16thApril

16thApril

16thApril

 

November 02,2017

Yellow bird

 

Yellow bird, up high in banana tree
Yellow bird, you sit all alone like me
Did your lady friend leave your nest again?
That is very sad, makes me feel so bad
You can fly away in the sky away
You’re more lucky than me.
I also had a pretty girl She’s not with me today
They’re all the same the pretty girls
Take tenderness, then they fly away.
Yellow bird, Yellow bird
Did your lady friend leave your nest again?
That is very sad, makes me feel so bad
You can fly away in the sky away
You’re more lucky than me.
Wish that I were a yellow bird I’d fly away with you
But I am not a yellow bird So here I sit
Nothing I can do
Yellow bird, Yellow bird

 

           เพลงนี้มีเนื้อหาใจความง่ายๆ เป็นการคร่ำครวญถึงคนรักที่หลีกหนีหายไป เปรียบเทียบตัวเองเหมือนนกน้อยไร้คู่ เกาะกิ่งไม้อยู่เดียวดาย ท่วงทำนองที่ไม่ซับซ้อน คอร์ดกีตาร์ง่ายๆ เป็นเพลงโปรดนิยมเพลงหนึ่งของนักกีตาร์มือใหม่หัดขับ
บทเพลงนี้มีมาตั้งแต่ ค.ศ.๑๘๙๓ จากบทกวีภาษา Haitian Creole (ไฮเทียน ครีโอ) เป็นภาษาไฮติผสมฝรั่งเศสในยุคค้าทาสนำมาใส่ทำนองโดย Michel Maule’art Monton เนื้อความในบทกวีน่าจะ สื่อถึงความรันทดของพวกทาส ที่อยากมีปีกเหมือนนก จะได้บินหนีจากความทุกข์ทั้งปวง 
ต่อมาในค.ศ.๑๙๖๑ Alan Burgman, Marilyn Keith และ Norman Luboff นำมาประพันธ์คำร้องเป็นภาษอังกฤษมีศิลปินหลายท่านนำมาขับร้อง แต่ที่เป็นที่รู้จักดีในบ้านเราก็เป็นของ The Brothers Four
บทเพลงส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับนก มักจะถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ของความเหงา, เปล่าเปลี่ยว, อ้างว้าง, ค่ำคืนนี้จะนอนไหนหรือไม่ก็เปรียบเป็นนกปีกหัก บาดเจ็บจากคมธนู ขอซบตักตายในอ้อมกอดเธอ
เดือนตุลาคม ปี ๒๕๑๖ เกิดเหตุการณ์”วันมหาวิปโยค” มีการต่อสู้เพื่อล้มอำนาจรัฐในขณะนั้น เพื่อเปลี่ยนแปลงจากการกุมอำนาจปกครองประเทศโดยไม่กี่คน มาเป็นระบบสากลที่มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดเป็นหลักของประเทศ ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม และรับรู้ในการบริหารเศรษฐกิจและสังคมที่มีชื่อเรียกว่า “ระบอบประชาธิปไตย”
เป็นที่แน่นอนว่า ฝ่ายผู้กุมอำนาจก็ไม่ยินยอมง่าย ความสุขสบาย, ผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องก็ต้องปกป้องรักษาไว้สุดชีวิต การนองเลือดจึงเกิดขึ้นในตอนรุ่งสางของวันที่ ๑๓ ต่อเนื่องไปถึงวันที่ ๑๔ ตุลาคม ที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ถึงชัยชนะของฝ่ายประชาชน ที่สอยอำนาจเก่าลงได้ พร้อมๆ กับการหลบหนีออกนอกประเทศของผู้นำทั้ง ๓ คน แต่ที่สูญเสียบาดเจ็บและล้มตายเป็นฝ่ายประชาชนที่มีแต่มือเปล่า
สุรชัย จันทิมาธร แห่ง “คาราวาน” วงดนตรีเพื่อชีวิตวงแรกของวงการเพลงไทย ซึ่งมีบทบาทก่อนหน้านั้น บทเพลงของเขาได้ปลุกเร้าสร้างความตื่นตัวให้กับผู้คน เพื่อสร้างสรรค์สังคมใหม่ ให้หลุดพ้นจากการเอารัดเอาเปรียบและความไม่เป็นธรรมในสังคม ได้ขับขานบทเพลงสดุดีวีรชนผู้พลีชีพจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น บทเพลงนี้ประพันธ์คำร้องและทำนองโดย “วินัย อุกฤษณ์”

 

-----------------------------

นกเหลือง 

                                                                   คาราวาน


กางปีก หลีกบิน จากเมือง.
เจ้านก สีเหลือง จากไป.
เจ้าบิน ไปสู่ เสรี.
บัดนี้ เจ้าชี วาวาย
(ฮัม) ฮือ.. ฮือ......

เจ้าเหิน ไปสู่ ดวงดาว.
เมฆขาว ถามเจ้า คือใคร.
อาบปีก ด้วยแสง ตะวัน.
เจ้าฝัน ถึงโลก สีใด
ฮือ.. ฮือ......

จงบิน ไปเถิด คนกล้า
ความฝัน สูงค่า กว่าใด
เจ้าบิน ไปจาก รวงรัง
ข้างหลัง เขายัง อาลัย.
ฮือ.. ฮือ......

เจ้าบิน ไปสู่ เสรี.
บัดนี้ เจ้าชี วาวาย


           ผ่านล่วงเลยมากว่า ๔๐ ปี เหตุการณ์ดังกล่าว ค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เกิดหรือโตไม่ทัน เนื่องจากไม่มีการบันทึกเรื่องราวเป็นกิจลักษณะ มีเพียงไม่กี่บรรทัดในตำราเรียน ขลาดที่จะบันทึกข้อเท็จจริง เพราะกลุ่มบุคคลที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในครั้งนั้น รวมทั้งครอบครัว ก็ยังคงมีชีวิตอยู่และบ้างก็ยังดำรงตำแหน่งอยู่ในองค์ภาครัฐฯ
           แต่สำหรับผู้ที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้งลุงชาลี เหตุการณ์ต่างๆ ยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ คำพูดบางประโยคบางตอนของผู้นำการชุมนุม ตะโกนปลุกเร้าบนเวที ยังก้องอยู่ในความคิดคำนึง รวมทั้งการหนีห่ากระสุนหัวซุกหัวซุน เข้าไปหลบอยู่ในโรงแรมเล็กๆ ย่านถนนหลานหลวง แล้วพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐฯ คู่กรณี นั่งดื่มกินอยู่ในห้องอาหาร ผู้จัดการต้องพาหนีออกทางประตูหลัง ซึ่งกว่าจะเปิดได้ก็แสนนาน เพราะไม่ได้ใช้งานนานจนสนิมเขรอะ จากนั้นก็ได้พบกับภาวะสุญญากาศทางอำนาจอย่างแท้จริง สถานีตำรวจว่างเปล่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ ตามสี่แยกต่างๆ ลูกเสือสามัญในเครื่องแบบทำหน้าที่จัดการจราจรแทน รถเมล์หยุดวิ่งบริการ เพราะเกรงจะถูกยึดไปทำเครื่องกีดขวาง (ก่อนหน้านั้นถูกยึดไปหลายคัน)
           เมื่อเหตุการณ์สงบ สถานการณ์ก็กลับคืนสู่ปกติอีกครั้ง ดูเหมือนจะเป็นนิมิตหมายอันดี เหมือนท้องฟ้าหลังฝน แต่ไม่เป็นดังหวัง ไม่นานนัก กลุ่มอำนาจเก่าที่หลบอยู่ในซอกหลืบ รอวันฟื้นคืนชีพเหมือนผีดิบ ก็เริ่มออกอาละวาด
วันแล้ววันเล่า ระบอบประชาธิปไตยที่ได้มา กลายเป็นเสื้อคลุมห่อหุ้มให้ผีดิบอำพรางตัว เข้าไปชอนไช สูบกินประเทศชาติกันอีกครั้ง ไม่ว่าจะเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาอีกกี่ฉบับ แต่ผู้คนก็ยังมีสมองก้อนเดิม ที่ไม่ได้พัฒนา เพิ่มขีดคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่น 
แต่การหาเงินได้มากๆ โดยไม่คำนึงถึงวิธีการ หรือผลกระทบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างสูญเปล่า.....นกสีเหลืองตัวแล้วตัวเล่าต้องมอดม้วยมลาย กลายเป็นธุลีดิน 

 

 


นสพ.โคราชคนอีสาน  ปีที่ ๔๓ ฉบับที่ ๒๔๖๕ วันพุธที่ ๑ - วันอาทิตย์ที่ ๕ เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๐


794 1,842