัจจุบันก็ต้องขอนับน้ำพริกแม่สำเนียงเข้าไปด้วย เพราะถือเป็นสุดยอดของฝากจากโคราช โดยการคัดเลือกวัตถุดิบ เป็นเคล็ดลับที่สำคัญอย่างหนึ่งของน้ำพริกแม่สำเนียง ต้องเลือกแบบมีคุณภาพจริงๆ ผลิตด้วยเครื่องปรุงชั้นเลิศ และเครื่องจักรที่ทันสมัย จึงทำให้น้ำพริกแม่สำเนียงประสบความสำเร็จวางขายทั่วทั้งโคราชและยังขยายไปยังต่างจังหวัด โดยมีผู้บริหารรุ่นที่ ๒ คือนายเกรียงศักดิ์ วัฒนศักดิ์ เข้ามาบริหารธุรกิจน้ำพริกต่อจากแม่สำเนียง
คุณลุงเกรียงศักดิ์ เล่าย้อนกลับไปว่า “แม่สำเนียงได้ใช้สายเลือดและทักษะของความเป็นคนโคราช ผลิตสูตรน้ำพริกที่ไม่มีในประเทศไทย มีน้ำพริกหลายเจ้าพยายามจะลอกเลียนแต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะสูตรนี้ แม่สำเนียงได้สั่งไว้โดยเคร่งครัด ไม่ให้ตกไปอยู่กับใคร นอกจากทายาท ซึ่งก่อนที่แม่สำเนียงจะเสียชีวิต ท่านได้ถ่ายทอดสูตรการทำน้ำพริกให้กับลุงและภริยา สูตรน้ำพริกแม่สำเนียงจึงถูกเก็บเป็นความลับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”
เกรียงศักดิ์ (ปิ่น) วัฒนศักดิ์
น้ำพริกตำรับทูลเกล้าฯ
คุณลุงเกรียงศักดิ์ บอกกล่าวด้วยความปลื้มปีติว่า “จุดสุดยอดของน้ำพริกแม่สำเนียงคือ เมื่อครั้งที่ในหลวงเสด็จโคราช แม่สำเนียงได้นำน้ำพริกใส่ตะกร้าไปทูลเกล้าฯ ถวาย โดยในหลวงทรงตรัสถามแม่สำเนียงเป็นเวลานานกว่า ๕ นาที นับเป็นความภาคภูมิใจของแม่สำเนียงยิ่งนัก และส่งต่อมายังรุ่นลูกรุ่นหลานทุกคน อันเป็นที่มาของน้ำพริกแม่สำเนียง น้ำพริกตำรับทูลเกล้าฯ ถวาย”
“นอกจากนี้ น้ำพริกแม่สำเนียง ยังถูกเขียนลงในคอลัมน์ซอยสวนพลู หนังสือพิมพ์สยามรัฐ เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๓๖ โดยพลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นักปราชญ์ และอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ซึ่งมีใจความว่า “แม่สำเนียง อายุ ๗๐ ปี เจ้าของน้ำพริกขวดที่จำหน่ายทั่วประเทศไทย ผมเองก็เป็นลูกค้าของแม่สำเนียง ได้รับประทานน้ำพริกเผาใส่ขวด น้ำพริกแมงดา และน้ำพริกอื่นๆ ของแม่สำเนียงมาตลอด ด้วยความเอร็ดอร่อย ไม่มีที่ติ ฯลฯ”
มุกดา - มรกต - เกรียงศักดิ์ วัฒนศักดิ์
เดินทางมาถึงรุ่นที่ ๓
การเติบโตของน้ำพริกแม่สำเนียงในปัจจุบัน เดินทางมาถึงผู้บริหารรุ่นที่ ๓ โดยทายาทของคุณลุงปิ่น ประกอบด้วย นายกฤษฎา (ฆ้อง) นายกมลสันต์(ขลุ่ย) และดร.มรกต(ขิม) วัฒนศักดิ์ สามพี่น้อง เข้ามาเป็นกำลังสำคัญต่อจากผู้บริหารรุ่นที่ ๒ โดยดูแลธุรกิจร่วมกัน แต่ผู้ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการบริหารจัดการคือ “ดร.ขิม” ลูกสาวคนเดียวของคุณลุงปิ่นนั่นเอง น้ำพริกแม่สำเนียงจึงกลายเป็นธุรกิจภายในครอบครัว
สำหรับทายาททั้ง ๓ นั้น คนโตคือ ฆ้อง-กฤษฎา วัฒนศักดิ์ จบการศึกษาปริญญาโทบริหารการศึกษา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้างานวิเทศสัมพันธ์ และรองคณบดีคณะการแพทย์แผนจีน วิทยาลัยนครราชสีมา คนที่สอง ขลุ่ย-กมลสันต์ วัฒนศักดิ์ จบปริญญาตรีการจัดการ มรภ.นครราชสีมา ปัจจุบันประกอบธุรกิจร้านอาหารไทย ที่รัฐแคลิฟอเนียร์ สหรัฐอเมริกา และคนสุดท้อง ขิม-ดร.มรกต วัฒนศักดิ์ จบการศึกษาปริญญาเอก สาขาวัฒนธรรม จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลแสนสนุก
กฤษฎา - มรกต วัฒนศักดิ์
“ทั้ง ๓ คนสู้มาด้วยกันตั้งแต่สมัยเคยส่งน้ำพริกเอง ไปส่งเกือบทั่วประเทศไทย ตอนนั้นเคยไปส่งที่แมคโคร ทุกคนช่วยกันแบกสินค้า และช่วยลากตะเข้ (รถลากสินค้า) เพราะฉะนั้นจึงเห็นความลำบากมาด้วยกัน จุดนี้เลยไปตอบโจทย์ที่ว่า ทำไมครอบครัวเราถึงไม่แก่งแย่งกัน เพราะเราลากตะเข้มาด้วยกัน ทุกวันนี้ก็ยังสอนคนหลายคนว่า “ถ้ามัวแต่หวังสบาย ก็ไม่โตหรอก” คุณลุงเกรียงศักดิ์กล่าว
ลุงปิ่น เล่าให้ฟังอีกว่า ทุกวันนี้มีแฟนพันธุ์แท้น้ำพริกแม่สำเนียง อายุถึง ๙๓ ปี ซึ่งรับประทานน้ำพริกแม่สำเนียงยาวนานเกือบ ๓๐ ปี จึงเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งของครอบครัววัฒนศักดิ์ ซึ่งขิมบอกด้วยความภาคภูมิใจนี้ว่า ‘เราได้บุญ เราได้เลี้ยงคนสูงอายุ เพราะเราขายน้ำพริกให้ในราคาตั้งแต่ที่ย่าขายให้ คือขายให้ตั้งแต่ราคาตอนที่ แม่สำเนียงขาย และเราก็ส่งให้ฟรี ถึงบอกว่าขาดทุนก็ไม่เป็นไร เพราะเราได้เลี้ยงผู้สูงอายุที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของแม่สำเนียง’
ปัจจุบันโรงงานน้ำพริกแม่สำเนียง ตั้งอยู่ที่ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา จดทะเบียนในนามบุคคลธรรมดา ภายใต้ชื่อ นางมุกดา วัฒนศักดิ์ น้ำพริกแม่สำเนียงมีการจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง และจำหน่ายให้กับร้านเจ้าประจำ อาทิ ร้านขายของฝากในเมืองโคราช คลังพลาซ่า บขส.๒ นอกจากนี้ยังมีหน้าร้านของตนเองตั้งอยู่ที่ถนนกุดั่น ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา และร้านขายของฝากในเมืองจังหวัดขอนแก่น มีน้ำพริกให้เลือกมากกว่า ๑๐ ชนิด อาทิ น้ำพริกปลาฉลาด น้ำพริกปลาดุก น้ำพริกแมงดา น้ำพริกปลาร้าบอง น้ำพริกจ่อมกุ้ง น้ำพริกตาแดง น้ำพริกลืมอิ่ม น้ำพริกนรกกุ้ง และน้ำพริกกลางดง
กมลสันต์ วัฒนศักดิ์ (ขวา)
คำสั่งสอนเสมือนวัคซีน
“ทุกวันนี้ เราก็อายุ ๗๐ ปีแล้ว คาดหวังว่าลูกทั้ง ๓ คน จะยึดหลักที่เคยปลูกฝังกันมา ทุกคนที่เป็นพ่อและแม่ต้องคิดว่า ลูกจะต้องเติบโตต่อไป และมั่นใจว่า สิ่งที่ลูกๆ ได้รับจะฝังอยู่ในตัวของลูกที่เป็นผู้บริหารรุ่นที่ ๓ จะส่งผลให้อยู่ดีมีสุข เป็นกำลังสำคัญให้กับครอบครัวและบ้านเมือง ในเรื่องของน้ำพริกยักษ์ใหญ่ที่กำลังเป็นข่าวอยู่นั้น จะไม่เกิดกับน้ำพริกแม่สำเนียงอย่างแน่นอน เพราะเราได้ประพฤติเป็นแบบอย่างแก่เขามาก่อน เปรียบเสมือนวัคซีน เป็นเหมือนภูมิต้านทานไม่ให้เกิดความไม่ถูกต้อง” คุณลุงเกรียงศักดิ์ กล่าว
น้ำพริกแม่สำเนียงเป็นธุรกิจที่บริหารภายในครอบครัว ทุกคนช่วยกันผลิตคิดค้นนวัตกรรม มีส่วนในการปรับปรุงและพัฒนาจนทุกวันนี้ ถึงแม้ว่าน้ำพริกแม่สำเนียงจะไม่ใช่ธุรกิจใหญ่โต กำลังในการผลิตมีไม่มาก แต่ผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการของตลาดอย่างไม่ขาดแคลน
บริหารควบคู่กับกิจการโรงเรียน
นอกจากธุรกิจน้ำพริกแม่สำเนียงแล้ว ครอบครัววัฒนศักดิ์มีกิจการโรงเรียนอนุบาลแสนสนุก ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับโรงงานน้ำพริกแม่สำเนียง ภายใต้การดูแลของ ดร.มรกต วัฒนศักดิ์ โดยมีนายเกรียงศักดิ์ วัฒนศักดิ์ และนางมุกดา วัฒนศักดิ์ เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียน มีนักเรียน ๑,๐๐๐ กว่าคน เริ่มการเรียนการสอนจากระดับชั้นอนุบาลปีที่ ๑-๓ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๔๑ และในปีการศึกษา ๒๕๔๔ ได้เปิดการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษาปีที่ ๑-๖
“ในด้านของกิจการโรงเรียนก็ดีมาก ผู้ที่มาตรวจโรงเรียนบอกกับเราว่า โรงเรียนเติบโตเร็ว อยากสอนถึงแค่ระดับชั้นประถมศึกษา ยังไม่คิดที่จะขยาย เราสอนถึงแค่ชั้นประถมศึกษาแต่มีคุณภาพ ไม่บังคับว่าอยากให้ลูกต้องทำแบบไหน อยู่ที่ความสุขใจของเขา” คุณลุงเกรียงศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
การบริหารธุรกิจนั้น ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่เสมอไป แค่เราพอเพียง ชีวิตเราก็มีความสุขได้ เพราะไม่มีอะไรเกินความสุขในครอบครัว ถึงแม้คุณมีเงินเป็นพันล้าน แต่ถ้าครอบครัวคุณไม่มีความสุข คุณจะมีไปทำไม?
วิรดา ลักษวุธ : สัมภาษณ์
อารยา วิโรจน์ : เรียบเรียง
นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๑ ฉบับที่ ๒๓๕๗ วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ - วันจันทร์ที่ ๒๕ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙
854 2,626



