December 01,2011
ไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ ‘ราชสีมาซอรัสสุรนารีเอ’ เสนอบรรพชีวินโลก

(จากซ้าย) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ, ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล, ดร.โยอิชิ อะซูมา และนายมาซาเทรุ ชิบาตะ ร่วมแถลงข่าวการพบไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ของโลก โดยให้ชื่อว่า “ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ”
สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหิน ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟูกุอิ สำรวจพบไดโนเสาร์กินพืชพันธุ์ใหม่ของโลก บริเวณสระขุดเพื่อเป็นแหล่งน้ำของชาวบ้านโป่งแมลงวัน ตำบลโคกกรวด เป็นซากกรามล่างซ้ายที่สมบูรณ์แต่ไม่มีฟัน ขนาด ๑๙.๘ ซม. จัดอยู่ในพวกอิกัวโนดอนซ์ มีฟันแบบกิ้งก่าอิกัวนา ตั้งชื่อ “ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ” เป็นเกียรติเมืองโคราชและวีรสตรีท้าวสุรนารี คาดอายุประมาณ ๑๐๐ ล้านปีก่อน เตรียมนำเสนอที่ประชุมนักวิชาการบรรพชีวินวิทยาโลกสัปดาห์หน้า
เมื่อเวลา ๑๖.๐๐ น. วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พร้อมด้วยผศ.ดร.เศาวนิต เศาณานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯ, ดร.โยอิชิ อะซูมา ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟูกุอิ ประเทศญี่ปุ่น และนายมาซาเทรุ ชิบาตะ นักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟูกุอิ เปิดแถลงข่าววิจัยพบไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ของโลก “ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ (Ratchasimasaurus suranareae)” ณ อุทยานหิน-แร่ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ภายหลังได้รับการยอมรับตีพิมพ์ในวารสารด้านธรณีวิทยาของสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีนายประเสริฐ บุญชัยสุข ส.ส.เขต ๓ นครราชสีมา และนายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.เขต ๒ นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ติดตามมาร่วมแสดงความภาคภูมิใจในการค้นพบไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ครั้งนี้ด้วย
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เปิดเผยว่า วันนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาประสงค์จะเปิดเผยข่าวต่อสาธารณชนที่เป็นผลจากการวิจัยเรื่องหนึ่ง นั่นคือ การวิจัยพบไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ของโลก “ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ” ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่แล้วในวารสารด้านธรณีวิทยาของสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยคณะวิจัยประกอบด้วย ดร.โยอิชิ อะซูมา ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟูกุอิ และนายมาซาเทรุ ชิบาตะ นักวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น กับผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯ และคณะนักวิจัยจากสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีเฉลิมพระเกียรติ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ที่ทำงานสำรวจวิจัยร่วมกันในพื้นที่ตำบลสุรนารี ซึ่งเป็นเสมือนบริเวณชานเมืองนครราชสีมาของเรา และพบว่าไดโนเสาร์ดังกล่าว มีอยู่ชนิดหนึ่งที่เป็นชนิดใหม่ของโลก จึงตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่เมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นแหล่งที่พบ กับชื่อชนิดเพื่อเป็นเกียรติแก่วีรสตรีผู้นำที่กล้าหาญของชาวเมืองโคราช คือ ท่านท้าวสุรนารี(ย่าโม) รวมเป็นชื่อสกุลและชนิดใหม่ของโลกว่า “ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ” ซึ่งมหาวิทยาลัยมอบให้เป็นสมบัติของชาวนครราชสีมาทุกคน และเป็นข่าวดีในโอกาสเฉลิมพระเกียรติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และจะนำเสนอในที่ประชุมของนักวิชาการบรรพชีวินวิทยาในสัปดาห์หน้า ที่จะมีการจัดประชุมวิชาการโลกด้านบรรพชีวินวิทยาและลำดับชั้นหิน ๒๐๑๑ ที่โรงแรมสีมาธานี โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานพิธีเปิดในวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ และจัดงานมหกรรมฟอสซิล หรือฟอสซิลเฟสติวัลที่สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯ ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ถึงวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔

“ขากรรไกรล่าง” ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่สมบูรณ์ที่สุดของไดโนเสาร์ที่ค้นพบ
ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯ กล่าวถึงการวิจัยค้นพบ “ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ” ว่า เป็นไดโนเสาร์กินพืชจำพวกอิกัวโนดอนต์ ซึ่งตามรูปศัพท์หมายถึงฟันแบบอิกัวนา ในทางไดโนเสาร์วิทยาจัดอยู่ในประเภทไดโนเสาร์ที่มีกระดูกสะโพกแบบนก พบซากในบริเวณขุดสระน้ำของหมู่บ้านโป่งแมลงวัน ตำบลโคกกรวด อำเภอเมืองนครราชสีมา ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๐ เนื่องจากเป็นไดโนเสาร์ชนิดแรกที่คณะผู้วิจัยจากสถาบันและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟูกุอิ ได้ทำการวิจัยและพบว่าเป็นพันธุ์ใหม่ของโลก ซึ่งได้รับการยอมรับตีพิมพ์ในวารสารด้านธรณีวิทยาของสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทางทีมผู้วิจัยจึงให้ใช้ชื่อสกุลว่า “ราชสีมาซอรัส (ratchasimasaurus)” เพราะเป็นไดโนเสาร์ที่พบในจังหวัดนครราชสีมา การไม่ใช้ชื่อโคราโตซอรัส เพราะชื่อดังกล่าวมีปรากฏอยู่ก่อนแล้วในสื่อสาธารณะหรือเอกสารที่มีการเผยแพร่ แม้จะยังเป็นชื่อที่ยังไม่เป็นที่ยอมรับกันในทางวิชาการขณะนี้ ส่วนชื่อชนิด “สุรนารีเอ (suranareae)” ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่วีรสตรีผู้นำในอดีตที่กล้าหาญของจังหวัดนครราชสีมา หรือท่านท้าวสุรนารี ภรรยาปลัดเมืองนครราชสีมา ผู้สร้างวีรกรรมนำชาวบ้านต่อกับกองทัพของเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ กระทั่งสามารถกอบกู้เมืองโคราชไว้ในปี พ.ศ.๒๓๖๙
สำหรับซากดึกดำบรรพ์ที่ใช้จำแนก กระทั่งวิจัยพบว่าเป็นไดโนเสาร์ “ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ” นั้น ผศ.ดร.ประเทือง ระบุว่า เป็นกรามล่างซ้ายที่สมบูรณ์ แต่ไม่มีฟัน มีขนาด ๑๙.๘ เซนติเมตร และมีความสูงถึงระดับส่วนยื่นตอนบนของกรามล่า ๕.๐๗ เซนติเมตร พบในบริเวณสระขุดเพื่อเป็นแหล่งน้ำของชาวบ้านโป่งแมลงวัน ตำบลโคกกรวด อำเภอเมืองนครราชสีมา ในชั้นหินกรวดมนปนปูนของหมวดหินโคกกรวดลึกกว่า ๒ เมตร อายุของราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ อยู่ในสมัยแอปเทียน (Aptian) ของยุคครีเทเชียสตอนต้น หรืออายุประมาณ ๑๐๐ ล้านปีก่อน เป็นไดโนเสาร์กินพืชกลุ่มที่มีกระดูกเชิงกรานแบบนก และจัดอยู่ในพวกอิกัวโนดอนต์ (Iguanodont) ซึ่งตามรูปศัพท์ หมายถึง มีฟันแบบกิ้งก่าอิกัวนา แต่มีขนาดใหญ่กว่ากันมาก
“ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ มีหลายสกุลและชนิด แต่ลักษณะทั่วไปคล้ายไดโนเสาร์สกุลอิกัวโนดอนต์ ที่มีขนาดความยาวอยู่ในช่วง ๖-๑๐ เมตร น้ำหนักราว ๓-๕ ตัน เดินด้วย ๔ ขา หรือ ๒ ขาก็ได้ มีหางยาว สองขาหลังใหญ่และแข็งแรง มี ๔ นิ้ว ปลายนิ้วมีลักษณะคล้ายกับขาหน้าที่มีขนาดเล็กและสั้นกว่า ขนาดความยาว ๓ ใน ๔ ของขาหลัง มี ๕ นิ้ว หัวแม่มือเป็นเดือยแหลมไว้ต่อสู้ป้องกันตัวเอง ๓ นิ้วกลางติดกัน ปลายนิ้วคล้ายกีบ ส่วนนิ้วที่ ๕ แยกห่างออกไปมีขนาดเล็กเรียวและพับมาที่ฝ่ามือได้ อิกัวโนดอนต์มีกะโหลกคล้ายม้า มีปากเป็นจะงอยใช้กัดหรือแทะใบไม้ กิ่งไม้ มีฟันแบนจำนวนมากบริเวณกรามล่าง รูปลักษณะคล้ายใบไม้ และมีสันคล้ายผิวนอกของผลมะเฟือง ทั้งนี้ อิกัวโนดอนต์ พบฟอสซิลกระจายในทวีปยุโรป เอเชีย แอฟริกา อเมริกาเหนือ จึงมีลักษณะรายละเอียดที่แตกต่างจากสกุลอิกัวโนดอนต์เดิม ทำให้จำแนกออกไปได้อีกหลายกลุ่ม เช่น แคมป์โตซอรัส โปรแบคโตรซอรัส อูแรนโนซอรัส อัลติรินัส ฟูกุอิซอรัส สยามโอดอน รวมทั้งราชสีมาซอรัส เป็นต้น” ผศ.ดร.ประเทือง กล่าว
ผศ.ดร.ประเทือง กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ราชสีมาซอรัสยังมีลักษณะที่แตกต่างจากสกุลดังกล่าวข้างต้น เมื่อเปรียบเทียบโดโนเสาร์สกุลหรือชนิดอื่นๆ ในทวีปและประเทศต่างๆ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันจำนวน ๑๓ ชนิด พบว่า ราชสีมาซอรัสมีลักษณะพิเศษ คือ กรามล่างมีลักษณะแบนและยาวมากเมื่อเทียบกับความสูง โดยมีอัตราส่วนระหว่างความยาวและความสูงเท่ากับ ๖.๙ ในขณะที่ชนิดอื่นๆ อยู่ในช่วง ๓.๔-๖.๐ แม้ราชสีมาซอรัสจะมีลักษณะคล้ายอิกัวโนดอนต์ สกุลอูแรนโนซอรัส เพราะมีอัตราส่วนความยาวและความสูงของกรามล่าง เท่ากับ ๖ แต่รูปทรง ภาพตัดขวางกรามของอูแรนโนซอรัสจะมีลักษณะแหลมในส่วนล่าง ขณะที่ราชสีมาซอรัสมีลักษณะโค้งมน อีกทั้งอูแรนโนซอรัสยังพบเฉพาะในประเทศไนเจอร์ ทวีปแอฟริกา
“อย่างไรก็ดี การค้นพบไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ของโลก “ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ” ครั้งนี้ ทำให้ทราบว่าในยุคครีเทเชียสตอนต้นของทวีปเอเชีย ไดโนเสาร์กลุ่มอิกัวโนดอนต์ มีหลากหลายสกุลและชนิด นอกจากเอเชียตะวันออกแล้วยังกระจายตัวมาถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย และราชสีมาซอรัสจะเป็นตัวเชื่อมทางวิวัฒนาการระหว่างอิกัวโนดอนต์รุ่นเก่า กับอิกัวโนดอนต์รุ่นใหม่ จำพวกปากเป็ดหรือแฮดกโรซอริคส์” ผศ.ดร.ประเทือง กล่าวในท้ายสุด
อนึ่ง สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เฉลิม พระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ตั้งอยู่ที่บ้านโกรกเดือนห้า ตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา เป็นสถาบันวิจัยทางด้านทรัพยากรซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิล ซึ่งวิชาการทางด้านนี้ เรียกว่า “บรรพชีวินวิทยา” นอกจากให้บริการทางวิชาการและการท่องเที่ยวหลายรูปแบบ ยังมีพันธกิจสำคัญอีกด้านหนึ่งของสถาบัน คือ การวิจัยทางด้านฟอสซิล โดยเฉพาะในท้องถิ่นโคราช และภาคอีสาน ซึ่งขณะนี้เน้นฟอสซิลที่พบมากหรือที่มีความโดดเด่น เป็นที่สนใจของผู้คนหรือนักวิชาการ เช่น ฟอสซิลไม้กลายเป็นหิน ช้างดึกดำบรรพ์และไดโนเสาร์ แม้โคราชจะมีฟอสซิลมากมายหลายชนิดก็ตาม แต่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ บุคลากรวิจัย และอุปกรณ์เครื่องมือในการวิจัย สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯ จึงพยายามสร้างเครือข่ายกับต่างประเทศ เช่น พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟูกุอิ และผู้บริหารทางการศึกษาของจังหวัดฟูกุอิ ประเทศญี่ปุ่น กระทั่งได้รับการสนับสนุนทั้งบุคลากรวิจัย การใช้ห้องปฏิบัติการและงบประมาณ ๗ ล้านบาท ในช่วง ๔ ปีที่ผ่านมา โดยสำรวจขุดค้นและวิจัยไดโนเสาร์ในพื้นที่ตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา และพบว่ามีไดโนเสาร์และสัตว์ร่วมยุคไดโนเสาร์หลากหลายชนิดในบริเวณชานเมืองนครราชสีมา ที่กำลังจะกลายเป็นพื้นที่ชุมชนเมือง เช่น ไดโนเสาร์พันธุ์กินเนื้อใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขนาดยาวถึง ๑๐ เมตร จำพวกอัลโลซอร์ ไดโนเสาร์กินพืชพวกอิกัวโนดอนต์ พวกแฮดโรซอร์หรือไดโนเสาร์ปากเป็ด พวกซอโรพอดหรือไดโนเสาร์คอยาว หางยาว รวมทั้งสัตว์เลื้อยคลานบินพวกเทอโรซอร์ จระเข้ เต่า ปลา หอย เป็นต้น
นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๓๗ ฉบับที่ ๒๐๕๒ วันศุกร์ที่ ๒๕-วันอังคารที่ ๒๙ เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๔
856 2,187



